ป้ายกำกับ: Persepolis

ภาพยนตร์แอนิเมชัน Persepolis บันทึกชีวิตวัยเปลี่ยนผ่านในอิหร่าน

Persepolis เป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน

Persepolis เป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน

Persepolis เป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2550 สร้างจากการ์ตูนในชื่อเดียวกันของมาร์จาเน ซาตราปี (Marjane

Satrapi) นักเขียนการ์ตูนหญิงชาวอิหร่านซึ่งนำเรื่องราวของตัวเธอตั้งแต่เด็กจนโตมาวาดเป็นลายเส้นของเธอ ชื่อเรื่องมาจากชื่อ

เมืองแพร์ซโพลิส เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิหร่าน

มาร์จาเน ซาตราปี เกิดในครอบครัวชาวอิหร่านที่มีฐานะดี ซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก พระเจ้าชาห์ นัสเซอร์ อัล ดิน (Nasser-al-Din

Shah) พระเจ้าชาห์แห่งเปอร์เซีย ระหว่าง ค.ศ. 1848-1896 เมื่ออายุได้ 14 ปี เกิดการปฏิวัติอิหร่าน และเกิดสงครามอิรัก-

อิหร่าน ครอบครัวของเธอตัดสินใจส่งเธอไปเรียนต่อที่เวียนนา ประเทศออสเตรีย ขณะที่ครอบครัวของเธอยังคงปักหลักอยู่ที่อิหร่าน

ต่อไป เธอเรียนต่อจนจบมหาวิทยาลัย และเดินทางกลับประเทศ แต่เธอกลับรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในประเทศ จนไม่รู้สึกมีความ

สุข เมื่อเธออายุ 24 ปี เธอจึงตัดสินใจออกจากบ้านไปใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศส

มาร์จาเน ซาตราปี นำเรื่องราวในชีวิตของเธอมาเขียนเป็นการ์ตูน 2 เล่ม คือ

  • Persepolis: The Story of a Childhood เป็นเรื่องราวของเธอในช่วงนับตั้งแต่เธอเกิดจนเธอถูกส่งไปยังออสเตรีย
  • Persepolis 2: The Story of a Return เป็นเรื่องราวของเธอกับชีวิตในออสเตรีย จนเรียนจบกลับมาใช้ชีวิตต่อในบ้านเกิด

และนำมาสร้างเป็นแอนิเมชันขาวดำ สะท้อนสังคมอิหร่านอย่างตรงไปตรงมา ออกฉายในฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.

2550 ท่ามกลางการประท้วงโดยทางการอิหร่าน  และได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ ให้เป็นการ์ตูนที่ดีที่สุดแห่งปี

Persepolis เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2007 ได้รางวัล Prize of the Jury และเข้ารอบสุดท้ายในสายการประกวดหลัก Palme d’Or

หนังเรื่องนี้สร้างจากการ์ตูนภาพอัตชีวประวัติชื่อเดียวกันของ Marjane Satrapi ศิลปินหญิงชาวอิหร่านที่โยกย้ายไปพำนักอาศัยและ

ทำงานอยู่ในฝรั่งเศสหลังพบคำตอบว่าเธอไม่สามารถใช้ชีวิตในประเทศบ้านเกิดของตนเองได้อีกต่อไปแล้ว โดยเธอได้เล่าเรื่องราว

ชีวิตในช่วงเปลี่ยนผ่านวัย จากวัยเด็กสู่วัยสาว และจากวัยสาวสู่วัยผู้ใหญ่ภายใต้บรรยากาศการเปลี่ยนแปลงทางเมืองของอิหร่าน อัน

เป็นมูลเหตุสำคัญให้เธอต้องระหกระเหเร่ร่อนไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลาหลายขวบปี ซึ่งใน Persepolis ฉบับหนังนี้

Marjane Satrapi ก็มีโอกาสได้รับหน้าที่เป็นผู้กำกับร่วมกับ Vincent Paronnaud เพื่อนนักวาดการ์ตูนชาวฝรั่งเศสอีกคน

 มาร์จาน กำลังรอขึ้นเครื่องบิน ณ สนามบินแห่งหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส เธอได้หวนคิดถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมา เธอเติบโตในครอบครัว

ปัญญาชนหัวก้าวหน้า ในช่วงค.ศ. 1978 ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่านเกิดการปฏิวัติอิสลาม

***มีการเปิดเผยส่วนสำคัญของภาพยนตร์***

เหตุการณ์โค่นล้มพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี นำโดยกลุ่มประชาชน นักศึกษาที่ไม่พอใจการบริหารงาน แม้ว่าโครงการ

ของชาห์จะได้รับการยอมรับในระยะแรก ซึ่งทำให้อิหร่านเจริญขึ้น แต่ผลจากการปฏิวัติขาว คือ คนในราชวงศ์และข้าราชบริพารใกล้

ชิดได้รับที่ดินมหาศาล สถานที่บันเทิงหลั่งไหลเข้ามา ทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมและฝ่ายศาสนาไม่พอใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้ผล

ประโยชน์กลับตกอยู่ในกลุ่มชนชั้นสูงและกษัตริย์ กลุ่มอนุรักษ์นิยมขับไล่กษัตริย์ชาห์ลงจากบัลลังก์ และสถาปนาตนเองเป็นรัฐ

อิสลาม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นสาเหตุของสงครามอิหร่าน-อิรัก อิรักเข้ามารุกราน นำโดย ซัดดัม ฮุสเซน ใช้จังหวะในช่วงที่อิหร่านมีการ

เปลี่ยนผู้นำมาเป็นโอกาสในการเข้าโจมตีด้วยขีปนาวุธ อิหร่านในตอนนั้นต้องเผชิญกับช่วงเปลี่ยนผ่านทั้งข้อบังคับภายใต้กฎหมาย

อิสลาม และสงครามกลางเมือง ครอบครัวของมาร์จานจึงตัดสินใจส่งเธอเรียนต่อที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

ชีวิตในวัยเด็กของมาร์จานก็เหมือนเด็กทั่ว ๆ ไปที่มีความคิดจากการหล่อหลอมของผู้ใหญ่ จากเดิมที่เธอเลือกจะเข้าข้างกษัตริย์ชาห์

เพราะเธอถูกสั่งสอนมาจากโรงเรียนว่าพระองค์ทรงถูกเลือกโดยพระเจ้าจากเบื้องบน พ่อของเธอได้เล่านิทานชวนสยองที่ว่าความ

สวยงามเป็นแค่หน้าฉาก ภาพนิทานที่พ่อเล่าชวนให้นึกถึงคุกที่ขังลุงของเธอที่เคยภาคภูมิใจว่านักโทษการเมืองนั้นคือวีรบุรุษ เธอ

จึงเปลี่ยนความเชื่อและยังลอกเลียนแบบพฤติกรรมรุนแรงจากผู้ใหญ่ด้วยการยกพวกเพื่อน ๆ ไปตีเด็กผู้ชายวัยเดียวกันที่เป็นญาติกับ

กษัตริย์ชาห์

‘ความเสื่อม’ จากโลกตะวันตก แต่เด็กวัยรุ่นเหล่านี้ก็หามาครอบครองจนได้ เมื่อเธอเติบโตมาด้วยสิ่งบันเทิงและสัญลักษณ์ที่ไม่เข้า
พวกอิสลาม ครอบครัวจึงเห็นว่ามาร์จานไม่เหมาะกับอยู่ที่นี่และสถานการณ์สงครามก็เลวร้ายจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตในยุโรป
ที่ให้อิสระในการแสดงออกกับเธอมากกว่า มาร์จานต้องแปลกใจเมื่อชนชาติอื่นมองประเทศกำเนิดของเธอล้าหลัง น่ารังเกียจ เธอ
อับอายเกินกว่าจะบอกใคร ๆ ว่าเธอมาจากอิหร่าน ชีวิตวัยรุ่นของเธอเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์แบบคู่รัก รักแรกจบลงเพราะอีกฝ่าย
เป็นเกย์ รักครั้งที่สองต้องพ่ายแพ้ให้กับชายเจ้าชู้ หลังจากนั้นมาร์จานต้องกลับมารักษาตัวที่บ้านเกิดจากโรคถุงลมอักเสบและรักษา
อาการซึมเศร้า อิหร่านในตอนนั้นเป็นเผด็จการมากขึ้นกว่าเดิม การประหารชีวิตจำนวนมากสำหรับความเชื่อทางการเมืองในที่สุดเธอ
ก็ไม่สามารถทนอยู่ในประเทศบ้านเกิดเธอได้อีกต่อไป เธอควรจะออกจากประเทศอย่างถาวรเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเป้าหมายโดยเจ้า
หน้าที่อิหร่านในฐานะผู้คัดค้านทางการเมือง หนังบอกเล่าเรื่องลายเป็นลายเส้นแอนิเมชั่นโดย มาร์จานผู้กำกับของเรื่อง ได้เล่ามุม
มองขณะหนึ่งของชีวิตที่อิหร่าน แม้ตอนแรกที่จากบ้านเกิดไปเธอไม่อยากยอมรับว่าเป็นคนอิหร่าน แต่การเติบโตขึ้นทำให้รู้ว่าเธอรัก
ที่นี่ เธอรักครอบครัว และไม่อายใครที่ต้องบอกจากเธอมาจากอิหร่าน

ความรู้สึกหลังรับชมภาพยนตร์

ภาพยนตร์เลือกที่ใช้โทนสีที่ชวนให้รู้สึกหม่นหมอง แต่เมื่อฟังน้ำเสียงที่บรรยายแล้วชวนให้เข้าใจได้ว่าความรู้สึกหม่นหมองคือการ

คิดถึงบ้านเกิด แม้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิหร่านทั้งการปฏิรูปศาสนาอิสลาม ทำให้การเมืองการปกครองเปลี่ยนไปในรูปแบบ

อนุรักษ์นิยม และความรุนแรงจากสงครามเป็นเหตุให้ครอบครัวของมาร์จาน หรือผู้กำกับของเรื่องไม่ต้องการให้เธออยู่ที่นี่

แต่สาเหตุที่แท้จริงแล้วเธอรักบ้านเกิดมากจนเกินกว่าจะเห็นรูปแบบบ้านเมืองที่เป็นเช่นนี้ได้ ทำให้เธอไม่สามารถอยู่ที่บ้านเกิดของ

ตนได้อีกต่อไป ผลงานชิ้นนี้จึงอาจจะเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกในวัยเยาว์ผ่านภาพยนตร์แอนิเมชัน โดยเลือกที่จะสะท้อนเหตุการณ์

จริงที่เกิดขึ้นในอิหร่าน เปรียบเสมือนภาพ Flashback จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นหนัง Coming of Age วัยเยาว์ในอิหร่านของเธอ

ถึงแม้ว่าเรื่องราวต่าง ๆ  ใน Persepolis จะฟังดูดุดันประชดประชันสัญชาติของตัวเองโดยไม่ยำเกรงแบบเดียวกับที่ผู้กำกับ

Masahiro Kobayashi เคยทำเอาไว้หนังญี่ปุ่นเรื่อง Bashing (2005) แต่เอาเข้าจริงแล้วน้ำเสียงการบอกเล่าของหนังกลับเป็นไป

อย่างอ่อนโยนละมุนละไมสะท้อนถึงความรู้สึกภายในของ Marjane ในฐานะผู้ถูกกระทำได้อย่างน่าเคารพ บุคลิกภายนอกของเธอ

อาจจะแลดูเป็นหญิงมั่นไม่แคร์สายตาใคร ๆ แต่ในส่วนลึกแล้ว Marjane ยังมีความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยญาติพี่น้องร่วมชาติของตัวเอง

อย่างไม่สามารถตัดขาดได้ จุดประสงค์ของการ ‘แฉ’ ประสบการณ์ส่วนตัวของเธอใน Persepolis จึงไม่ผิดกับการประกาศให้โลกได้

รับรู้ว่าชาวอิหร่านนั้นอาจไม่ได้คิดอ่านแบบเดียวกันกับผู้นำประเทศของพวกเขาเสมอไป ภาพที่ปรากฏออกมาในสื่อต่าง ๆ จึงยังไม่

สามารถเป็นตัวแทนของความรู้สึกของคนทั้งประเทศได้ เสียงของ Marjane ในหนังเรื่องนี้จึงเป็นเพียงเสียงเล็ก ๆ ทว่ายิ่งใหญ่ที่

สามารถสะท้อนถึงความในใจของชาวอิหร่านอีกหลาย ๆ คนได้อย่างน่ารับฟัง

Marjane Satrapi และ Vincent Paronnaud นำเสนอเรื่องราวทั้งหมดนี้ผ่านการออกแบบงาน animation อันโดดเด่นเป็น

เอกลักษณ์ ผู้กำกับทั้งสองเลือกใช้ภาพขาวดำมาบอกเล่าเรื่องราวในอดีตของหนังซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างพลังอันหม่นมืดของ

สถานการณ์ความรุนแรงได้อย่างน่าสะพรึงแล้ว มันยังรักษาลีลาของงานการ์ตูนต้นฉบับเอาไว้ได้อย่างสัตย์ซื่ออีกด้วย ถึงแม้ว่า

เหตุการณ์โดยส่วนใหญ่จะถูกถ่ายทอดกันด้วยภาพขาวดำ แต่ Marjane Satrapi และ Vincent Paronnaud ก็ยังสามารถสรรหา

เทคนิคลีลาอันหลากหลายมาทำให้การ์ตูนเรื่องนี้มีองค์ประกอบเชิงศิลป์ที่งดงามอลังการได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการเลียน

แบบการเคลื่อนไหวสองมิติของการเชิดหุ่นเงาแบบหนังใหญ่และหนังตะลุงในฉากฝรั่งพบกษัตริย์ชาห์ คล้ายคลึงกับลีลา

animation เงาใน The Adventures of Prince Achmed (1926) ของ Lotte Reiniger  การออกแบบตัวละคร ‘เฝ้าระวังทาง

วัฒนธรรม’ ทั้งสองให้แลดูขบขันเกินจริง รวมทั้งการใช้ภาพสมมาตรแสดงการสู้รบกันโดยไม่มีวันแพ้ชนะของทัพทหารฝ่ายซ้ายและ

ฝ่ายขวาได้อย่างสร้างสรรค์ ไปจนถึงการออกแบบฉากหลังในหลาย ๆ ช่วงด้วยศิลปะแบบ Persia อันวิจิตรตระการตา เรียกได้ว่าเป็น

งาน animation ลีลาใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการใช้เทคโนโลยีทันสมัยมาทำให้อะไร ๆ แลดูเหมือนจริงอย่างใน animation

ร่วมสมัยเรื่องอื่น ๆ กันเลย

ดูหนังฟรี