ป้ายกำกับ: Netflix Movies

หนัง The Lobster โสด เหงา เป็น ล็อบสเตอร์

เรื่องย่อ THE LOBSTER

เรื่องย่อ THE LOBSTER

เรื่องย่อ THE LOBSTER หลังจากภรรยาหลบหนีไปกับชู้ David (Colin Farrell จาก Total Recall, True Detective) จึงกลายเป็นคนโสดและถูกพาไปยัง The Hotel ซึ่งเป็นสถานที่ที่กักกันคนโสดให้มาอยู่รวมกันเป็น community ดูแลโดยผู้จัดการโรงแรม (Olivia Colman จาก The Iron Lady)

ที่ The Hotel คนโสดทุกคนจะต้องหาคู่ให้ได้ภายใน 45 วัน มิเช่นนั้นจะต้องถูก transform ให้กลายเป็นสัตว์ตลอดไป โดยแต่ละวันพวกเขาจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนา การเต้นรำ นันทนาการ และการออกล่าคนโสดหรือ The Loners ที่อาศัยอยู่ในป่า ถ้าจับ The Loners ได้ 1 คน ก็จะได้ยืดอายุของการเป็นมนุษย์ได้อีก 1 วัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสาว Maid (Ariane Labed) มาบริการคอยช่วยกระตุ้นอารมณ์ความเป็นชายให้ทุกวัน โดย ณ ที่นี่ การช่วยตัวเองก็เป็นเรื่องต้องห้าม

David ได้เพื่อนใหม่คือ ชายพูดไม่ชัด (John C. Reilly) ที่คิดไว้แล้วว่าตัวเองจะเป็นนกแก้ว และ John ชายขากะเผลก (Ben Whishaw จาก Spectre, Skyfall, Cloud Atlas) ที่ตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมกลายเป็นสัตว์เด็ดขาด จึงพยายามตามจีบสาวที่เลือดกำเดาไหลตลอดเวลา (Jessica Barden) มาเป็นคู่ตุนาหงัน

ตัว David เองก็ไม่ได้กระตือรือร้นอะไรเลย เขาไม่สนใจจะหาคู่และไม่เหลียวแลมนุษย์ป้าบิสกิต (Ashley Jensen) ที่มาตามอ่อยเขาด้วย เขาใช้ชีวิตไปวันๆ อยู่กับ Bob พี่ชายของเขาที่ตอนนี้กลายเป็นสุนัขสัตว์เลี้ยงของเขา เขาตั้งใจว่าเขาจะเป็นล็อบสเตอร์ เพราะกุ้งชนิดนี้อายุยืนเป็นร้อยปี มีเลือดสีน้ำเงินเหมือนเลือดผู้ดี และเขาเองก็ชอบทะเลเป็นการส่วนตัว

จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเกิดไปสปาร์คและแต่งงานกับสาวใหญ่ไร้หัวใจ (Angeliki Papoulia) แต่ต่อมาก็ฝืนกันไปไม่รอด David หนีออกจาก The Hotel เข้าป่าไปอยู่กับพวก The Loners และได้รู้จักกับสาวสวยสายตาสั้น (Rachel Weisz จาก The Mummy)

แต่การอยู่กับกลุ่ม The Loners ก็ไม่ได้ง่าย เพราะหัวหน้ากลุ่ม (Léa Seydoux จาก Spectre, Blue Is the Warmest Color, The Grand Budapest Hotel, Mission: Impossible) ตั้งกฎไว้ว่าห้ามจีบ ห้ามรัก และห้ามมีเพศสัมพันธ์กันเด็ดขาด (แต่สามารถช่วยตัวเองเมื่อใดก็ได้) ดังนั้นความสัมพันธ์ของ David กับสาวสวยสายตาสั้นจึงเป็นรักต้องห้ามเช่นกัน

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ THE LOBSTER

ช่วงหลังๆ มานี้ พวกเราอาจจะได้ดูหนังแนวโลกดิสโทเปียกันหลายเรื่อง ตั้งแต่ The Hunger Games, The Maze Runner, หรือ Divergent แต่จะเห็นได้ว่าพวกนั้นล้วนแต่เป็นหนังไตรภาคยาวๆ แบ่งมนุษย์เป็น class หรือ faction มากมาย (The Hunger Games ก็มี Capitol + 13 Districts ส่วน Divergent ก็มีกัน 4 factions + factionless) และเน้นแต่วัยรุ่นวัย YA (Young Adults)

The Lobster ก็เป็นสังคมดิสโทเปียเช่นกัน แต่แบ่งคนเป็นแค่สองกลุ่มใหญ่ๆ คือคนมีคู่กับคนไม่มีคู่ อ้างอิงจากสังคมปัจจุบันที่ชอบคาดหวังให้คนคนนึงต้องมีคู่ (เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน บลาๆๆ) และในเรื่องนี้จะแทบไม่มีเด็กเลย มีก็แต่วัยหนุ่มใหญ่สาวใหญ่ ซึ่งแต่ละคนมักมีความแปลกประหลาด ไม่สมประกอบ ขาดๆ เกินๆ เช่น ขากะเผลก, พูดไม่ชัด, เลือดกำเดาไหลตลอดเวลา, สายตาสั้น ฯลฯ

นอกจากนี้คนมีคู่จะได้อยู่ในเมืองหรูหรา ชีวิตดี๊ดี มีอิสระ ในขณะที่คนโสดเหมือนคนแปลกแยก เป็นเสมือน “คนชายขอบ” ของสังคม ถูกกักกัน ถูกบังคับให้ทำนู่นทำนี่ราวกับไม่ใช่คน และสุดท้ายก็ต้องกลายเป็นสัตว์ หรือไม่ก็เป็นคนเร่ร่อนตามชายป่า

เราชอบพล็อตอันแยบยลและการสร้างโลกดิสโทเปียให้คนโสดใน The Lobster มาก กล่าวคือหนังเขาเอาเรื่องของความรัก ความสัมพันธ์ และชีวิตคู่ มาผูกโยงกับเรื่องความเป็น ความตาย และการเป็นสัตว์ ดังนั้น The Lobster จึงเป็นหนังตลกร้ายที่ตอกย้ำคนโสดและจิกกัดคนมีคู่ได้อย่างเจ็บแสบที่สุดเรื่องหนึ่งที่เราเคยดูมาเลยทีเดียว

เมนไอเดียของชีวิตคู่ที่เห็นได้บ่อยครั้งที่สุดใน The Lobster คือการพยายาม “หา” คนที่เหมือนกับคนที่เราเป็น และพยายาม “เป็น” คนที่เหมือนกับคนที่เราหมายปอง (“A wolf and a penguin cannot live together,”)

กล่าวคือ ตัวละครในเรื่องจะพยายามจับคู่ตัวเองกับคนที่มีปมด้อยคล้ายๆ กัน เช่น คู่ขากะเผลก คู่เลือดกำเดา หรือคู่สายตาสั้น ซึ่งบางที… อะไรแบบนี้มันก็มาพร้อมกับการโกหกเสแสร้ง ซึ่งแน่นอนว่า มันย่อมไม่จีรัง วันนึงก็ต้องมีคนใดคนหนึ่งจับได้ หรือไม่ก็ต้องมีวันนึงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลิกพยายามที่จะฝืนตัวเอง

แล้วในเมืองนี้ ความเป็นกลางและความพอดีที่ไม่มีอยู่จริง คนโสดต้องมีคู่ แล้วต้องระบุชัดเจนเลยว่าจะเอาผู้หญิงหรือเอาผู้ชาย เพราะจะไม่มีชอยส์ Bisexual ให้เลือกสำหรับยุคนั้นแล้ว แม้กระทั่งที่ The Hotel ก็จะไม่มีรองเท้าไซส์ครึ่ง เช่น 44.5 ให้เลือกใส่ ผู้ใส่ต้องเลือกระหว่าง 44 หรือ 45 เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ต้องเลือกใส่รองเท้าไซส์หลวมมากกว่าไซส์คับ

การเลือกคู่ชีวิตก็คงเหมือนการเลือกรองเท้า เพราะเราต้องใส่รองเท้าเดินไปไหนมาไหนตลอดทุกวัน เราต้องเลือกรองเท้าทั้งแบบที่เราชอบ ทั้งที่ใส่สบายและไซส์พอดีกับเราที่สุด ซึ่งบางทีมันอาจจะไม่ได้พอดีเป๊ะๆ แต่เราก็จำเป็นต้องใส่รองเท้า เพราะการใส่รองเท้ามันดีกว่าและปลอดภัยกว่าการเดินเท้าเปล่า

ที่ The Hotel ผู้จัดการจะแบ่งแยกชนชั้นคนโสดกับคนมีคู่อย่างชัดเจน เช่น กิจกรรมกีฬา คนโสดก็ต้องเล่นแต่กีฬาเหงาๆ เช่น ตีกอล์ฟ หรือว่ายน้ำ และจะไม่สามารถเข้าไปในโซนกีฬาประเภทคู่ อย่างเช่น เทนนิส ของคนมีคู่ได้เลย (คือก็เข้าใจนะว่ามันเป็นกิจกรรมที่ต้องทำเป็นคู่ แต่นี่คือ ถึงแม้ว่าจะมีเพื่อนไปด้วยก็เข้าไปเหยียบสนามไม่ได้ ใจร้ายที่สุด!)

นอกจากนี้ผู้จัดการโรงแรมยังพยายามทำให้คนโสดเห็นว่า โอเคค่ะ… เป็นโสดไม่ตาย… แต่การเป็นโสดคือ insecurity และ uncomfortableness และการมีคู่จะ more secure และ more comfortable มากกว่า เช่น การทานอาหารด้วยมือข้างเดียว การทายาแก้ปวดในส่วนที่มือเอื้อมไม่ถึง หรือการเดินคนเดียวในยามราตรีที่แสนเปลี่ยว เป็นต้น โดยแทบไม่เมนชั่นเลยว่าการมีคู่ จริงๆ แล้ว ก็มีปัญหาให้รับมือเช่นกัน

ดังนั้น การที่จะมีชีวิตรอดอย่างมีความสุขที่เมืองแห่งนี้ บางทีเราอาจจะต้องใส่รองเท้าที่หลวมบ้างคับบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเห็นว่าเรามักเลือกคู่ที่หลวมมากกว่าคู่ที่คับ เพราะมันน่าจะเจ็บน้อยกว่า และหวังว่าวันนึงจะมีอะไรมาเสริมให้พอดีกว่านี้ โดยถ้าเป็นคู่ชีวิตจริงๆ สิ่งที่มาเสริมให้พอดีมักมาในรูปแบบของ “เด็ก” นั่นเอง

ที่ The Hotel จะแย่งคู่ข้าวใหม่ปลามันออกไปอีกกลุ่มหนึ่ง และในช่วงทดลองโปร ก็มีบริการเสริมให้ในกรณีที่คู่ใดทะเลาะระหองระแหงกันโดยการแถม “ลูก” ให้ไปเลี้ยงดูร่วมกันหนึ่งคน (“Children can be provided,”) มันทำให้เราเข้าใจเลยว่า นี่นั่นเอง ที่เราได้ยินมาแต่เด็กว่า “ลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจของพ่อแม่”

ประเด็นลูกเป็นกาวใจทำให้เราครุ่นคิดต่อไปอีกว่า สรุปแล้วสิ่งที่ทำให้คู่ชีวิตคู่หนึ่งอยู่ด้วยกันไปตลอดรอดฝั่งมันไม่ใช่ความรักหรอกเหรอ มันคือลูกหรอกเหรอ แล้วบางคู่มีลูกด้วยกันแล้วก็ยังเลิกรากันได้อยู่ดี สรุป… คนเราต้องการอะไรจากความสัมพันธ์ลักษณะนี้กันแน่? แค่มีลูกไว้สืบสายวงศ์ตระกูลหรือมีคนมาเลี้ยงดูดูแลเราตอนแก่เฒ่าเท่านั้นกระนั้นหรือ?

ความพยายามทั้งหลายแหล่ในหนัง The Lobster ทำให้เราเห็นว่า ความสัมพันธ์ของคนหลายคู่ก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักเสมอไป บางคนต้องการมีความรักและตามหาคู่ชีวิตเพียงเพราะ “ไม่อยากอยู่คนเดียว” คิดว่าการอยู่คนเดียวนั้นแสนเหงาและลำบาก

หลายคนจึงเลือกจิ้มๆ คนที่ดูโอเคที่สุดในรัศมีตัวเองแล้วก็จีบๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยลงหลักปักฐานกัน มิหนำซ้ำบางคู่ก็ต้องเสแสร้งว่ารักกันดี เพื่อภาพลักษณ์ของครอบครัวให้ดูดีในสายตาต่อคนรอบข้างหรือกระทั่งให้พ่อแม่สบายใจว่าเราเป็นฝั่งเป็นฝามั่นคง

ในขณะที่สำหรับบางคน… ถึงแม้เขาจะรู้อยู่แก่ใจแหละว่า การอยู่คนเดียวเหงาๆ มันยาก แต่การหาพาร์ตเนอร์ที่เหมาะสมจริงๆ นั้นก็ยากพอๆ กัน มีปัญหาเหมือนกันถึงแม้จะคนละรูปแบบก็ตาม (“It’s so hard to be alone but so hard to find a true partner too,”)

ดังนั้น บางคนเขาก็คงเลือกของเขาแล้วล่ะว่า ความปลอดภัยหรือความมั่นคงในชีวิตไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด หากแต่คือความอิสระและการเป็นตัวเองต่างหากที่เขา value พูดง่ายๆ คือ ถ้าหาคนที่เข้ากันและให้เราเป็นตัวเองด้วยไม่ได้ การอยู่คนเดียวและกลายเป็นสัตว์ มันก็อาจจะดีกว่าสำหรับเขา ถ้าการเป็นโสดตลอดชาติมันจะมีปัญหาจริงๆ ล่ะก็…มันก็เป็นปัญหาของเขาคนเดียวอยู่ดี ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของใคร

เพราะอย่างน้อยการอยู่คนเดียว เขาก็จะมีอิสระ ไม่มีใครมาบังคับให้ทำหรือไม่ทำอะไร เป็นอะไรก็ได้ที่ตัวเองอยากเป็น และได้คงความเป็นตัวเองเอาไว้ ดังนั้นในหนัง เราจะได้เห็นสัตว์นานาชนิดเดินโดดเดี่ยวร่อนไปร่อนมาในหลายๆ ซีน เช่น นกยูง กระต่าย อูฐ นกฟลามิงโก้ ฯลฯ และก็ได้แอบนั่งคิดเล่นๆ อยู่คนเดียวว่า สัตว์หรือคนที่ “หาคนคู่ไม่ทัน” ทั้งหลายเหล่านี้… เขาเป็นคนยังไง และทำไมถึงเลือกเป็นสัตว์ชนิดนี้

เช่น สาวผมสวยนมสวยคนหนึ่งในเรื่อง เธอเป็นคนที่สวยเลยแหละ แต่กลับไม่มีใครเข้ามาจีบและหาคนที่เข้ากับเธอไม่ได้เลย ในขณะที่เพื่อนรักของเธอ ซึ่งสวยน้อยกว่าเธอ แถมยังมีปัญหาบกพร่องทางร่างกาย กลับมีแต่คนมาขอเต้นรำด้วย และสุดท้ายก็ทิ้งเธอ…หลงลืม…ละเลยเธอไปมีคู่ชู้ชื่นสบายอุราอยู่คนเดียว (เออ พวกที่มีแฟนแล้วลืมเพื่อน ควรไปดู) จนกระทั่งวันที่ 45 สาวสวยคนนั้นก็เลือกที่จะเป็นลา (หรือม้าวะ?) ที่ยังคงมีขนบลอนด์สลวยสวยเก๋ที่เธอรักและภูมิใจปกคลุมช่วงต้นคอของเธออยู่ต่อไปชิกๆ

ดังนั้น สำหรับเรา… หลังจากดูหนังเรื่องนี้… เรารู้สึกว่า จริงๆ แล้วคนมีคู่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนที่ประสบความสำเร็จกับความรักเสมอไป คนที่ไม่มีคู่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะเป็นคนที่ล้มเหลวกับความรักเสมอไป คนที่มีความสุขที่สุดคือการได้อยู่กับ “คนที่ใช่” คุยภาษาเดียวกัน และเรายังได้ “เป็นตัวของตัวเอง” ไปด้วย โดยไม่ต้องฝืนพยายามหรือเสแสร้งแกล้งทำต่างหาก

เพราะไม่ว่าจะมีคู่หรือไม่มีคู่ ท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตมันก็ไม่มีอะไรแน่นอนอยู่ดี คนที่เข้ากันได้วันนี้ วันหน้าอาจจะเข้ากันไม่ได้แล้วก็ได้ จริงมั้ย?

สุดท้ายท้ายสุด สิ่งที่เราชอบอีกอย่างหนึ่งของ The Lobster ก็คือ ไม่ว่าคู่ไหนหรือคนไหนจะมีปัญหา เช่น ผู้จัดการโรงแรมทำอย่างไรหลังจากรู้ว่าสามีของเธอโกหกเธอ สาวเลือดกำเดาจัดการอย่างไรกับคุณแฟนหลังจากค้นพบว่าเขาเฟคใส่เธอเรื่องเลือดกำเดาเสมอมา หรือชายหนุ่มจะยอมทำให้ตัวเองตาบอดตามหญิงสาวที่เขาหลงรักด้วยหรือเปล่า ฯลฯ หนังจะไม่เฉลยคลี่คลายปมอย่างชัดแจ้งให้คนดูเลย แต่กลับทิ้งไว้ให้คนดูคิดต่อเองจนกระทั่งนาทีสุดท้าย…

เว็บดูหนังฟรี

หนัง Interstellar เล่าเรื่องราวของกลุ่มนักสำรวจ

Interstellar ทะยานดาวกู้โลก

Interstellar ทะยานดาวกู้โลก

Interstellar ทะยานดาวกู้โลก ความดีงาม ของ intersteIlar เป็น ส่วนประกอบ ของ เรื่องราว ที่ ผูกโยง สถานะการณ์ ต่างๆ เข้าพบ กันได้อย่างน่าที่ง ผสม กับการแทรก ข้อมูล ทาง ฟิสิกส์ อวกาศ สู่ ผู้ชม แล้วก็ ถ่ายทอด ออกมา เป็น ภาพ โดย อิง ตาม แนวคิด วิทยาศาสตร์

เรื่องย่อ : เมื่อ โลก จะต้อง พบเจอ กับ วิกฤการณ์ ทางอากาศ แล้วก็ มีทิศทาง ที่จะ ล่มสลายเร็วทำให้คู เปอ ร์ อดีตกาล นักบิน

อวกาศ ของ ทุ่งนาซ่ที ฝันตัว มา เป็นเกษตรกร จะต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่ ค้นหา ดาวเคราะห์ วง ใหม่ เพื่อ จ้ดแจง ย้ายถิ่น มนุษย์

โลก ไป ยัง ดาว ดวง ใหม่แต่ว่า อุปสรรคที่มีความสำคัญ เป็น พวกเรา ยัง ไม่มีความรู้และก็เทคโนโลยี พอเพียงที่จะ เดินทางผ่านกา

แล็คซี

ช่องทาง ดูเหมือนจะ ริบหรี่ แต่ว่า แล้ว ศ. จ. จอห์น แบรนด์ ผู้ดูแล สถานี ศึกษาค้นคว้า ลับ ของทุ่งนาซ่า ก็แลเห็น ช่องทาง เมื่อเขา

เจอ ดาวพระเคราะห์ สาม ดวง ที่ บางทีก็อาจจะ ย้ายถิ่นผู้คน ไป ดำรงชีวิต ตรงนั้นได้

 

ซึ่ง ดาว ทั้ง สาม ดวง นี้ โคจร อยู่ ใน อีก แกแล็คซี่ นึง จำเป็นต้อง เดินทาง ผ่าน ทาง รู หนอน ที่เกิดขึ้น ใกลักับ ดาวเสาร์ โดย ข้อสันนิษฐาน ของ ศ.จ. จอห์น แบรนด์ คือ รู หนอน นี้ อาจจะเกิดขึ้น

ได้ก็เพราะ การสร้างของ สั่งมีชีวิต ทง ภูมิปัญญา เพื่อ ต้องการ ช่วย ชาวโลกการเดินทาง ใน คราวนี้ ทำให้ คู เปอ ร์ จะต้องจาก ลูกๆของ เขา ไป นาน ยาวนานหลายปี หรือ

บางทีก็อาจจะ มิได้ กลับมา อีก เลยเป็นการเดินทาง ที่ ไม่รู้ว่า จุดหมายปลายทางคืออะไร ? จะ พบ อะไร ระหว่างทาง ?

เรื่องราวต่อจากนี้ โปรดหาคำตอบด้วยตัวท่านเองจากหนัง Interstellar

หมายเหตุผู้เขียน : สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู…ผมขอแนะนำให้ไปหามาดูด่วน เพราะนี่คือหนังคุณภาพที่คุณห้ามพลาด หนังมีความยาว 2 ชั่วโมง 40 นาทีอาจจะนานไปหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแน่นอน

หนังมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมายที่ผู้ชมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับกาลอวกาศ ( Space time ) และด้วยความที่หนังไม่ได้ละเลยหลักการทางวิทยาศาสตร์ แถมทำออกมาได้อย่างชัดเจน ทำให้ interstellar กลายเป็นหนึ่งในหนังไซไฟระดับตำนาน ส่วนหนึ่งเพราะหนังมีที่ปรึกษาเป็น คิป ทอร์น ซึ่งเป็นนักฟิสิกส์ชั้นนำของโลก

ในฐานะผู้ชม…เราสามารถดูหนังเรื่องนี้ได้สนุกโดยไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องฟิสิกส์ แต่ถ้ารู้บ้าง(นิดหน่อย) เราจะดูหนังเรื่องนี้สนุกขึ้นแน่นอน

บทความนี้ขอขยายความคำว่า “รู้บ้างนิดหน่อย”นั้น
โดยดึงเรื่อง “ทฤษฎีรูหนอน”จากในหนังมาอธิบายเพิ่มเติม

รูหนอน (Wormhole)คือ อะไร ?

รูหนอนเปรียบเสมือนทางลัดในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆในกาลอวกาศ ซึ่งอาจเป็นการเดินทางข้ามอวกาศไปยังกาแล็คซี่อื่นที่อยู่ห่างไกล หรือการเดินทางข้ามมิติเวลา

โดยรูหนอนจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างจุดเริ่มต้นกับปลายทาง บางครั้งถูกเรียกว่า ” สะพานของไอน์สไตน์-โรเซน ” (Einstein-Rosen Bridge)
ที่เรียกอย่างนี้เพราะแนวคิดในการอธิบายเรื่องรูหนอนอ้างอิงโดยทฤษฎีและสมการของอัลเบิร์ต ไอสไตน์ กับ ลูกศิษย์ของเขาคือ นาธาน โรเซน

หากจะอธิบายรูหนอนให้เห็นภาพ ขอยกตัวอย่างในแบบเดียวกับที่หนังอธิบายเรื่องนี้ นั่นคือการอธิบายด้วยกระดาษแผ่นเดียว(โปรดดูภาพประกอบ)

จากรูป หากต้องการเดินทางจากจุด A ไปจุด B เราต้องใช้เวลานาน เพราะเดินทางตามระยะทางในแนวระนาบ (รูปที่ 1)

หากเปรียบกระดาษแผ่นนี้เป็นกาลอวกาศ ซึ่งก็คือการรวมตัวกันของเวลาและอวกาศ (เราอยู่ในโลก 4 มิติ คือ มิติของความ กว้าง ยาว สูง และเวลา) และเมื่อเกิดการบิดเบี้ยวของกาลอวกาศจนเกิดรูหนอนขึ้น จุด A และ จุด B ก็จะถูกย่นระยะในกาลอวกาศผ่านทางเชื่อมนี้ (รูปที่ 2)

ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการบิดเบี้ยวนี้ก็คือ แรงโน้มถ่วง แรงโน้มถ่วงหรือความโน้มถ่วงนี้มีผลทำให้เกิดการโค้งงอของพลังงานและมวลสาร รวมไปถึงความบิดเบี้ยวของเวลา

ในหนังดาวแต่ละดวงที่ลงไปสำรวจนั้นจะมีการเดินของเวลาในอัตราที่ต่างกัน เช่น ดาวดวงแรกที่พระเอกลงไปสำรวจ เวลาบนดาวดวงนั้นเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่ากับเจ็ดปีบนโลก

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะดาวได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงมหาศาลรอบหลุมดำ เราจะพบประเด็นเรื่องเวลาและมิติอยู่ในหนังพอสมควร แต่กล่าวถึงมากไม่ได้เพราะจะเป็นการสปอยด์เนื้อหา

แล้วรูหนอนเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

รูหนอนนั้นยังเป็นเรื่องในเชิงทฤษฎีที่ยังมีข้อถกเถียงมากมาย แต่โดยสรุปแล้วรูหนอนก็คือการเชื่อมกันเป็นทางเชื่อมของหลุมดำสองแห่ง

ภาพรูหนอนในแบบ 2 มิติ
หลุมดำนั้นเกิดจากดาวฤกษ์ที่มีมวลมหาศาลได้แตกดับลง และสสารที่เคยประกอบเป็นดาวดวงนั้นถูกบีบอัดจากแรงดึงดูดของตนเองจนเหลือเป็นมวลหนาแน่นที่มีขนาดเล็กมากๆ ซึ่งหลุมดำนั้นมีความโน้มถ่วงในตัวมันสูงมากจนค่าความโค้งของกาลอวกาศบริเวณนั้นมีค่าเป็นอนันต์ เราเรียกจุดนั้นว่า Gravitational-Singularity หรือ ภาวะเอกฐานเชิงความโน้มถ่วง

ภาพหลุมดำจากหนังเรื่อง Interstellar : แสงที่ดูเหมือนวงแหวนนั้นเกิดจากการบิดโค้งของแสงเนื่องมาจากค่าความโน้มถ่วงที่สูงมากรอบๆหลุมดำ
ปัญหาที่เกิดขึ้นในทางทฤษฎีคือ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีอะไรผ่านเข้าไปในหลุมดำได้
เนื่องจากค่าความโน้มถ่วงที่สูงมากนั้นจะทำการดูดทุกสิ่งเข้าไป แม้กระทั่งแสงยังถูกดูดเข้าไปจนมืดสนิท เราจึงเรียกว่าหลุมดำ แต่เมื่อไปถึงจุดที่ค่าความโน้มถ่วงเป็นอนันต์จุดนั้นเวลาจะไม่มีเวลา (ความโน้มถ่วงเป็นอนันต์ เวลาเป็นศูนย์)

ดังนั้นสิ่งที่ถูกดูดเข้าไปก็จะไปต่อไม่ได้
สิ่งนี้มีข้อขัดแย้งกับหลักฟิสิกส์ที่ว่าสสารจะไม่สูญสลายไปไหน มันเพียงแต่เปลี่ยนสถานะเท่านั้น แล้วตกลงสสารที่เข้าไปในหลุมดำมันหายหรือไม่หาย ?
เป็นความขัดแย้งที่ยังคงถกเถียงกันอยู่

เหตุที่เป็นอย่างนี้เพราะความขัดแย้งในทฤษฎีสัมพัทธภาพที่อธิบายเรื่องของสสารขนาดใหญ่ได้ดีแต่กลับอธิบายสสารขนาดเล็กระดับอะตอมได้ไม่ดีนัก ส่วนฟิสิกส์ควอนตัมที่ใช้อธิบายอนุภาคมูลฐานได้ดี กลับใช้อธิบายสสารขนาดใหญ่ไม่ได้

เรายังไม่ค้นพบทฤษฎีที่สามารถอธิบายสสารขนาดใหญ่และเล็กในระดับควอนตัมให้เชื่อมโยงสอดคล้องกันได้ในทฤษฎีเดียว
เพราะเรื่องหลุมดำนี้มีทั้งสองส่วนอยู่ในตัวมันเอง

ภาพรูหนอนจากหนังเรื่อง Interstellar : เป็นรูหนอนทรงกลมซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับลักษณะของรูหนอนในทางทฤษฎีมากที่สุด
ตราบใดที่เรายังไม่สามารถไขความลับในเรื่องหลุมดำ รวมถึงทฤษฎีที่ครอบคลุมทั้งฟิสิกส์ของสสารขนาดใหญ่และควอนตัมฟิสิกส์ได้อย่างสมบูรณ์ เราคงยังไม่สามารถค้นหาวิธีที่จะสร้างรูหนอนได้…

สำหรับรูหนอนในภาพยนตร์ Interstellarนั้น เชื่อว่าถูกสร้างโดยความช่วยเหลือของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิต่างดาว พระเจ้า หรือ มนุษย์ในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งเราไม่อาจทราบได้

เรื่องราวในหนังยังเชื่อมโยงไปสู่มิติที่สูงกว่ามิติที่ 4 ด้วย…แต่เราขอไม่กล่าวถึงในบทความนี้ เพราะภาพในหนังอธิบายได้ดีอยู่แล้วและเพื่อป้องกันการสปอยด์เนื้อหาสำคัญด้วย

หากมีโอกาสจะนำมาเขียนเป็นบทความใหม่ภายหลังแล้วกันครับ (ผู้เขียนมีความสนใจเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก…ชอบอ่านเรื่องแนวนี้ ถ้าอย่างไรคงได้เขียนถึงอยู่บ่อยๆหากมีเรื่องที่น่าสนใจให้นำมาเขียน)

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนดูหนังเรื่องนี้ได้สนุกขึ้น

เว็บดูหนังฟรี

ภาพยนตร์แนวไซไฟ Gravity มฤตยู แรงโน้มถ่วง

ภาพยนตร์ Gravity

ภาพยนตร์ Gravity

ภาพยนตร์ Gravity – มฤตยู แรงโน้มถ่วง ที่ กำลังจะ เข้าฉาย ในบ้านเรา 3 ตุลาคมนี้ เป็น

ภาพยนตร์ ที่รวม สุดยอด ผู้แสดง และ ทีมงาน ผู้อยู่เบื้องหลัง ที่ ผ่าน การการัน ตี ด้วยรางวัล

มากมายก่ายกอง หลายคน ไม่ว่า จะ เป็น นักแสดง เจ้าของรางวัล Academy Award แซน

ตร้า บูลล็อค (“The Blind Side”) และ จอร์จ คลูนีย์ (“Syriana”) รับบท แสตง ในเรื่อง

Gravity เรื่องราว ตื่นเต้น ระทึกขวัญ ที่จะ พา คุณ สู่ห้วงลึก แห่ง จักรวาล ที่ ยากเกิน จะ หา

ขอบเขต ได้ ภาพยนตร์กำกับ ฯ โดย ฮัล ฟอน โซ่ วรอน ผู้เข้าชิงรางวัล Oscar (“Children of Men”)

Gravity – มฤตยู แงโน้มถ่วง เป็นเรื่อง ราว ของ ตร. ไร อัน สโต น (แซนดร้า บุลล็อค)

วิศวกรรม อัจฉริยะด้านการแพทย์ ที่อยู่ ใน ภารกิจ บน ยานอวกาศ เป็นครั้งแรก ร่วมกับ แม็ตต์

โคว้ลสกี้ นุษย์อวกาศ มากประสบกรณ์ (คลูนีย์) แต่ ช่วง ที่ เน สำรวจ อวกาศ ได้เกิด

เหตุ ร้าย ขึ้น ยานอวกาศฟัง สิ้น สภาพ จนกระทั่งส โต น และ โค วัลสกี้ต้อง อยู่ อย่างเคว้ง คว้ง

ไม่สามารถที่จะ ยึดติด กับ สั่งใด ได้ นอกเหนือจาก พวกเขา ที่ ต้อง โคจร ออก ไป ในความมืดมน

ความเงียบ สงัด บอก กับ พวกเขา ว่า หมดทาง ติดต่อ กับ โลก … และ โอกาส ในการ ได้รับ ความ

ช่วยเหลือ แล้ว ขณะที่ ความกล้ว เปลี่ยนเป็น อาการ ขวัญเสีย ห้วง อวกาศที่ กว้างใหญ่ ก็ ทำให้

ออกซิเจน ที่ มีน้อย นิด ค่อยๆ หมดลง แม้กระนั้น จังหวะ เดียว ที่กำลังจะได้ กลับบ้าน คือ การเดิน

ทางสู่ห้วง อวกาศ ที น่ากลัวต่อไป

ภาพยนตร์เรือง Gravity – มฤตยุ แงโน้มถ่วง เขียนขึ้น โดย ฮัลฟอนโซ่ วรอน และก็ โจนั

ส ตัวรอน อำนวยการ สร้าง ฯ โดย อัลฟอนโซ่ ตัวรอน แล้วก็ เวิด เฮย์แมน ( ภาพยนตร์

เรื่อง “Harry Potter” ฮนวยการสร้าง บริหารฯ โดย คริส เดอฟาเรีย, นิกกี้ เพ็นนี่ แล้วก็

สตี เฟ่น โจนส์

คณะทำงาน ผู้อยู่เบื้องหลัง ได้แก่ ผู้กำกับ ภาพ ที่ เข้า ชิงรางวัล Oscar มานับ ไม่ ถ้วน อย่าง

เอ็ม มานู เอล ลูเบ ซกี้ (“Children of Men,” “The New World”; ผู้ออกแบบ ฉาก แอนดื้

นิโคลสัน ผู้สำาตับภาพ อัล ฟอน โซ่ ตัวรอน และ มาร์ค แซน เก อร์ และ ดีไซน์ เครืองแต่ง

กาย โดย เจนี เทมิเม (ภาพยนตร์เรื่อง “Harry Potter” ควบคุมวิชวล เอ็ฟเฟ็กต์ โดย ทิม

เว็บ เบอร์ ผู้เข้าชิงรางวัล Oscar (“The Dark Knight”) ประฟันธ์ดนตรี โดย สตีเฟ่น ไพรซ์

ดูหนังออนไลน์

หนังDunkirk | ชายหาดแห่งความสิ้นหวัง

Dunkirk

Dunkirk

Dunkirk จำเป็นต้อง เอา ชื่อ คริส โต เฟอ ร์ โน แลน ขึ้นมาก่อน สิ่งอื่น ใด ครับ เพราะว่า เทียบ หน้า หนัง ก้น

แล้ว ถ้าเอา เป็น หนัง ดราม่า สงคราม ที่ มี ฉาก ชายหาด เป็น โลเกชั่น ยังไง ก็ ต้อง ให้ Saving

Private Ryan (1998) ของ สปี ลเบิ ร์ก มา เป็น อันดับหนึ่ง ถ้า จะ เอา ว่า ดารา ใหญ่มาเล่น ตั้ง

สุด ก็มีเพียงแค่ ทอม ฮาร์ตี้ และ เคน เน็ธ บรา นา จ์ กับเจ้าของ รางวัล ออสการ์ สมทบ ชาย

อย่าง มาร์ก ไร แลน ส์ เท่านั้นเอง แถมที่เหลือ ซึ่ง กุม พื้นที ส่วนใหญ่ ใน หนัง ก็ เปีน เพียง

ดารา วัยรุ่น หน้าใหม่ เสีย แทบทั้งนั้น ด้วย ฮ่อ อาจ ขาย ได้ ว่า เป็นการ เล่น หนังใหญ่ ครั้งแรก

ของ นักร้องไอตอล ระดับโลก จาก วง วันไดเร็กชั่น อย่าง แฮร์รี่ สไตล์ส แต่เอาจริงๆ ว่า คน

ชอบดูหนัง คนไหนกัน จะ มา สน ล่ะ? กล่าว กันตามจริง หนัง ประเด็นนี้ ส่วน ที่ น่าดึงดูด สูงที่สุด

เป็น เป็น หนัง ของ โน แลน ผู้ผลิต การเกิด ทาง ภาพยนตร์แบบ กระเทือน ไป ทั่วทั้งโลก ได้

หลาย ต่อ บ่อย นี่ ล่ะ นะครับ

และขอบอกตรงนี้เลยว่านี่คือหนังชั้นมาสเตอร์พีซของโนแลน และจะกลายเป็นตำนานหนังสงครามที่เยี่ยมที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลกไปอีกหลายสิบปีเลยด้วยครับ

หนังเรื่องนี้จับเหตุการณ์จริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณเมืองดันเคิร์กชายฝั่งของประเทศฝรั่งเศส กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรในขณะนั้นเสียทีให้ฝ่ายอักษะของนาซีจนล่าถอยมาติดค้างอยู่ที่เมืองนี้จำนวนมาก ในครั้งนั้นกองทัพอังกฤษของฝ่ายสัมพันธมิตรจนปัญญาในการอพยพเหล่าทหารของตนที่เมืองนี้ร่วมหลายแสนชีวิตให้ออกจากสมรภูมินรก ทั้งยังการถูกปิดล้อมก็ทำให้เหล่าทหารกลายเป็นเป้านิ่งให้เครื่องบินศัตรูยิงทิ้งเล่น เรียกว่ารอวันที่ฝ่ายอักษะไล่บี้มาถึงเพื่อสังหารทิ้งไม่เร็วก็ช้าเท่านั้นเอง และหากเป็นเช่นนั้นฝ่ายสัมพันธมิตรก็จะสูญเสียกำลังพลครั้งใหญ่ ยังส่งผลให้ฝ่ายอักษะได้รุกคืบสู่เกาะอังกฤษซึ่งเป็นจุดยุทธการสำคัญในสงครามครั้งนี้ของฝ่ายสัมพันธมิตรด้วย เพราะหากเสียอังกฤษเป้าหมายต่อไปย่อมต้องเป็นอเมริกาและแน่นอนหน้าประวัติศาสตร์โลกคงไม่เหมือนอย่างที่เราเห็นในปัจจุบันนี้แน่ ๆ

ในตอนนั้นชาวบ้านและชาวประมงจากอังกฤษต่างถูกเกณฑ์ให้นำเรือบ้าน ๆ ของตน ที่ไม่ได้รับการติดอาวุธใด ๆ ออกสู่ทะเล เข้าสู่สมรภูมิเลือดที่ดุเดือดถึงขีดสุดทั้งบนฟ้าและผืนน้ำ เพื่อนำชีวิตของกำลังพลที่ดันเคิร์กกลับสู่บ้าน ซึ่งตรงนี้กลายเป็นอีกหนึ่งในจุดเปลี่ยนของสงครามที่เกิดขึ้นด้วยพลังของชาวบ้านธรรมดา ๆ ล้วน ๆ เลยครับ

วีรกรรมของชาวบ้านตาดำ ๆ นี้ก็คงโดนใจโนแลนผู้กำกับที่เติบโตมาบนเกาะอังกฤษอย่างจัง เปรียบไปก็คงไม่ต่างจากคนไทยที่ภูมิใจในชาวบ้านบางระจันนั่นล่ะครับ แต่นี่คงแบบยิ่งใหญ่กว่าเยอะ เพราะเป็นสงครามระดับตัดสินหน้าตาของโลกได้เลย

หนังใช้วิธีเล่า 3 ส่วนไปพร้อมกันโดยการดีไซน์ที่ฉลาดมาก ๆ ตั้งแต่ชื่อหนัง ที่มีการใช้ 3 เฉดสีแทนท้องฟ้า ผืนน้ำ และแผ่นดิน ซึ่งแทนถึงสมรภูมิห้ำหั่นของสงครามโลกที่มีทั้งทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก นอกจากนี้หนังยังใช้การเล่าไม่ลำดับเหตุการณ์ที่ทำให้เราคาดเดาและลุ้นไปกับทุกวินาทีของหนังอย่างชาญฉลาดมากจนบางคนน่าจะเอาไปเทียบกับงานเก่าอย่าง Memento และ Inception แต่ขอบอกเลยว่าเข้าใจง่ายกว่าและยังใช้ประโยชน์ของการเหลื่อมเวลาได้อย่างระทึกใจกว่าด้วย

โดยได้แบ่งการเล่าเรื่องเป็นสถานการณ์ 3 ช่วงต่างสถานที่คือ ช่วง 1 สัปดาห์บนบริเวณชายหาดดันเคิร์กที่ ทอมมี่ ทหารเด็กหนุ่มชาวอังกฤษ (ฟิออนน์ ไวท์เฮด) กำลังหาหนทางหลบหนีขึ้นเรือขนผู้บาดเจ็บเพื่อกลับบ้าน ทำให้ระหว่างทางเขาได้พบเพื่อนร่วมหนีทหารอย่าง กิ๊บสัน ผู้เงียบงัน (แอนไนริน บาร์นาร์ด) และทหารไฮแลนด์นาม อเล็กซ์ (แฮร์รี่ สไตล์ส) เหตุการณ์ต่อมาคือช่วง 1 วันของ ดอว์สัน และปีเตอร์ลูกชาย (มาร์ก ไรแลนส์ และ ทอม กลินน์-คาร์นี่ย์) กับเพื่อนของปีเตอร์นาม จอร์จ (แบร์รี่  คีโอกาน) ที่กำลังเอาเรือมูนสโตนออกไปช่วยเหล่าทหารกลับมาอังกฤษ และเหตุการณ์สุดท้ายคือช่วงเวลา 1 ชั่วโมงของทหารเครื่องบินขับไล่นาม ฟาร์ริเออร์ (ทอม ฮาร์ดี้) กับเพื่อนคือ คอลลินส์ (แจ็ก โลว์เดน) ออกปฏิบัติการปราบเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ทำลายเรือขนส่งทหารตลอดจนฆ่าทหารที่อยู่บนชายฝั่ง

และหนังฉลาดดีมากครับที่เลือกดาราหน้าใหม่ และเด็กหนุ่มมาสะท้อนภาพสงคราม เพราะเราได้เห็นความไม่เจนโลก ความหวาดกลัวต่อสงคราม บาดแผลในจิตใจ ตลอดจนการเติบโตเชิงปรัชญาของเด็กหนุ่มผู้ผ่านช่วงเวลาเป็นตายทั้งต่อชีวิตของเขาและต่อศีลธรรมในใจ ฉากที่น่าจะได้รับการพูดถึงมากฉากหนึ่งคือ ฉากที่เหล่าเด็กหนุ่มต้องเลือกผู้เสียสละที่ชวนให้นึกถึงฉากโจ๊กเกอร์วางระเบิดเรือใน The Dark Knight เลยทีเดียว กับอีกฉากก็คือช่วงที่ปีเตอร์เลือกจะตอบคำถามของนายทหารหนีทัพ (ซิลเลี่ยน เมอร์ฟี่) ที่แสดงนัยเชิงปรัชญาได้อย่างเรียบง่ายแต่สะเทือนใจมาก ๆ ครับ

มันยากที่จะเรียกว่าหนังสงครามแบบที่เราคุ้นเคยครับ เพราะตัวละครส่วนใหญ่ไม่ได้มุ่งหมายห้ำหั่นศัตรูแบบตายเป็นตาย หากแต่แสดงภาวะของการดิ้นรนมีชีวิตอยู่ เหมาะกับคำโปรยของหนังที่ว่า “การรอดชีวิตกลับไปได้ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่”

การเขียนบทของโนแลนนี่มันอัจฉริยะจริง ๆ ล่ะครับ ไอ้ที่เราเห็นว่าเหตุการณ์นี้มันคลี่คลายไปแล้ว การเอามาฉายซ้ำเปลี่ยนมุมมองดันทำให้เราไม่ได้สบายใจขึ้นเลย กลับต้องลุ้นเข้าไปอีกทั้ง ๆ ที่เห็นการคลี่คลายของมันในอีกมุมมองหนึ่งไปแล้ว นั่นทำให้ระหว่างที่เราดูมันเต็มไปด้วยการขบคิดคาดเดา แต่ก็คาดอะไรไม่ได้จริง ๆ ครับ ทุกชีวิตพร้อมตายได้ทุกเมื่อ อีกอย่างที่ต้องกราบเลยคือหนังสงครามถูกสร้างมาไม่หวาดไม่ไหวจนเราก็คิดว่ามันไม่เหลือมุมอะไรให้เล่นทำให้เรากลัวได้อีกแล้วล่ะ แต่โนแลนก็หามันพบครับ ดันเคิร์กทำให้เรากลัวเรือดำน้ำเยอรมันอย่างที่ไม่เคยกลัวมาก่อน เรากลัวมากเวลาเสียงเครื่องบินวิ่งผ่านหัว หรือแม้แต่เห็นบินจากระยะไกล เสียงปืนในเรื่องนี้ไม่ต้องกราดรัวใด ๆ แต่ใช้แต่ละนัดแบบเน้น ๆ ทำให้เราหวาดกลัวได้มากจนหายใจแทบไม่ออก ผมเชื่อว่าคอสงครามจะรักหนังเรื่องนี้มาก ๆ เลยล่ะครับ

อีกหนึ่งที่ต้องชมคือการที่ ฮานส์ ซิมเมอร์ ได้ประพันธ์ดนตรีประกอบหนังได้อย่างเด็ดดวง คลุมบรรยากาศอันไม่น่าไว้วางใจ ความหวาดผวาและความเป็นตาย โดยใช้นาฬิกาพกของโนแลนทำเสียงจังหวะขมวดเกร็งที่บีบคั้นเข้ามาเรื่อย ๆ  โดยแทบไม่ต้องพึ่งดนตรีอึกทึกครึกโครมใด ๆ กลับทรงพลังและกดดันผู้ชมกับตัวละครได้ระทึกขวัญยิ่งกว่าหนังผีหนังเครียด ๆ เสียอีกครับ ซึ่งความไร้ปราณีของซิมเมอร์นั้นก็ต้องเรียกว่าเลวเลยล่ะ เพราะแม้สถานการณ์หลายอย่างจะคลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่ดนตรีพี่แกไม่หย่อนความกดดันลงให้เราได้พักเลย จนช่วง 10 นาทีสุดท้ายของหนังนู่นล่ะครับ เราถึงค่อยได้หายใจคล่องขึ้นหน่อย

ด้านงานภาพต้องกราบ ฮอยต์ ฟาน ฮอยเตมา ผู้กำกับภาพคู่บุญคนใหม่ของโนแลนเช่นกัน ที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์อันไม่ธรรมดาในการเล่าเรื่องโดยไม่ต้องใช้คำพูดมากมาย เพียงภาพและสถานการณ์ก็มากพอในการบีบคั้นหัวใจเราให้รู้สึกอินในทุกห้วงเวลาของตัวละครจนนี่อาจเป็นหนึ่งในการทดลองสำคัญทางภาพยนตร์ที่เทียบชั้นการไร้ดนตรีใน No Country for Old Man ของพี่น้องโคเอนเลยทีเดียว นอกจากนี้ฮอยเตมายังสรรค์สร้างการจัดวางที่ใช้ประโยชน์ของสเกลฟิล์ม 70 มม. ที่กว้างกว่าจอปกติได้อย่างคุ้มค่ามาก ๆ นั่นจึงทำให้ประสบการณ์ดูหนังเรื่องนี้ในระบบที่เอื้ออำนวยสูงสุดอย่างไอแม็กซ์ ฟิล์ม 70 มม. ซึ่งปัจจุบันในไทยมีฉายที่เดียวคือที่พารากอนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยสำหรับคอหนังขนานแท้ครับ เพราะหลังจากหนังเรื่องนี้เราก็ไม่รู้ว่าจะได้ดูหนังที่ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 70 มม. นี้อีกเมื่อไรด้วยในโลกที่ดิจิตอลครองทุกผืนทวีปโรงหนังแล้ว

สุดท้ายผมค้นพบว่า หนังเรื่องนี้คือการบรรลุการทดลองนู่นนี่นั่นของโนแลนในผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา โดยดึงสูตรดี ๆ ในหนังเรื่องที่ผ่านทุกเรื่อง เพียงเพื่อได้เอามาใช้สร้างหนังเรื่องนี้เรื่องเดียว ประหนึ่งว่าหนังทุกเรื่องของโนแลนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้หนังสงครามเรื่องนี้เท่านั้นเลยครับ

และความรู้สึกสุดท้ายคือ อิ่ม ดีใจสุด ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ในวันที่หนังเรื่องนี้เข้าโรง ให้ดูซ้ำกี่รอบก็ถือเป็นกำไรชีวิตแบบไม่ต้องคิดมากเลยครับ

ดูหนังออนไลน์

หนัง “Black Swan” ที่สุดแห่งจิตวิทยาสีเทาของมนุษย์

หนัง Black Swan

หนัง Black Swan

หนัง Black Swan ได้ถ่ายทอดเรื่องราว ของ “น่า” (นำแสดงโดย นาตาลี

พอร์ต แมน ) ที่อาศัย อยู่ กับ แม่ ซึ่ง เคย เป็น นัก ปัลเล่ต์ เก่า น่านักปัลเล่ต์ ที่ สั่งกัด บริษัท บัล

เล่ต์ ใน นิวยอร์ก ซึ่ง มีชีวิต เหมือน นัก บัลเล่ต์ ปกติ

แม่ ของ นิน่า พยายาม ผลักต้น และ ทุ่มเท ทุกสั่งทุกอย่าง ให้ กับ เธอ สำหรับการ เต้น บัลเล่ต์

อย่างเต็มเปี่ยม จนกระทั่งเมือ ทางบริษัท บัลเล่ต์ ปรารถา ที่จะ หา นัก ปัลเล่ต์ มา เต้น ใน งาน

เปิด การแสดง คราวต่อมา ใน เรื่อง ‘Swan Lake’ แน่ๆ ว่า นิ น่า ก็ได้ รับ เลือก ให้เป็นเลิศ ใน ผู้

ที่ ถูกค้ด ให้เป็น นักแสดง บท “หงส์ ศ(Black Swan)”

ซ็ง เป็นตัว ละคร เด่น ใน เรื่องนี้ แต่ นิ่ น่า ก็ จะต้องมี คู่แข่ง นัก ปัลเล่ต์ คนใหม่ อย่าง ลิลี่ ที่ ปรากฏ

ตัว ขึ้น และ ยัง เป็นตัว เก็ง สำหรับการ แข่งชัน ครั้งนี้ ด้วย นิ่ น่า ก็เลย พยายาม ฝึกซ้อม ปัลเล่ต์

อย่างมาก เพื่อจะ ได้ ชนะ กรค้ดเล็อก ให้ รับบท เป็น หงส์ ต่ำ (Black Swan) ซึ่ง จาก การซ้อม

ที่ เอาจริงเอาจัง กดต้น และ หักโหม ตนเอง ที่ เริ่ม มากขึ้น

ทำให้เธอไม่รู้ตัว เลย ว่าร่างกาย กับ จิตใจของ เธอค่อยๆ ถูก ความมึด กลิ่น กิน และ กำลังจะ

เปลี่ยน ภาวะ เป็น “หงส์ ศา (Black Swan)” อย่างสมบูรณ์ แบบ โดย ที่ ใครๆ ก็ ไม่คาดฝัน แม้

กระทั้งตัวนิ น่าเอง

ความน่าคีงดูดใจ ของ “Black Swan” ก็คือ ตัวของ นิ น่า หรือ นางเอก ในเรื่องที่ มี

ความรู้การ เต้น บัลเล่ต์ รอบด้าน ประเภท หา ตัว จับได้ ยาก กล่าวได้ว่าไม่ว่า จะ เป็น ละครเวที

อะไรก็ตาม คุณ ก็ จะได้รับ บท เด่น ตลอด จนกว่า ละครเวที เรื่อง “Black Swan” กำลังจะออก

เดินทางมา ถึงเร็วนี้ๆ โน่น ก็เลย นับว่าเป็น จุด เปลี่ยนแปลง ใน ชีวิต ของนางเอก ซึ่ง ทุกคนต่าง

ก็เห็นว่า การเต้น ด้วยลีลา ที่ สุภาพ ของ คุณ เหมาะสม ที่จะ เป็น หงส์ ขาวมาก กว่า หงส์ ดำ

เนืองจาก ผู้ที่ จะได้รับ บท “Black Swan” นั้น จะต้อง เต้น บัลเล่ต์ ให้ เข้าถึง อารมณ์ ของ นัก

แสดง ได้ทั้งยัง หงส์ ขาว รวมทั้งหงส์ ต่ำ ใน คน ผู้เดียว กัน ตัวหงส์ ขาว จะ เต้น ปัลเล่ต์ อย่าง

งอนงาม เฉื่อยชา แต่ว่าตัว หงส์ ต่ำา จะมี อาการ ที่ รวดเร็วทันใจ รวมทั้ง แคล่วคล่องว่องไว ซึ่ง

เป็น คนละ สไตล์ กับ นัก เต้น บัลเล่ต๋ อย่าง นิน่า เลย ยิ่ง พบ คู่แข่งข้น อย่างลิลี่ ด้วยก็ ยิ่ง ทำให้

นางเอก ของ พวกเรา รู้สึก บีบคั้น ตนเอง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง จำเป็นต้อง ฝึกฝน เต้น ไม่ยินยอม

ทำ อะไร สัก อย่าง

จิตใจทุกอย่างของนางเอกตอนนี้จึงมีแต่หงส์ดำเต็มสมองไปหมด คือพยายามบอกว่าตัวเองคือหงส์ดำ ซึ่งแม่ของเธอที่เห็นถึงความผิดปกติไม่ใช่ลูกสาวคนเดิมจึงรู้สึกผิดอยากให้เธอถอนตัวจากละครเรื่อง “Black Swan” แต่นางเอกก็ไม่ยอม สุดท้ายแล้วหงส์ขาวที่อยากเป็นหงส์ดำอย่างนิน่าจึงเกิดบุคลิก 2 บุคลิกขึ้นมาในการดำเนินชีวิต เห็นภาพหลอน และนำพาให้ตัวเธอเข้าสู่มุมมืดที่ใครก็อยากจะห้ามได้

หนังเรื่อง “Black Swan” สื่อให้เราเห็นว่ามนุษย์ทุกคนเปรียบเสมือนตัวละครสีเทา มีทั้งดีและไม่ดีในตัว ขึ้นอยู่กับว่าคนอื่นจะมองเห็นบุคลิกภายในของคุณเป็นอย่างไร หากคุณเอนเอียงไปตามสังคม ไม่ยึดความเป็นตัวเองซึ่งดีอยู่แล้ว มันก็อาจจะไปกระตุ้นให้จิตใจของคุณเปิดเผยนิสัยอีกด้านที่ไม่ดีให้ออกมาจนสุดท้ายเมื่อคุณรู้ตัวก็อาจสายไปเสียแล้วได้

ดูหนังออนไลน์

เรื่อง แผนฉกฟ้าแลบลวงสะท้าน (Argo)

แผนฉกฟ้าแลบ ลวงสะท้านโลก (อังกฤษ: Argo)

แผนฉกฟ้าแลบ ลวงสะท้านโลก (อังกฤษ: Argo)

แผนฉกฟ้าแลบ ลวงสะท้านโลก (อังกฤษ: Argo)

เป็น ภาพยนตร์ อเมริกัน แนว ดรามา ทริ ลเลอร์ ใน ปี พุทธศักราช 2555 ควบคุม ร่วม อำนวย

การสร้ง แล้วก็ ร่วม แสดง โตย เบน แอ ฟเฟล็ก ภาพยนตร์ ประเด็นนี้ ปรับเปลี่ยน จาก หนังสือ

ช็อ The Master of Disguise ที่ แต่ง โดย โทนี เมน เดซ ข้าราชการ ปฏิบัติงาน หน่วยสับ

ราชการลับของสหรัฐอเมริกา และก็ บทความ The Great Escape แต่ง โดย โจชั่วห์ กางรํ

แมน ลงเผยแพร่ ในวารสารไว (Wired) ใน ปี๊ พุทธศักราช 2550 ซึ่ง มี ข้อมูลเกี่ยวกับ

ปฏิบัติงาน แคนาเดียน ติดอยู่ เปอ ร์ (Canadian Caper) ซึ่งเมน เดซ เป็น หัวหน้า กลุ่ม ช่วย

เหลือ นักการทูต คนประเทศอเมริกา หก คน จากกรุงเต หะราน ประเทศอิหร่าน ใน ตอน วิกฤติ

ตัวประกัน ประเทศอิหร่าน ในปี พุทธศักราช 2522

ในภาพ ยนตร์ เรื่องนี้ เบน แอฟเฟล็ก แสดง เป็น โทนี เมนเดซ โดยมี ไขรอัน แครน ส ต้น

, อลัน อาร์คิน แล้วก็จอห์น เรา ดแมน ใน บท สมทบ ภาพยนตร์งกล่าวข้างต้น ออก ฉาย ใน

อเมริกา เหนือ เมือ 12 ต.ค. พุทธศักราช 2555 รวมทั้ง ได้รับ ผล ตอบรับ อีกทั้ง เสียง วิภาค

วิจารณ์ แล้วก็รายได้ ในทาง บวก เรื่องราว ของ การช่วยเหลือเกื้อกูล คราวนี้ เคย ถูก นำไป สร้าง

เปิ่น ภาพยนตร์ สำหรับ ที่วิ่ ช็อ Escape from Iran: The Canadian Caper มาก่อน แล้ว และ

ก็ มีลุกลามอนต์ จอห์น สันเป็นผู้กำกับ

ภาพยนตร์ เรื่องนี้ ได้รับ การ เสนอช็อ เข้า ชิงรางวัล ออสการ์ ใน งาน ประกาศ ผล รางวัล ออสการ์

ครั้งที่ 85 รม 7 รางวัล รวมทั้งได้รับ รางวัล ทั้งหมดทั้งปวง 3 รางวัล ด้งเช่น สาขา สำดับ

ภาพ ดีที่สุด สาขา บทภาพยนตร์ ดแปลงปรับปรุงแก่ไข เยี่ยมยอด รวมทั้ง สาขา ภาพยนตร์

เยี่ยมที่สุด โดยมิได้ รับการเสนอชื่อ เข้า ชิง สาขา ผู้กำกับ ดีเลิศ นับ เป็นครั้งแรก ตั้งแต่

ภาพยนตร์ เรื่อง Driving Miss Daisy ใน ปี พุทธศักราช 2532 ภาพยนตร์ตั้ง กล่าง ยัง ได้รับ

การเสนอชื่อ เข้า ชิงรางวัล ลูกโลก ทอง รวม 5 รางวัล โดย ได้รับ รางวัล ภาพยนตร์ ดีเยี่ยมที่สุด

จำพวก ดรามา แล้วก็รางวัล ผู้กำกับ เยี่ยมยอด โดย อลัน อาร์คิน ได้รับ การ เสนอช็อ เข้า ชิง ผู้

แสดง สมทบ ชาย ดีที่สุด อาร์ โกยัง ได้รับ รางวัล ดาราหนัง เยี่ยมที่สุด ใน รางวัล ส้มพันธ์ ผู้แสดง

ภาพยนตร์รวมทั้ง ที่วี ครั้ง ที่ 19 โดย อาร์ นได้รับ การ เสนอช็อ เข้า ชิง ใน สาขา คารา สมทบ

ชาย ดี นอกเหนือจากนี้ อาร์ โกยัง ได้รับ รางวัล ภาพยนตร์ ดี สำดับ ภาพ เยี่ยม รวมทั้ง ผู้กำกับดี

ที่สุด (เบน แอ ฟเฟล็ก) ในงาน ประกาศ ผล รางวัลบาฟต้าครั่ง ที่ 66 อีกด้วย

เนื้อเรื่อง

ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2522 กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเตหะราน เพื่อตอบโต้กรณีที่ซีไอเอมีส่วนร่วมในความขัดแย้งในอิหร่าน เจ้าหน้าที่สถานทูตกว่า 50 คนถูกจับเป็นตัวประกัน แต่มีหกคนหนีออกมาได้และไปซ่อนตัวอยู่ในบ้านของเคน เทย์เลอร์ (แสดงโดยวิกเตอร์ กาเบอร์) ทูตแคนาดา ในขณะที่เหตุการณ์การหลบหนีของตัวประกันยังถูกปกปิดเป็นความลับ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้พยายามหาทางที่จะนำตัวประกันออกจากอิหร่าน และโทนี เมนเดซ (เบน แอฟเฟล็ก) ผู้เชี่ยวชาญด้านการนำคนออกจากประเทศของซีไอเอได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการประชุมหารือแผนดังกล่าวด้วย เมนเดซวิจารณ์แต่ละแผนที่มีผู้เสนอมาว่าไม่สามารถปฏิบัติได้จริง แต่เขาเองก็ไม่สามารถเสนอแผนที่ดีกว่านี้ จนกระทั่งเมื่อเขาคุยโทรศัพท์กับบุตรชายและได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Battle for the Planet of the Apes จากโทรทัศน์ เขาจึงเริ่มคิดแผนสร้างเรื่องปลอมให้ผู้หลบหนีหกคนเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ชาวแคนาดา ผู้มาดูสถานที่ในต่างแดนเพื่อใช้สำหรับสร้างหนังแนวไซไฟดังกล่าว

เมนเดซและหัวหน้าของเขา แจ็ค โอ’ดอนเนล (ไบรอัน แครนสตัน) ติดต่อไปยังจอห์น เชมเบอร์ส (จอห์น กูดแมน) ช่างแต่งตัวในฮอลลีวูดที่เคยทำเรื่องอำพรางรูปลักษณ์ให้กับซีไอเอ เชมเบอร์สให้พวกเขาไปหาโปรดิวเซอร์เลสเตอร์ ซีกัล (อลัน อาร์คิน) ทั้งหมดช่วยกันสร้างสตูดิโอภาพยนตร์ที่มีโทรศัพท์เข้าถึง เปิดเผยแผนการต่อสาธารณชน และลวงให้เห็นว่าภาพยนตร์เรื่องอาร์โก ภาพยนตร์แนวแฟนตาซีวิทยาศาสตร์ทำนองเดียวกับสตาร์ วอร์สกำลังจะเริ่งสร้าง เพื่อให้การสร้างเรื่องเป็นผู้ถ่ายทำภาพยนตร์มีน้ำหนักมากขึ้น ในระหว่างนั้นในที่พักของทูตแคนาดา ผู้หลบหนีทั้งหกเริ่มเกิดความกลัว ในขณะที่คณะปฏิวัติพยายามนำเอกสารในสถานทูตที่ถูกตัดทำลายมาเรียงต่อกันจนพบว่ามีคนบางคนหนีไปได้

เมนเดซซึ่งแสดงตัวเป็นโปรดิวเซอร์ของอาร์โกเข้าไปยังอิหร่านและสามารถติดต่อกับผู้หลบหนีได้ เขาให้หนังสือเดินทางแคนาดาและอัตลักษณ์ปลอมของแต่ละคนเพื่อฝึกทุกคนให้ผ่านการตรวจตราที่สนามบินไปได้ ผู้หลบหนีทั้งหมดที่รู้สึกไม่เชื่อกับแผนนี้แต่แรกตัดสินใจที่จะยอมทำตามแผนนี้ไป เพราะรู้ว่าเมนเดซก็เสี่ยงชีวิตเขาเองด้วย การสำรวจสถานที่ที่บาซาร์เพื่อทำให้เรื่องการสร้างภาพยนตร์ยังมีน้ำหนักอยู่เป็นไปอย่างไม่ดีนัก แต่คนอิหร่านซึ่งมาด้วยกันสามารถพาพวกเขาออกจากสถานการณ์อันย่ำแย่ได้ ต่อมาเมื่อเมนเดซได้รับการบอกกล่าวว่าปฏิบัติการนี้ยกเลิกเพื่อไม่ให้กระทบกับปฏิบัติการทางทหารที่จะเข้าช่วยเหลือตัวประกัน เขากลับดื้อดึงที่จะดำเนินแผนต่อไป ทำให้โอ’ดอนเนลต้องเร่งขออนุญาตเพื่อดำเนินแผนการนี้ต่อเพื่อให้ทุกคนได้ตั๋วเครื่องบินในเที่ยวบินของสวิสแอร์ ความตึงเครียดเกิดขึ้นที่สนามบินเมื่อตั๋วเครื่องบินได้รับการยืนยันในนาทีสุดท้าย และโทรศัพท์ของหน่วยรักษาความปลอดภัยที่สนามบินที่โทรไปยังสตูดิโอที่ฮอลลีวูดได้รับการตอบรับในนาทีสุดท้าย เมนเดซและผู้หลบหนีทั้งหมดขึ้นเครื่องบินได้ก่อนที่หน่วยรักษาความปลอดภัยของอิหร่านจะทราบความจริงและพยายามสกัดเครื่องบินไม่ให้ขึ้นบิน แต่ก็ไม่ทัน เพราะเครื่องบินบินออกจากอิหร่านไปเรียบร้อยแล้ว

เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวประกันที่เหลือในเตหะรานถูกแก้แค้น สหรัฐฯ จึงไม่มีชื่อในฐานะผู้เกี่ยวข้องในการพาคนหลบหนีครั้งนี้เลย โดยให้แคนาดาและทูตเทย์เลอร์เป็นผู้รับความดีความชอบไปทั้งหมด (ทูตเทย์เลอร์และภรรยาใช้สถานะความเป็นทูตออกจากอิหร่านระหว่างวิกฤตตัวประกันนั้นเอง ส่วนแม่บ้านชาวอิหร่านผู้ทราบถึงเรื่องคนอเมริกันหลบหนีแต่โกหกกับคณะปฏิวัติเพื่อช่วยพวกเขาได้หลบหนีไปยังอิรัก) เมนเดซได้รับเหรียญ Intelligence Star แต่เนื่องจากความเป็นปฏิบัติการลับ เขาจึงไม่สามารถเก็บเหรียญดังกล่าวไว้ได้จนกระทั่งข้อมูลของปฏิบัติการนี้ได้รับการเปิดเผยในปี 2540 ตัวประกันทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 20 มกราคม 2524 วันที่โรนัลด์ เรแกนสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 40 แห่งสหรัฐอเมริกา ภาพยนตร์จบด้วยคำกล่าวของประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์เกี่ยวกับวิกฤตการณ์และแผนการแคนาเดียนคาเปอร์

ดูหนังออนไลน์

หนัง Logan : ปิดท้ายไตรภาควูลฟ์เวอรีนอย่างสวยงาม

ภาคปิดท้ายในไตรภาคของ วูลฟ์เวอรีน ฮีโร่ผู้โดดเด่นจากทีม X-Men

ภาคปิดท้ายในไตรภาคของ วูลฟ์เวอรีน ฮีโร่ผู้โดดเด่นจากทีม X-Men

ภาคปิดท้ายในไตรภาคของ วูลฟ์เวอรีน ฮีโร่ผู้โดดเด่นจากทีม X-Men ที่รอบนี้มีข่าวสร้างกระแสตั้งแต่ก่อนเปิดกล้องแล้ว เพราะแฟน ๆ ต่างก็ลุ้นว่า ฮิวจ์ แจ็คแมน จะยอมกลับมาไหม เหตุจากก่อนหน้านั้นฮิวจ์ ออกปากเขาเบื่อเหลือเกินแล้ว กับบทวูลฟ์เวอรีนที่เล่นมาแล้ว 9 เรื่องถ้านับ Logan ด้วยนี่ก็เรื่องที่ 10 แล้ว สุดท้ายก็ได้เสียงเฮเมื่อฮิวจ์ประกาศผ่านหน้าอินสตาแกรมของเขาว่า “โอเค ยอมกลับมาเป็นเรื่องสุดท้ายล่ะ” ไม่กี่เดือนจากนั้นเราก็ได้เห็นเทรลเลอร์แรกของ Logan ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างมาก จากหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เคยผ่าน ๆ ตากันมา ด้วยลุคชราภาพของ โลแกน และ ชาร์ล เซเวียร์ บนฉากหลังทะเลทรายส้ม ๆ แล้วใช้เพลงคันทรี่ของจอนนี่ แคช มาประกอบ สร้างความกระหายอยากลิ้มลองหนังซูเปอร์ฮีโร่ทิศทางที่แปลกใหม่ บวกกับไม่กี่วันก่อนหน้านี้ คะแนนจากนักวิจารณ์ในเว็บ Rottentomatoes พุ่งพรวด วันนี้อยู่ที่ 92% ส่วน IMDB อยู่ที่ 9.0 โอ้โห!! มันมีดีอะไรในหนังเรื่องนี้เนี่ย

ภาคนี้นับได้ว่าผู้กำกับเจมส์ แมนโกลด์ ดึงตัวตนกลับมาในผลงานได้มากขึ้น เจมส์ เป็นผู้กำกับที่เก่งมากคนหนึ่งในฮอลลีวู้ด มีรางวี่รางวัลติดตัวมาเยอะแม้จะเป็นเวทีเล็ก เคยส่งให้ รีส วิเธอร์สปูนได้ออสการ์สมทบหญิงมาแล้วจากเรื่อง Walk The Line (2005) เคยมีหนังคาวบอยมันส์ ๆ อย่าง 3:10 to Yuma (2007) อีกทั้งยังเป็นมือเขียนบทภาพยนตร์ที่เก่งด้วย เรื่องนี้ เจมส์ เลยเหมาหน้าที่เองทั้งเขียนบทและกำกับ ได้ผลชะงัดครับ Logan ออกมาเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่มีสัดส่วนความเป็นดราม่าหนัก ๆ อย่างที่ผู้กำกับเจมส์ เคยบอกไว้ว่าภาคนี้เขาอยากเน้นด้านความเป็นมนุษย์ของวูลฟ์เวอรีนออกมามากว่าด้านเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ หนังเลยเน้นด้านความสัมพันธ์ของตัวละครระหว่างโลแกน กับ ชาร์ล ดูแล้วเป็นภาพที่น่ารักดีที่ได้เห็นอาจารย์กับศิษย์เอกได้มาดูแลกันในวันเวลาที่ลำบาก และความผูกพันที่ค่อย ๆ สร้างสมในวิกฤตการณ์ระหว่างมิวแตนท์สูงวัยกับมิวแตนท์เด็กวัย 11 ขวบ

ภาคนี้เจมส์ดัดแปลงเรื่องราวมาจากการ์ตูน Old Man Logan ที่เล่าชีวิตของโลแกนในบั้นปลาย เขากำลังสูญเสียพลังในการฟื้นฟูรักษาแผลตัวเองไปตามวัย และอยู่ในยุคที่มิวแตนท์โดนกำจัดไปเกือบหมด ในหนังเขียนให้เหตุการณ์เกิดในปี 2024 เป็นช่วงอนาคตอันใกล้เลยไม่ต้องใส่ซีจีจำลองภาพโลกที่มีวิทยาการกันมากนัก โลแกน และคาลิบัน (มนุษย์กลายพันธุ์ที่มีพลังจิตตามหามนุษย์กลายพันธุ์ตัวอื่นได้เคยปรากฎตัวในภาค X-Men: Apocalypse ) พาศาสตราจารย์ชาร์ล เซเวียร์ มาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ชายแดนอเมริกา-เม็กซิโก โลแกน ทำงานเป็นคนขับรถลิมูซีน เป็นภาพที่แปลกดีได้เห็นมิวแตนท์ทำงานหาเงิน

ชาร์ล ในวัยขึ้นเลข 9 ก็เริ่มมีอาการอัลไซเมอร์และควบคุมพลังตัวเองไม่ได้คอยยิงกระแสจิตออกมาเป็นระยะ  ทำให้คนที่อยู่ในรัศมีรอบด้านเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ โลแกนและคาลิบัน ก็เลยต้องมีภาระดูแลให้ชาร์ล กินยาระงับประสาทตรงเวลา วันหนึ่งก็มีหญิงเม็กซิ

กันติดต่อโลแกน ว่าจ้างให้พาเธอและลูกสาววัย 11 ขวบข้ามชายแดนไปแคนาดา เพราะมีองค์กรลึกลับกำลังตามล่าตัวเธอและลูก และนั่นคือจุดเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมดในภาคนี้ ที่เปิดมาด้วยปริศนามากมายแล้ว เด็กหญิงคนนี้เป็นใคร จากที่เราเห็นในตัวอย่างว่าเธอ

มีกรงเล็บอะดาเมนเทียมเหมือนโลแกน และพวกที่ตามล่าคือองค์กรอะไรมีเป้าหมายอะไร ถึงแม้จะเป็นภาค 3 ของวูลฟ์เวอรีนแต่เนื้อหาก็ไม่ได้ต่อเนื่องจากภาค 1 , 2 แต่อย่างใด มีการอิงตัวละครจาก X-men เท่านั้น แต่เป็นเรื่องราวที่อยู่กันคนละไทม์ไลน์ แค่พอรู้จัก X-Men มาบ้างก็ดูรู้เรื่องครับ

อย่างที่เจมส์ กล่าวไว้ว่าเขาต้องการดึงด้านความเป็นมนุษย์ของโลแกนออกมาให้มาก ถึงใช้ชื่อเรื่องว่า โลแกน คือตัวตนจริง ๆ ของโลแกน ไม่ใช่วูลฟ์เวอรีน เราจึงได้เห็นโลแกนทำงานเพื่อปากท้อง ได้เห็นโลแกนที่แก่หนวดเคราหงอก ทั้งหน้าตาและร่างกายมีแต่รอยแผลที่ฟื้นตัวได้ไม่สมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน เดินขากะเผลกทั้งเรื่อง ชาร์ลก็หลง ๆ ลืม ๆ เป็นตาแก่ขี้บ่น คาลิบันก็ผอมกะหร่องเดินกระย่องกระแย่งแต่ละคนไม่หลงเหลือภาพลักษณ์เท่ ๆ ในอดีตให้เห็นแถมยังมีคำพูดจิกกัดเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่ใช้ชุดแนบเนื้อปกป้องโลกอีกด้วย

หนังมีความเป็นโร้ดมูฟวี่พอควรเพราะเรื่องหลัก ๆ อยู่บนท้องถนนที่ทั้ง 3 ชีวิต โลแกน ชาร์ล แลลอร่า ต้องใช้ชีวิตกันในรถหนีการตามล่าจากองค์กร เป็นการเดินทางที่ทุลักทุเลมากต้องหนีไปด้วยแล้วยังต้องดูแลชาร์ลที่เผลอนานไม่ได้ก็จะปล่อยพลังจิตออกมา เราได้สนุกไปกับเส้นเรื่องหลักบนถนนสอดแทรกกับเรื่องราวที่่ทั้ง 3 พบเจอระหว่างทาง

หยอดด้วยปริศนาที่ค่อย ๆ เผยออกมา ทั้งความลึกลับขององค์กร ความสัมพันธ์ของโลแกน และลอร่า และเหตุที่เหล่ามิวแตนท์หายไป แม้หนังจะค่อนไปทางดราม่าไม่โชว์พลังพิเศษของเหล่ามิวแตนท์อย่าง X-Men ทุก ๆ เรื่องที่ผ่านมา แต่ฉากต่อสู้ใน Logan ก็

สนุกและน่าเอาใจช่วย เพราะภาคนี้เหล่าร้ายยกโขยงกันมาหลายสิบ ตัวบอสก็ดุน่ากลัว ในขณะที่โลแกนเราก็ไม่ได้แข็งแรงแบบแต่ก่อนแล้ว แก่และหอบง่ายพลังเหลือน้อย ด้อยกว่าคู่ต่อสู้มากต้องคอยลุ้นว่าจะรอดมั้ย แต่ฉากต่อสู้ก็โหดเกินคาด โหดกว่า X-Men

ทุกเรื่องที่เคยสร้างมา เห็นกรงเล็บอะดาเมนเทียมแทงทะลุหัวกันจะ ๆ หนูน้อยลอร่าก็โหดเกินเด็ก เวลาแทงจะซอยกรงเล็บรัว ๆ เลือดกระฉูด ภาคนี้ทางค่ายไฟเขียวให้โหดได้เต็มที่เพราะ Deadpool นำร่องให้ดูแล้วว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่เรท R ก็ทำเงินได้โดยไม่ต้องไปมัวกังวลรายได้จากเด็กอายุต่ำกว่า 17

Logan เป็นการปิตไตร ภาควูลฟิเวอรี น แล้วก็ เป็นการบอกลา ของ ฮิวจ์ แจ็คแมน ที่ ทำเป็น

สวยสดงคงาม แล้วก็น่า จำ รวมถึงหนูน้อยลูกครึ่ง ประเทศสเปน- อังกฤษ เตฟเน่ คืน นชอบ

คณะทํงาน จริงๆ ที่ คัดสรร เด็ก มา ได้ เหมาะสมกับ บท เตฟ เน่ เป็น เด็ก ที ใบหน้าสวย โต ไป

งาม แน่ๆ บท ลอ ร่า ของ คุณ เป็น เด็ก ที่ ผ่าน เรื่องราว ร้ายๆ มา มากมาย เลย มองดู คนที่อยู่รอบ

ข้างด้วยตาขวางๆ ดูแล้ว รู้สึกได้ว่าไอ้เต็ก ตัว นี้ มัน จำต้องร้าย แม้กระนั้น พอเพียงถึงฉาก

ตราม่า น้อง หนู เตฟ เน่ ก็ เล่น ได้ดี นะ เอาใจช่วย ให้ หนู เดฟ เน่ อยู่ ใน แวดวง ไป นานๆ

ใครเบื่อหนังซูเปอร์ฮีโร่แนะนำว่าให้ลองดู Logan นี่คือหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ฉีกขนบที่แล้วมาทั้งสิ้น มีครบหมดทั้งดราม่า แอ็คชั่น และปริศนามากมาย หนังเข้าวันนี้แล้วรีบไปดูนะครับถ้าช้าอาจโดนสปอยล์แล้วจะพาลโกรธกันเหมือนตอน Starwars: The Force Awakens

ดูหนังออนไลน์

หนังแอนิเมชันของ Pixar อย่าง SOUL ลงสตรีมทาง Disney+

SOUL อัศจรรย์วิญญาณอลเวง

SOUL อัศจรรย์วิญญาณอลเวง

SOUL อัศจรรย์วิญญาณอลเวง โจ ( เจ มี ฟ็ อก ซ์) ครูดนตรี ต็ อก ต่อย ผู้ รัก ดนตรี แจ้ส เป็น

ความรู้สึกนึกคิด แล้วก็ ใน วันหน็ง ที่ เขา ได้ ใกล้ ความฝัน ด้วย การ ได้รับ เลือก ให้ เป็น มือ เปิยโน

ประจ วง แจ้ส มีชื่อ แต่ว่า ด้วย ความ โชคร้าย เขา กลับ ได้รับอุบัติเหตุ ไป ก่อนจะถึงเวลา อัน ควร

จะ กระทั่งวิญญาณ ของเขา ได้ ระเห็จ ไป ยัง วิถีทาง สู่ โลกหลังความตาย แต่ว่า เขา ก็ สามารถ

หนี ชะตากรรม มาได้แต่ว่า ต้น ไป โผล่ ใน ดินแดน ก่อน โลก แล้วก็ ถูก รู้ผิด ว่า เป็น วิญญาณ คน

ดูแล จนได้ จับคู่ กับ เลข 22 (ที่นา เฟย์) วิญญาณ อนุบาล ที ไม่ต้องการที่จะไป กำเนิด เป็น

มนุษย์ ทั้งคู่ ก็เลย ทำข้อตกลง กัน ว่าถ้า โจ สามารถ ทำให้เลข 22 หาจุดมุ่งหมาย แล้วก็ ได้

สิทธิ์ ไป กำเนิด ขน โลก โจ จะได้รับ สิทธิ์ กลับ สู่ร่างตนเอง แล้ว การเสียงภัย ของ ทั้งคู่ ก็ เริ่ม

ขึ้น

ขอ สารภาพ ก่อน เลย ว่า เรื่องราว ที่ พึ่งจะ เขียน ไป ยัง มิได้เล่าราว เกิน กว่า 30% เลย ขอรับ

เพราะเหตุว่า ต้องการให้ ทั้งคน ไป เสพ คุณความดี ของ หนัง กั้น ใน โรง ด้วยตัวเอง แต่ว่า เอา

เพียงแค่เรื่องราว ที ผม เขียน ไป กับ ที่ พวกเรา มองเห็น ใน แบบอย่าง หนังเพียงนี้ ก็ ทำให้ มอง

เห็น แล้ว ว่า Pixar นี่ ไม่เคย ไร้ไอเดีย แจ่ว ๆ จริงๆ แล้วก็ สำพัง เพียงแค่ ประเต็นการ ตามหาตัว

ตน ที่ เป็น เอกลักษณ์ ของพี่ ต ด็ อก เตอ ร์ ผู้กำากับ UP และก็ Inside Out ก็ ทำให้ พวกเรา อึ้ง

แล้ว ตอนนี้ ท่ทาง การเล่า ยัง ผ่าน เส้น ความ เป็น แอนิเม ชัน เมน สตรีม แบบ เหมาะ ตบมือ ให้

โดย ประการแรก เลย เป็น พี ต ด็ อก เตอ ร์ ที่ โอกาสนี้ ขอต้น เคมป์ เพาเวอร์ สมา เขียน บท แล้วก็

ควบคุมร่วม ได้สร้าง โลก ของวิญญาณ ชีวิตก่อน รวมทั้งข้างหลังความตาย ได้น่าดึงดูด

มากมาย ที่ สำคัญ ซึ่งมัน เกิน จาก สั่ง ที่ ศาสนา พูดพร่ำา บอก เพียงแค่ เรื่อง ความดีงาม ความชั่ว

แม้กระนั้น มัน ถาม ระต้บ อภิปรัชญา อย่าง พวกเรา เกิดขึ้นมา เพราะเหตุใด ? ได้ เชิญ คิดรวมทั้ง

เชื่อฟัง มากมาย ซึ่ง ใน หนัง ทั่วๆไป โจอาจ ถูก ปฏิบัติ ประหนึ่ง โร่ ที่ ล่า ฝัน แล้วก็ เอาชนะ ความ

ตาย เปลี่ยนเป็น นักเล่นดนตรี ที่ บรรลุผลสำเร็จ

ตรงกันข้ามเลย…แอบบอกให้นิดนึงว่าหนังให้โอกาสโจได้กลับมายังโลกจริงนะครับแต่เชื่อไหมว่าคนดูได้กลายเป็นฝั่งที่ได้เรียนรู้พร้อมกับโจ และหลายอย่างที่นำเสนอก็สั่นคลอนความเชื่อและคติเดิมในการใช้ชีวิตอยู่ไม่น้อย ผมยังจำซีนในร้านตัดผมได้ชัดเจนมากบทหนังให้โจไปเจอเพื่อนเก่าที่ต้องมาเป็นช่างตัดผมและคำตอบของคำถามที่ว่าคนเราชีวิตจะมีความหมายไหมถ้าเราไม่ได้ทำตามความฝันนี่มันเหนือความคาดหมายจริง ๆ และแน่นอนว่ามันส่งผลต่อการมองโลกของตัวละครทั้งสองและคนดูอย่างเราเข้าจัง ๆ

ประการต่อมาขอขยายจากข้อแรกว่าด้วยโลกหลังความตายอันนี้แม้ผิวเผินมันจะเหมือนแอบลอกการบ้านงานเก่าอย่าง Inside Out มาบ้างแต่ด้วยองค์ประกอบและการลำดับการเล่าเรื่องชั้นเซียนมันกลับทำให้เราคล้อยตามและชวนคิดมากเพราะคราวนี้แทนที่จะสร้างทุกอย่างออกมาเป็น 3 มิติเราเริ่มเห็นการออกแบบคาแรกเตอร์ที่ดูเป็นนามธรรมมากขึ้นโดยอาศัยโครง ๆ จากศิลปะแนวแอ็บสแตร็ก (Abstract) ที่ลดทอนเหลือแค่เส้นสาย(จากภาพที่ออกมาเหมือนได้แรงบันดาลใจจากแนว Cubism ของ Picasso)

ซึ่งแทนที่เราจะรู้สึกว่าการออกแบบคาแรกเตอร์ที่เป็นเส้น ๆ แบบนี้ดูลวก ไม่ตั้งใจวาด มันกลับทำให้เรามองเห็นความรัดกุมของบทอันว่าด้วยโลกหลังความตายและการพูดถึงนามธรรมและสิ่งสมมติได้อย่างลึกล้ำ เอาเป็นว่าต่อให้คุณไม่เคยสนใจปรัชญาการดูหนังเรื่องนี้ก็จะทำให้ได้คุ้นเคยและไม่แปลกแยก

ส่วนใครที่เชี่ยวชาญหรือสนใจด้านปรัชญาอยู่แล้วก็จะไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยแหละจะมีข้อเสียอยู่บ้างก็ตรงที่เรื่องราวและลีลาการเล่าเรื่องของมันอาจจะยิ่งห่างไกลจากการเป็นแอนิเมชันสำหรับเด็กออกไปทุกทีนี่แหละครับ

ประการสุดท้ายนอกจากงานภาพและบทภาพยนตร์แล้ว งานเพลงของหนังก็นับว่ากล้าและท้าทายคนดูแอนิเมชันค่ายปราสาทและโคมไฟไม่น้อยเพราะคราวนี้พีต ด็อกเตอร์เลือกใช้บริการ เทรนซ์ เรซเนอร์ และ แอตติคัส รอส จากวง Nine Inch Nails ซึ่งโด่งดังจากการทำเพลงให้หนัง The Social Network ของเดวิด ฟินเชอร์ ซึ่งคราวนี้มันก็ช่วยให้เรื่องราวของ SOUL ในส่วนที่เป็นโลกหลังความตายยิ่งลึกล้ำและภาคดนตรีของพวกเขาก็เสริมส่งบรรยากาศของโลกดังกล่าวให้ยิ่งสมบูรณ์และเปี่ยมความหมายมากขึ้น

เอาล่ะแม้เราจะขึ้นต้นว่าเราจะอวยหนังเรื่องนี้แบบไม่ลืมหูลืมตาแต่หากจะให้หาข้อเสียมันก็ยังพอเห็นได้อยู่บ้างนะครับเช่นการที่หนังเปิดประเด็นเรื่องความรักของโจไว้แต่ไม่สานต่อหรือเรื่องราวในอาชีพครูดนตรีที่เชื่อว่าถ้าพีต ด็อกเตอร์จะทำหนังสั้นอีกซักเรื่องเกี่ยวกับโจในฐานะครูดนตรีเราก็ไม่ขัดข้องเลยแหละเพราะบอกได้เลยว่าการได้ดูเรื่องราวของครูโจแม้ช่วงสั้น ๆ ตอนต้นของหนังมันก็ “ดีต่อใจ” ไม่แพ้เรื่องราวส่วนที่เหลือเลย.

ดูหนังออนไลน์

เรื่องราวของหนังมู่หลาน หญิงสาวผู้เป็นความหวังของสกุลฮัว

เรื่องย่อ MULAN (2020)

เรื่องย่อ MULAN

เรื่องย่อ MULAN (2020) ในสังคมของ Mulan (Yifei Liu จาก The Forbidden Kingdom) เธอถูกคาดหวังให้เป็นแม่ศรีเรือน เรียบร้อย อ่อนโยน และออกเหย้าออกเรือนเพื่อเป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูล เมื่อเธอโตขึ้น เธอต้องจำใจไปหาแม่สื่อประจำหมู่บ้านให้อบรมพื้นฐานการเป็นแม่ศรีเรือนและจัดหาคู่ที่เหมาะสมให้

ในขณะเดียวกัน เมืองจีนก็กำลังก้าวเข้าสู่สงคราม เมื่อ Böri Khan (Jason Scott Lee จาก Dragon: The Bruce Lee Story) นำทัพมุ่งหน้ามายึดเมืองหลวง โดยนอกจาก Böri Khan จะมีทหารในกองทัพจำนวนมากแล้ว ยังมีแม่มด Xianniang (Li

Gong จาก Memoirs of a Geisha) เป็นสมุนมือขวาอีกด้วย Emperor (Jet Li จาก Fearless) จึงมีบัญชาให้ทุกครอบครัวต้องส่งผู้ชาย 1 คนไปร่วมรบ แต่ Zhou พ่อของ Mulan (Tzi Ma จาก The Farewell) มีแต่ลูกสาว เขาจึงต้องกลับไปรบอีกครั้ง แต่ Mulan

เห็นว่าพ่อแก่แล้วและขาเสียมาตั้งแต่สงครามครั้งก่อน ถ้าต้องไปรบอีก ก็ไม่รอดแน่นอน เธอจึงแอบปลอมตัวเป็นผู้ชาย ขโมยดาบ ชุดเกราะ และหมายเรียกของพ่อ ขี่ม้ามุ่งหน้าไปเข้าค่ายทหารเอง

ที่ค่าย เธอได้อยู่ ในหน่วยของ Commander Tung (Donnie Yen จาก Ip Man) แล้วก็

ได้เป็นเพื่อน กับ. Honghui (Yoson An), Cricket (Jun Yu), อันๆอีกมากมาย คุณไม่ได้ รู้สึก

อ่อนล้า หรือ ยากลำเค็ญ กับ การฝึกซ้อม หาก แต่ ประสบ ความยากสำบาก ในการ ปกปิด พลั้ง

ความรู้ความเข้าใจ รวมทั้ง ตัวตน ของ คุณ ท่ามกลาง กลุ่ม ชาย ล้วน เพราะว่า ถ้าเกิด โดนจับ ได้

ว่า เป็น หญิง คุณ อาจ ถูก เฉดหัวไล่ . หรือ บางทีอาจ ถูกลงโทษ ประหาร ก็ เป็นไปได้

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ MULAN (2020)
เราไม่เคยฟัง/อ่านตำนาน Mulan แบบดั้งเดิมของจีน แต่เคยดูเวอร์ชั่นแอนิเมชั่น (1998) จึงพอบอกได้ว่า เส้นเรื่องหลักของ MULAN (2020) ไม่ได้แตกต่างจากฉบับแอนิเมชั่นมากนัก แต่กระนั้นก็มีเส้นเรื่องย่อยหรือดีเทลที่ไม่เหมือนกันบ้าง

แน่นอนว่า การเพิ่มลดตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงภาพยนตร์ที่มีแฟนหลงรักทั่วโลกย่อมมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พอใจหรือไม่พอใจ อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่การเดินรอยตามต้นฉบับโดยไม่ปรับเปลี่ยนใดใดเลย ทั้งที่บริบททางสังคมและเวลาเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน ก็คงไม่ดีอีกเช่นกัน และเราว่าการปรับเปลี่ยนบทของ. MULAN มันก็ไม่ได้แย่และก็ตั้งอยู่บนความสมเหตุสมผล

Mulan (1998) ถือว่าล้ำมากแล้วสำหรับยุคนั้น กล่าวคือ ตัวเอกเป็นผู้หญิงเอเชียและไม่ใช่เจ้าหญิง ธีมของหนังก็สื่อประเด็น feminist อย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี พอมา MULAN (2020) เราคิดว่า ประเด็น feminist ก็ยังคงคงอยู่อย่างเข้มข้น และเหมือนจะชัดเจนกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำเมื่อผ่านการแสดงทางสีหน้า แววตา และอวัจนภาษาต่าง ๆ ของนักแสดงที่สื่ออารมณ์ความรู้สึกอย่างยอดเยี่ยม

อย่างแรกเลย MULAN (2020) ปูความสัมพันธ์ครอบครัวหรือพ่อ-ลูกได้ลึกซึ้งกว่าเวอร์ชั่นแอนิเมชั่น โดยส่วนตัวเราน้ำตาไหลและจุกอกตั้งแต่ prologue 5 นาทีแรก (ช่วงอินโทรฯ ก่อนจะขึ้นชื่อหนัง) เราเห็นแววตาของพ่อของ Mulan (Tzi Ma) ที่แอบภูมิใจในตัว

ลูกสาวที่มีความกล้าหาญและมีลมปราณ (“chi” หรือ “force” ที่คล้าย ๆ พลังของ Jedi) แข็งกล้า แต่ต้องไม่แสดงออกและต้องบอกให้ลูกสาวเก็บซ่อนมันไว้ เพราะค่านิยมของคนในสังคมนั้นคือ ผู้ชายเท่านั้นที่จะมีและใช้ “chi” ได้ ผู้ชายเท่านั้นที่จะเป็นทหาร ไปรบ

และนำเกียรติมาสู่วงศ์ตระกูลได้ ผู้ชายมี “chi”.จะได้เรียกว่า “นักรบ” หรือ “warrior” ส่วนผู้หญิง ถ้ามี “chi” จะถูกตราหน้าว่าเป็น “แม่มด” หรือ “witch” โดยหน้าที่ของลูกผู้หญิงคือเป็นแม่ศรีเรือนและออกเหย้าออกเรือนเท่านั้น

Antagonist ที่เพิ่มขึ้นมาจากฉบับการ์ตูนคือตัวละคร Xianniang (Li Gong) ซึ่งเหมือนเป็น reflection หรือด้านมืด หรือขั้วตรงข้ามของ Mulan (Yifei Liu) แต่เธอเป็นวายร้ายที่น่าสนใจ เธอไม่ได้อยากร้าย แต่เธอถูกขับไล่และถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดเพราะเธอมี

“chi” กล้าแกร่ง จริง ๆ เธอจะฆ่าทั้ง Böri Khan และ Emperor เมื่อไหร่ก็ได้และได้ไม่ยาก แต่เธอก็ไม่ทำ เพราะถึงแม้เธอจะฆ่าผู้นำเหล่านั้นไปได้ คนในสังคมก็ยังมองเธอเป็น outcast ยังไม่ยอมรับผู้หญิงเป็นผู้นำหรืออยู่ร่วมกันในสังคมด้วยอยู่ดี ซึ่งพอยต์ของเธอ

ไม่ใช่ความต้องการเป็นใหญ่ เธอแค่ต้องการมีที่ยืน และได้รับการยอมรับจากคนอื่น เธอจึงยอมทำงานให้ Böri Khan เพราะหวังว่าเมื่อ Böri Khan ได้เป็นจักรพรรดิ เขาจะให้เธอไม่ต้องเป็นหมาข้างถนนอีกต่อไปตามที่เขาสัญญา

นอกจากนี้ MULAN (2020) ยังเพิ่มตัวละคร Xiu หรือน้องสาวของ Mulan (Xana Tang) เข้ามา และตัดย่าออกไป สำหรับการเพิ่มตัวละครนี้เข้ามา เราคิดว่ามันทำให้เรื่องของ Mulan มันเมคเซนส์มากขึ้น เพราะจุดประสงค์หลัก ๆ ที่ Mulan หนีไปรบคือ “ความ

กตัญญู” เธอรู้แต่เธอจะไปรบแทนพ่อ (ส่วนเรื่อง “ความรักชาติ” หรือ “ป้องกัน/กอบกู้ชาติ” เป็นเรื่องรองของเธออีกที) เธอไม่รู้หรอกว่าเธอจะได้กลับมาหรือไม่ จริง ๆ เธอน่าจะคิดด้วยซ้ำว่าโอกาสรอดกลับมาแทบเป็นศูนย์ ถ้าเธอเป็นลูกคนเดียว เธอก็ต้องห่วงอีกว่า

ถ้าเธอไม่อยู่แล้วใครจะดูแลพ่อแม่ หรือใครจะทำหน้าที่นำเกียรตินำศรีมาสู่วงศ์ตระกูล (ณ ที่นี้ก็คือ “แต่งงาน” ตามค่านิยม) แต่ในหนังเวอร์ชั่นปัจจุบัน ก่อนเธอหนีออกมาจากบ้าน เธอได้เห็นว่า เธอยังมีน้องสาวอยู่ข้าง ๆ พ่อแม่ และจะทำหน้าที่ทุกอย่างที่ว่านั้นได้ถึงแม้เธอจะได้กลับมาหรือไม่ก็ตาม

ในส่วนของ love interest ของ Mulan นั้น หนังไม่ได้เน้นมากอยู่แล้ว แต่พอมีนิด ๆ หน่อย ๆ ให้พอจิกเบาะกันกรุบกริบ โดย MULAN (2020) นี้ ไม่มี Commander Li Shang เหมือนเวอร์ชั่นการ์ตูน เพราะตอนนี้กระแส #MeToo กำลังร้อนระอุ ถ้าบทยังให้ทหารระดับผู้บังคับบัญชากุ๊กกิ๊กกับทหารชั้นผู้น้อยในค่าย มันก็อารมณ์เหมือนเจ้านายกับลูกน้อง ก็คือดูไม่เหมาะสมนั่นเอง

Disney จึงฉีกตัวละคร Li Shang ทิ้ง แล้วเอาส่วนหนึ่งไปสร้างเป็นตัวละครใหม่ Commander Tung (Donnie Yen) ผู้เที่ยงตรง ซึ่งเปรียบเสมือน mentor รุ่นพ่อของ Mulan และส่วนกุ๊กกิ๊กก็เอาไปอยู่ในตัวละครใหม่อีกตัวคือ Honghui (Yoson An) ทหารเกณฑ์

ในหน่วยเหมือนกันกับเธอแทน ซึ่ง Honghui ก็เป็น supporter ที่ดีและยินยอมเป็นผู้ตามของ Mulan ถึงแม้จะรู้แล้วก็ตามว่า Mulan เป็นผู้หญิง เพราะเขายอมรับในความคิดและความสามารถของเธอโดยไม่มีเรื่อง gender มาหยุดกั้น

ดูหนังออนไลน์

หนังทีมพลีชีพ มหาวายร้าย Suicide Squad

ทีมพลีชีพ มหาวายร้าย Suicide Squad

ทีมพลีชีพ มหาวายร้าย Suicide Squad

ทีมพลีชีพ มหาวายร้าย Suicide Squad จินตนาการ การ ที่ เหล่า ผู้ร้าย สุด ที่ ก่อ ความกล้าหาญ

สุด บ้า ไม่น้อยเลยที่เดียว มาร วม ตัว กัน

ถ้าเกิด เรื่องราว เดินทางไป ใน แนว ของ ความตึ่งเครียด มัน ก็ ดูเหมือน ขัดกับ การ เป็น เจ้า พวก

คนร้าย เหล่านี้ เสีย หน่อย มัน จะต้อง มา ใน แนว ของ ความบ้าคสั่ง ที่เต็มไปด้วย เสียงหัวเราะ

และก็ ความ เดือต ดิบ ตามแบบฉบับ ของ การ เป็น คนร้าย ที่ ไม่ต้อง ห่วงใย ความถูกต้องแน่ใจ

อะไร มากไม่น้อยเลยทีเดียว โน่นเป็น สั่ง ที่จะเกิดขึ้น The Suicide Squad ภาพยนตร์ เรื่อง

ใหม่ จาก DC ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ เวอร์ชั่น ก่อน จากความสามารถ การเขียน บท แล้วก็ ดูแล

โดย เจมส์ กันน์

ปัจจุบัน เรื่องย่อ ของ ภาพยนตร์ เรื่อง The Suicide Squad ได้ถูก เผย ออกมา แล้ว โดยทาง

วอร์เนอร์ บรา คุณ ร์ส กำหนด เอาไว้ ว่า เรื่องราว ของ ภาพยนตร์ ประเด็นนี้ พวกเขา จะเริ่ม กันที

เรือนจำ เบล รีฟ ตารางเรือนจำ เหล่า ผู้กระทำผิดกฎหมาย สุด ร้ายกาจ ที่ จักรวาล DC

ยินดีต้อนรับ สู่ นรก หรือ เรียก อีก ชื่อว่า เบล รีฟ ตาราง ที่ มี อัตราการตาย ของ ผู้ต้องขัง เยอะ

ทีสุด ใน สหรัฐ ที อเมริกา ทีๆ ยอดเยี่ยม คนร้าย ถูก กักขัง เอาไว้ แล้วก็ พวก มัน ก็ มานะ ท

ทุกๆส็งทุกๆอย่าง เพื่อจะ ออกมา ให้ได้ แม้ว่าจะ จำต้อง ร่วม หน่วยงาน ลับ ยอดเยี่ยม หน่วย ที่

หลบซ่อน เอาไว้ใน เงามีด อย่าง Task Force X เพื่อ ทำหน้าที ที ไม่ ทำ ก็ ตาย เก็บรวบรวม เอา

เหล่า คนร้าย ทั้งยัง Bloodsport, Peacemaker, Captain Boomerang, Ratcatcher 2,

Savant, King Shark, Blackguard, Javelin และก็ยัย โรคทางจิต ที่ ทุกคน พอใจ ฮาร์ลีย์ ค

วินน์

หลังจากนั้น ก็ โยน อาวุธ ให้ พวก มัน โยน พวก มัน ลง ไป บน เกาะ ของ ผู้ร้าย สุด ไร้มนุษ ยธรรม

Corto Maltese เดิน ฝ่าเข้าไป ใน ป่า ที เต็มไปด้วยศัตรู รายล้อม ด้วย กองกำลังใน ทุกๆ พุ่ม

กลุ่ม คนร้ายนี้ จึงควร เข้าไปค้นหารวมทั้งฆ่า วัตถุประสงค์ คุม โดย ผู้ฟัน ริก แฟล็ค ให้พวก

มัน ยังอยู่ กับ ร่อง กับรอย โดย Amanda Waller ข้าราชการผู้คุม ของ Task Force X จะ รอ

จับตา พวก มัน ใน ทุก ก้าว รวมทั้ง หาก พวก มัน ก้าว ไม่ถูก เพียงแค่ ก้าว เดียว พวก มัน ก็ตาย (

ไม่ว่า จะด้วยความสามารถ ของ ศัตรู, ความสามารถ ของ เพื่อนพ้อง ร่วม กลุ่ม หรือ ตาย ด้วยมือ

ของ อแมนต่ำ วอลเลอร์เอง) ถ้าหาก ผู้ใดกันแน่ จะจ่ายเงิน พนัน ล่ะก็ ทางที่ ดี ก็วางไป ใน

ทางตรงกันข้าม กับ พวกเขา ซะ ตรงกันข้ามกับ พวกเขา ทุกคน เลย

สัมผัสได้เหมือนกันไหมครับ? ว่าเรื่องราวที่เปิดเผยออกมาจากเรื่องย่อของ The Suicide Squad เนี่ย มันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง และกวนเกรียนสไตล์ของเจมส์ กันน์อย่างชัดเจน ทีมวายร้ายสุดบ้าบอนี้จะต้องไปปฏิบัติภารกิจสุดเดือด จะมันส์ขนาดไหนเราต้องไปหาคำตอบกันในโรงภาพยนตร์ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้วางกำหนดฉายไว้ 29 กรกฎาคมนี้

ดูหนังออนไลน์