ป้ายกำกับ: ดูหนัง hd

ภาพยนตร์แอนิเมชัน Persepolis บันทึกชีวิตวัยเปลี่ยนผ่านในอิหร่าน

Persepolis เป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน

Persepolis เป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน

Persepolis เป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2550 สร้างจากการ์ตูนในชื่อเดียวกันของมาร์จาเน ซาตราปี (Marjane

Satrapi) นักเขียนการ์ตูนหญิงชาวอิหร่านซึ่งนำเรื่องราวของตัวเธอตั้งแต่เด็กจนโตมาวาดเป็นลายเส้นของเธอ ชื่อเรื่องมาจากชื่อ

เมืองแพร์ซโพลิส เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิหร่าน

มาร์จาเน ซาตราปี เกิดในครอบครัวชาวอิหร่านที่มีฐานะดี ซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก พระเจ้าชาห์ นัสเซอร์ อัล ดิน (Nasser-al-Din

Shah) พระเจ้าชาห์แห่งเปอร์เซีย ระหว่าง ค.ศ. 1848-1896 เมื่ออายุได้ 14 ปี เกิดการปฏิวัติอิหร่าน และเกิดสงครามอิรัก-

อิหร่าน ครอบครัวของเธอตัดสินใจส่งเธอไปเรียนต่อที่เวียนนา ประเทศออสเตรีย ขณะที่ครอบครัวของเธอยังคงปักหลักอยู่ที่อิหร่าน

ต่อไป เธอเรียนต่อจนจบมหาวิทยาลัย และเดินทางกลับประเทศ แต่เธอกลับรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในประเทศ จนไม่รู้สึกมีความ

สุข เมื่อเธออายุ 24 ปี เธอจึงตัดสินใจออกจากบ้านไปใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศส

มาร์จาเน ซาตราปี นำเรื่องราวในชีวิตของเธอมาเขียนเป็นการ์ตูน 2 เล่ม คือ

  • Persepolis: The Story of a Childhood เป็นเรื่องราวของเธอในช่วงนับตั้งแต่เธอเกิดจนเธอถูกส่งไปยังออสเตรีย
  • Persepolis 2: The Story of a Return เป็นเรื่องราวของเธอกับชีวิตในออสเตรีย จนเรียนจบกลับมาใช้ชีวิตต่อในบ้านเกิด

และนำมาสร้างเป็นแอนิเมชันขาวดำ สะท้อนสังคมอิหร่านอย่างตรงไปตรงมา ออกฉายในฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.

2550 ท่ามกลางการประท้วงโดยทางการอิหร่าน  และได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ ให้เป็นการ์ตูนที่ดีที่สุดแห่งปี

Persepolis เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2007 ได้รางวัล Prize of the Jury และเข้ารอบสุดท้ายในสายการประกวดหลัก Palme d’Or

หนังเรื่องนี้สร้างจากการ์ตูนภาพอัตชีวประวัติชื่อเดียวกันของ Marjane Satrapi ศิลปินหญิงชาวอิหร่านที่โยกย้ายไปพำนักอาศัยและ

ทำงานอยู่ในฝรั่งเศสหลังพบคำตอบว่าเธอไม่สามารถใช้ชีวิตในประเทศบ้านเกิดของตนเองได้อีกต่อไปแล้ว โดยเธอได้เล่าเรื่องราว

ชีวิตในช่วงเปลี่ยนผ่านวัย จากวัยเด็กสู่วัยสาว และจากวัยสาวสู่วัยผู้ใหญ่ภายใต้บรรยากาศการเปลี่ยนแปลงทางเมืองของอิหร่าน อัน

เป็นมูลเหตุสำคัญให้เธอต้องระหกระเหเร่ร่อนไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลาหลายขวบปี ซึ่งใน Persepolis ฉบับหนังนี้

Marjane Satrapi ก็มีโอกาสได้รับหน้าที่เป็นผู้กำกับร่วมกับ Vincent Paronnaud เพื่อนนักวาดการ์ตูนชาวฝรั่งเศสอีกคน

 มาร์จาน กำลังรอขึ้นเครื่องบิน ณ สนามบินแห่งหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส เธอได้หวนคิดถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมา เธอเติบโตในครอบครัว

ปัญญาชนหัวก้าวหน้า ในช่วงค.ศ. 1978 ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่านเกิดการปฏิวัติอิสลาม

***มีการเปิดเผยส่วนสำคัญของภาพยนตร์***

เหตุการณ์โค่นล้มพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี นำโดยกลุ่มประชาชน นักศึกษาที่ไม่พอใจการบริหารงาน แม้ว่าโครงการ

ของชาห์จะได้รับการยอมรับในระยะแรก ซึ่งทำให้อิหร่านเจริญขึ้น แต่ผลจากการปฏิวัติขาว คือ คนในราชวงศ์และข้าราชบริพารใกล้

ชิดได้รับที่ดินมหาศาล สถานที่บันเทิงหลั่งไหลเข้ามา ทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมและฝ่ายศาสนาไม่พอใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้ผล

ประโยชน์กลับตกอยู่ในกลุ่มชนชั้นสูงและกษัตริย์ กลุ่มอนุรักษ์นิยมขับไล่กษัตริย์ชาห์ลงจากบัลลังก์ และสถาปนาตนเองเป็นรัฐ

อิสลาม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นสาเหตุของสงครามอิหร่าน-อิรัก อิรักเข้ามารุกราน นำโดย ซัดดัม ฮุสเซน ใช้จังหวะในช่วงที่อิหร่านมีการ

เปลี่ยนผู้นำมาเป็นโอกาสในการเข้าโจมตีด้วยขีปนาวุธ อิหร่านในตอนนั้นต้องเผชิญกับช่วงเปลี่ยนผ่านทั้งข้อบังคับภายใต้กฎหมาย

อิสลาม และสงครามกลางเมือง ครอบครัวของมาร์จานจึงตัดสินใจส่งเธอเรียนต่อที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

ชีวิตในวัยเด็กของมาร์จานก็เหมือนเด็กทั่ว ๆ ไปที่มีความคิดจากการหล่อหลอมของผู้ใหญ่ จากเดิมที่เธอเลือกจะเข้าข้างกษัตริย์ชาห์

เพราะเธอถูกสั่งสอนมาจากโรงเรียนว่าพระองค์ทรงถูกเลือกโดยพระเจ้าจากเบื้องบน พ่อของเธอได้เล่านิทานชวนสยองที่ว่าความ

สวยงามเป็นแค่หน้าฉาก ภาพนิทานที่พ่อเล่าชวนให้นึกถึงคุกที่ขังลุงของเธอที่เคยภาคภูมิใจว่านักโทษการเมืองนั้นคือวีรบุรุษ เธอ

จึงเปลี่ยนความเชื่อและยังลอกเลียนแบบพฤติกรรมรุนแรงจากผู้ใหญ่ด้วยการยกพวกเพื่อน ๆ ไปตีเด็กผู้ชายวัยเดียวกันที่เป็นญาติกับ

กษัตริย์ชาห์

‘ความเสื่อม’ จากโลกตะวันตก แต่เด็กวัยรุ่นเหล่านี้ก็หามาครอบครองจนได้ เมื่อเธอเติบโตมาด้วยสิ่งบันเทิงและสัญลักษณ์ที่ไม่เข้า
พวกอิสลาม ครอบครัวจึงเห็นว่ามาร์จานไม่เหมาะกับอยู่ที่นี่และสถานการณ์สงครามก็เลวร้ายจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตในยุโรป
ที่ให้อิสระในการแสดงออกกับเธอมากกว่า มาร์จานต้องแปลกใจเมื่อชนชาติอื่นมองประเทศกำเนิดของเธอล้าหลัง น่ารังเกียจ เธอ
อับอายเกินกว่าจะบอกใคร ๆ ว่าเธอมาจากอิหร่าน ชีวิตวัยรุ่นของเธอเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์แบบคู่รัก รักแรกจบลงเพราะอีกฝ่าย
เป็นเกย์ รักครั้งที่สองต้องพ่ายแพ้ให้กับชายเจ้าชู้ หลังจากนั้นมาร์จานต้องกลับมารักษาตัวที่บ้านเกิดจากโรคถุงลมอักเสบและรักษา
อาการซึมเศร้า อิหร่านในตอนนั้นเป็นเผด็จการมากขึ้นกว่าเดิม การประหารชีวิตจำนวนมากสำหรับความเชื่อทางการเมืองในที่สุดเธอ
ก็ไม่สามารถทนอยู่ในประเทศบ้านเกิดเธอได้อีกต่อไป เธอควรจะออกจากประเทศอย่างถาวรเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเป้าหมายโดยเจ้า
หน้าที่อิหร่านในฐานะผู้คัดค้านทางการเมือง หนังบอกเล่าเรื่องลายเป็นลายเส้นแอนิเมชั่นโดย มาร์จานผู้กำกับของเรื่อง ได้เล่ามุม
มองขณะหนึ่งของชีวิตที่อิหร่าน แม้ตอนแรกที่จากบ้านเกิดไปเธอไม่อยากยอมรับว่าเป็นคนอิหร่าน แต่การเติบโตขึ้นทำให้รู้ว่าเธอรัก
ที่นี่ เธอรักครอบครัว และไม่อายใครที่ต้องบอกจากเธอมาจากอิหร่าน

ความรู้สึกหลังรับชมภาพยนตร์

ภาพยนตร์เลือกที่ใช้โทนสีที่ชวนให้รู้สึกหม่นหมอง แต่เมื่อฟังน้ำเสียงที่บรรยายแล้วชวนให้เข้าใจได้ว่าความรู้สึกหม่นหมองคือการ

คิดถึงบ้านเกิด แม้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิหร่านทั้งการปฏิรูปศาสนาอิสลาม ทำให้การเมืองการปกครองเปลี่ยนไปในรูปแบบ

อนุรักษ์นิยม และความรุนแรงจากสงครามเป็นเหตุให้ครอบครัวของมาร์จาน หรือผู้กำกับของเรื่องไม่ต้องการให้เธออยู่ที่นี่

แต่สาเหตุที่แท้จริงแล้วเธอรักบ้านเกิดมากจนเกินกว่าจะเห็นรูปแบบบ้านเมืองที่เป็นเช่นนี้ได้ ทำให้เธอไม่สามารถอยู่ที่บ้านเกิดของ

ตนได้อีกต่อไป ผลงานชิ้นนี้จึงอาจจะเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกในวัยเยาว์ผ่านภาพยนตร์แอนิเมชัน โดยเลือกที่จะสะท้อนเหตุการณ์

จริงที่เกิดขึ้นในอิหร่าน เปรียบเสมือนภาพ Flashback จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นหนัง Coming of Age วัยเยาว์ในอิหร่านของเธอ

ถึงแม้ว่าเรื่องราวต่าง ๆ  ใน Persepolis จะฟังดูดุดันประชดประชันสัญชาติของตัวเองโดยไม่ยำเกรงแบบเดียวกับที่ผู้กำกับ

Masahiro Kobayashi เคยทำเอาไว้หนังญี่ปุ่นเรื่อง Bashing (2005) แต่เอาเข้าจริงแล้วน้ำเสียงการบอกเล่าของหนังกลับเป็นไป

อย่างอ่อนโยนละมุนละไมสะท้อนถึงความรู้สึกภายในของ Marjane ในฐานะผู้ถูกกระทำได้อย่างน่าเคารพ บุคลิกภายนอกของเธอ

อาจจะแลดูเป็นหญิงมั่นไม่แคร์สายตาใคร ๆ แต่ในส่วนลึกแล้ว Marjane ยังมีความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยญาติพี่น้องร่วมชาติของตัวเอง

อย่างไม่สามารถตัดขาดได้ จุดประสงค์ของการ ‘แฉ’ ประสบการณ์ส่วนตัวของเธอใน Persepolis จึงไม่ผิดกับการประกาศให้โลกได้

รับรู้ว่าชาวอิหร่านนั้นอาจไม่ได้คิดอ่านแบบเดียวกันกับผู้นำประเทศของพวกเขาเสมอไป ภาพที่ปรากฏออกมาในสื่อต่าง ๆ จึงยังไม่

สามารถเป็นตัวแทนของความรู้สึกของคนทั้งประเทศได้ เสียงของ Marjane ในหนังเรื่องนี้จึงเป็นเพียงเสียงเล็ก ๆ ทว่ายิ่งใหญ่ที่

สามารถสะท้อนถึงความในใจของชาวอิหร่านอีกหลาย ๆ คนได้อย่างน่ารับฟัง

Marjane Satrapi และ Vincent Paronnaud นำเสนอเรื่องราวทั้งหมดนี้ผ่านการออกแบบงาน animation อันโดดเด่นเป็น

เอกลักษณ์ ผู้กำกับทั้งสองเลือกใช้ภาพขาวดำมาบอกเล่าเรื่องราวในอดีตของหนังซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างพลังอันหม่นมืดของ

สถานการณ์ความรุนแรงได้อย่างน่าสะพรึงแล้ว มันยังรักษาลีลาของงานการ์ตูนต้นฉบับเอาไว้ได้อย่างสัตย์ซื่ออีกด้วย ถึงแม้ว่า

เหตุการณ์โดยส่วนใหญ่จะถูกถ่ายทอดกันด้วยภาพขาวดำ แต่ Marjane Satrapi และ Vincent Paronnaud ก็ยังสามารถสรรหา

เทคนิคลีลาอันหลากหลายมาทำให้การ์ตูนเรื่องนี้มีองค์ประกอบเชิงศิลป์ที่งดงามอลังการได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการเลียน

แบบการเคลื่อนไหวสองมิติของการเชิดหุ่นเงาแบบหนังใหญ่และหนังตะลุงในฉากฝรั่งพบกษัตริย์ชาห์ คล้ายคลึงกับลีลา

animation เงาใน The Adventures of Prince Achmed (1926) ของ Lotte Reiniger  การออกแบบตัวละคร ‘เฝ้าระวังทาง

วัฒนธรรม’ ทั้งสองให้แลดูขบขันเกินจริง รวมทั้งการใช้ภาพสมมาตรแสดงการสู้รบกันโดยไม่มีวันแพ้ชนะของทัพทหารฝ่ายซ้ายและ

ฝ่ายขวาได้อย่างสร้างสรรค์ ไปจนถึงการออกแบบฉากหลังในหลาย ๆ ช่วงด้วยศิลปะแบบ Persia อันวิจิตรตระการตา เรียกได้ว่าเป็น

งาน animation ลีลาใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการใช้เทคโนโลยีทันสมัยมาทำให้อะไร ๆ แลดูเหมือนจริงอย่างใน animation

ร่วมสมัยเรื่องอื่น ๆ กันเลย

ดูหนังฟรี

ภาพยนตร์แนวมหากาพย์ Gladiator นักรบผู้กล้าผ่าแผ่นดินทรราช

Gladiator เป็นภาพยนตร์แนวมหากาพย์

Gladiator เป็นภาพยนตร์แนวมหากาพย์

Gladiator เป็นภาพยนตร์แนวมหากาพย์ กำกับการแสดง โดยริดลีย์ สก็อตต์ แล้วก็นำแสดง โดย รัสเซล โครว์ ออกฉายใน ประเทศ

สหรัฐอเมริกา ใน วันที่ 5 พ.ค. พุทธศักราช 2543 เรื่องราว ของภาพยนตร์เกิดขึ้น ที่ กรุงโรม ยุคที่ จักรพัตราธิราชก็ อมมอดุสดูแล

เล่า ถึงมักซิมุส แม่ทัพ โรมัน ซึ่งสามารถนำ กองทัพ ชนะ สงคราม สำหรับการ ขยายพื้นที่ ของโรม ได้เสร็จ ในเวลาเดียวกัน พระรา

ชาธิราชมาร์ กุสเอาเรลิอุส หวังให้ มัก ซิมสมาสื บทอดตำแหน่งต่อจาก ตนทำให้ก็อม มอดุสลุกชาย ไม่ชอบใจ เป็นอย่างยิ่ง ก็เลย

ลอบปลงพระชนม์ พระ พ่อ แล้วก็ แกล้งทำ เป็นว่า พระราชาธิราชมาร์กุ สเอาเรลิอุส สิ้นพระชนม์ ด้วยโรค แก่ และก็ บัญชา ให้ตาม

จับ มักซิมุส โดย ป้ายความผิด ว่ามัก ซิมส คิดจะ ชิง บัลลังก์ ทำให้ มัก ซิมุส จะต้อง หนีจากการเข้าจับกุม ทั้งยัง ลูก ภรรยา เขา ยัง

ถูกฆ่า เวลา ถัดมา มัก ซิมุส ตกอยู่ใน ฐานะ ข้ารับใช้และก็ ได้ร่วม เป็นกลาดิอาโคนร์ นักสู้ เดนตาย ที่ รอ แสดง ความสามารถ การ

ต่อสู้ ให้ ผู้ชม ได้ดู มักซิมุส ปรารถนา แก้แค้น ก็ อม มอดุส ที่พราก ลูก ภรรยา ไปจากเขา

เรื่องย่อ

เรื่องราว ของ แม็ก ซิมัส เดคิมัส เมริ ดัส (รัสเซล โครว์) นายพลที่ กองทัพ โรมันแม็กซิมัสประสบผลสำเร็จ จาก การขยายอณา จักร

โรมัน ภายใต้ร่มธงของ ซีซาร์มา คัส ออรีรุส (ริชาร์ด แฮร์ริ ส) จักรพัตราธิราช ผู้ซึ่ง ได้รับ ความยำเกรง จาก นายทัพ ชายหนุ่ม เป็น

อย่างยิ่ง แล้วก็ซีซาร์ ก็รัก และก็ดูแล เขา ดัง ลูกชาย คน หนึ่งแม้กระนั้น ซีซาร์ออรีรุส มี ผู้สืบสกุล ที่ ถูก ก็คือ ลูกชาย ของ เขาเอง ที่

มีชื่อ ว่าคอม โมดุ ส (วาคีน ฟีนิกซ์) ชาย ขี้ขลาดตาขาว แม้กระนั้น ถูกใจ สนุกสนาน กับการ เล่น การรบ ขยาย อณา จักร คอม โม ดุ ส

จะต้อง ตะลึงงัน เมื่อ ได้รับ ทราบ จากบิดา ของ เขา ว่า มีแผนสำหรับการ จะ ให้แม๊ก ซิมัน เป็น ผู้สืบทอดตำแหน่ง รวมทั้งโน่น ทำให้

ลูกชาย ของเขาตกลงใจ ทำปิตุฆาต อย่างไร้มนุษยธรรม ก่อนที่จะซีซาร์ จะ ได้โอกาส ถ่ายทอด คำบัญชา


แต่สายเกินไปเมื่อซีซาร์มาร์คัสได้บอกให้แม็คซิมัสได้รู้ล่วงหน้าแล้ว คอมโมดัสจึงจำเป็นต้องรีบเดินแผนต่อเพื่อชิงอำนาจ โดยใส่
ร้ายแม็คซิมัสและออกคำสั่งประหารชีวิตแม่ทัพหนุ่ม แต่แม๊คซิมัสหลบนีออกไปได้ และเมื่อเขากลับไปถึงบ้านก็ได้พบว่า ภรรยาและ
บุตรชายของเขาถูกฆ่าทิ้งจากบัญชาของคอมโมดุส แม๊คซิมัสหมดกำลังที่จะยืนอยู่ และสิ้นสติลงไปท่ามกลางความพินาศของ
ครอบครัวและทรัพย์สินของเขา หลังจากฟิ้นคืนสติ เขาก็ถูกจับเป็นทาสและถูกขายให้กับ พรอกซิโม (โอลิเวอร์ รี้ด) นายจ้างที่มีชาย
นักรบอยู่ในความครอบครองมากมาย และเขาสร้างแม็คซิมัสให้กลายเป็นนักสู้ และสอนให้แม็คซิมัสต่อสู้อย่างสุดชีวิตในสนามนักสู้
ตามเมืองต่าง ๆ แม็คซิมัสจำต้องกล้ำกลืนความอัปยศด้วยความปราถนาเพียงอย่างเดียวคือการล้างแค้น ความหวังของเขาก็คือ
สามารถได้เข้าไปต่อสู้ในโคลอสเซ๊ยมของโรมัน ต่อหน้าจักรพรรดิแห่งโรม คอมโมดุส และนั่นจะเป็นวันที่จักรพรรดิชั่วต้องชดใช้ให้
กับโรม และครอบครัวของเขา

หนังแนว Epic รุ่งเรื่องที่สุดในช่วงทษวรรษปี 50 แต่ภายหลังความล้มเหลวของหนังฟอร์มยักษ์เรื่อง Cleopatra ส่งผลกระทบให้

หนังแนว Epic หายไปจากประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นแนวหนังที่ต้องใช้คนแสดงมากมาย และฉากขนาดยักษ์เพื่อถ่ายทอดความยิ่ง
ใหญ่ของหนังแนวนี้ การที่ต้องใช้ทุนสร้างมหาศาล ทำให้สตูดิโอ่มีความเสี่ยงต่อการขาดทุนมากกว่าหนังประเภทอื่น ข้อจำกัดนี้
ทำให้หนังขาดช่วงไปนานหลายทศวรรษ และในปี 2000 นี้ ภาพยนตร์ Epic สามารถกลับคืนสู่ฮอลลีวู๊ดได้อีกครั้ง แต่เป็นการกลับมา
ด้วยการปฏิวัติวิธีทำงานใหม่หมด เมื่อเทคโนโลยี ทางด้านเอฟเฟคเจริญขึ้นจนสามารถสร้างฉากและคนด้วยกรรมวิธีทางดิจิตอล
ทำให้ลดทุนในการสร้างฉากที่ใหญ่โต และลดค่าใช้จ่ายตลอดจนความวุ่นวายในกองถ่าย อันเนื่องจากการระดมคนแบบมืดฟ้ามัวดิน
อย่างในอดีต Gladiator อาศัยประโยชน์จากความก้าวหน้าของเทคโนโนโลยี ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์รดับไฮเอนด์สร้างสรรค์
จินตนาการของผู้กำกับ ให้ปรากฏเป็นภาพที่สวยงามแบบ Panoramic ซึ่งแสดงถึงอำนาจของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่สามารถ ที่
ทำให้โรมกลับฟื้นคืนชีวิตจากซากปรักหักพัง และบันดาลให้ผลงานอลังการที่สูญหายไปในช่วงเวลาหนึ่ง ได้กลายเป็นจริงอีกครั้ง

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Gladiator ของ ริดลีย์ สก็อตต์ ได้กลายมาเป็นผลงานที่ฮือฮาและได้รับการกล่าวขวัญมากที่สุด ในขณะที่หลาย

สถาบันรวมถึงออสการ์ก็ ยกย่องให้เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2000 ความสำเร็จนี้ เป็นผลที่มาจากการร่วมมือสร้างระหว่าง
สองสตูดิโอยักษ์ของฮอลลีวูด คือ Dreamworks กับ Universal

Gladiator เน้นการผจญภัยและการแสดงออกทางอารมณ์ ผ่านตัวเอกที่ชื่อ แม็คซิมัส นายพลผู้ยิ่งใหญ่แห่งโรมัน แม้ว่าแนวทางของ

เรื่องจะทำให้เราจะคาดเดาได้ว่า ในที่สุดแล้ว แม็คซิมัสจะต้องล้างแค้นได้สำเร็จ แต่ Gladiator ก็ทำให้การผจญภัยเต็มไปด้วยความ
ตื่นเต้นและให้ความบันเทิงอย่างสุดขีด ดาราเด่นในระดับตำนานหลายคนถูกดึงให้มาเล่นในหนังเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็น ริชาร์ด แฮร์ริส, ดี
เร็ค จาโคบี้ หรือแม้กระทั่ง โอลิเวอร์ รี้ด ที่ผ่านงานแนวนี้มาอย่างมากมาย ก็ได้มีโอกาสกลับมาแสดงผลงานร่วมกับดาวรุ่งดวงใหม่
ของวงการอย่าง วาคีน ฟีนิกซ์, คอนนี่ นีลเซน และ ดารานำ รัสเซล โครว์ ที่รับผิดชอบในบทที่ต้องใช้อารมณ์เพื่อแสดงพลีงของหนัง
ออกมา Gladiator ทำให้โครว์ขึ้นมายืนในกลุ่มเดียวกับนักแสดงระดับหัวแถวของฮอลลีวู๊ด และเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้หนัง
ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของการบันเทิง การทำเงิน และการได้รับรางวัลที่ทรงเกียรติยศที่สุดของวงการ

WALL E หุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย ภาพยนตร์การ์ตูนคอมเมดี ไซไฟ

WALL E เป็นภาพยนตร์การ์ตูนสัญชาติอเมริกัน

WALL E

WALL E เป็นภาพยนตร์การ์ตูนสัญชาติอเมริกัน รวมทั้งขาย โดย วอลต์ ดิสนีย์ พิกเซอส์ กำกับโดย แอนดรูว์ สแตนตัน ออกฉายเมื่อ 27 เดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2551 ใน อเมริกา และออกฉาย ในประเทศไทย เมื่อ 12 เดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2551 นับว่าเป็น เรื่อง ที่ เก้าจากดิสนีย์ และก็พิก ซาร์ แอนิเม ชั้น สตูดิโอส์ ยิ่งกว่านั้น วอลล์ – อี หุ่นจิ๋วหัวใจ เกิน ร้อย ยังเป็นภาพยนตร์ แอนิเมชั่น ที่ ได้รับ การเสนอชื่อ เข้า ชิงรางวัล ออสการ์ สูงที่สุดถึง 6 รางวัล2 แต่ว่า ใน ปริมาณนี้วอลล์ – อี ได้ ชนะรางวัลเพียงแต่ 1 สาขาเป็นสาขา ภาพยนตร์ แอนิเม ชัน เยี่ยมที่สุด ที่เหลือ อีก 5 รางวัล ได้พ่ายแพ้ ให้ กับ ภาพยนตร์ เรื่อง อื่นๆ

ขณะนี้ กระแส รักษ์โลก กำลังเดินทางมาแรง ไม่ว่า จะเป็น หน่วยงาน เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม โดยตรง หรือ แบรนด์ ผลิตภัณฑ์ ที่ ขยัน ออก แคมเปญ เกี่ยวกับการ ลดถุงก์อบแก๊บ การนำ ขยะมาทำเป็น เสื้อผ้า หรือ เครื่องใช้มัน ทำให้ พวกเรา คิดถึง แอนิเม ชั้น สุด น่ารักน่าเอ็นดู เรื่อง หนึ่ง ที่ เคยดู เมื่อสิบกว่า ปีที่ผ่านมา โน่น เป็น Wall-E เรื่องราว ของ หุ่นยนต์ อัด ขยะ ที่ จะต้อง อาศัยอยู่ อย่าง สั้นโดษ บน โลก เนื่องจาก มนุษย์ ได้ย้ายถิ่น หนี ขึ้น ยาน ไป แล้ว เนื่องมาจาก ภาวะ บน โลก โหดร้ายทารุถ เกิน กว่า จะ อาศัยได้เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาบางทีอาจ เป็นการ มอง ภาพยนตร์เพื่อ ความเพลิดเพลิน แค่นั้น พวกเรา บางทีอาจจะ ยัง ไม่อิน กับ เรื่องราวมากสักเท่าไรนัก แม้กระนั้นเมื่อเวลา ผ่านไป พวกเรา เริ่มมองเห็น ปัญหา ที่เกิด ขึ้น บน โลก เกี่ยวกับ สั่งแวดล้อมที่ห่วยแตก ลง เมื่อกลับไปดูอีกรอบ Wall-E ก็เลย เกิดเรื่อง ที่ สะท้อนปัญหาอย่างเห็นภาพ และก็ ทำให้ พวกเรา ตระหนักถึง จุดสำคัญ ของ สภาพแวดล้อม มากขึ้น อีกเยอะแยะ

เรื่องย่อ

Wall-E เป็นหุ่นยนต์อัดขยะ ที่ใช้ชีวิตกว่า 700 ปีอยู่เครื่องเดียวบนโลก เนื่องจาก มนุษย์ได้อพยพหนีโลกอันโหดร้ายขึ้นไปบนยานอวกาศเพื่อรอให้โลกเซ็ตตัวและสามารถอยู่ได้อีกครั้ง แต่แล้ววันหนึ่งก็ได้มีหุ่นยนต์สาวสวยอย่าง อีฟ ลงมายังโลก ทำให้ความโดดเดี่ยวของ Wall-E เปลี่ยนไป  แต่ อีฟ ไม่ได้ลงมาเล่น ๆ เพราะเธอมีภารกิจในการหา พืช ที่ยังมีชีวิต เพื่อเป็นสัญญาณว่าโลกจะสามารถกลับมาอาศัยอยู่ได้อีกครั้ง

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่พาเราไปยังยานอวกาศที่มนุษย์อยู่ ความสะดวกสบายบนยานที่ทำให้การใช้ชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนไป

พอเราลองมองข้ามความน่ารักกุ๊กกิ๊กของตัวคาแรคเตอร์ไป เราจะพบการสะท้อนปัญหาของโลกที่ตอนนั้นเราอาจจะเห็นว่าเวอร์วังมาก แต่เอาเข้าจริง โลกเรากำลังจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ ในไม่ช้าขยะล้นโลกแล้วจ้า

โลกในยุคนั้นมีสภาพย่ำแย่เกินกว่าคนจะสามารถอาศัยอยู่ได้ เพราะฉะนั้นเลยต้องอพยพขึ้นไปอยู่บนยานเพื่อรอให้โลกปรับสภาพแล้วค่อยกลับมา ทำให้เหลือแต่ Wall-E อยู่เพียงตัวเดียว ซึ่งทำให้เราเห็นว่าถึงแม้มนุษย์จะจากโลกไปตั้งหลายร้อยปีแล้ว แต่เครื่องอัดขยะอย่าง Wall-E ก็ยังต้องจัดการขยะไม่จบไม่สิ้นซะที เหมือนกับว่ามันไม่มีวันหมดไปง่าย ๆทำให้เรานึกถึงสถานที่ที่มีไว้ทิ้งขยะอย่าง บ่อขยะกาซิปูร์ ในประเทศอินเดียที่ขณะนี้มีขนาดประมาณ 40 สนามฟุตบอล และในปีหน้าคาดว่าจะมีความสูงมากกว่าทัชมาฮาล! ซึ่งส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางน้ำบาดาล ดิน และสุขภาพของผู้พักอาศัยในพื้นที่ แต่ก็จัดการอะไรไม่ได้มากเพราะยังคงมีขยะไปทิ้งที่นั่นเพิ่มทุกวันยังไม่นับรวมอีกหลายพื้นที่ทั่วโลกที่กำลังเผชิญปัญหาขยะ จนทำให้มีเทรนด์รักษ์โลก จัดการขยะและถุงพลาสติกออกมาทุกวันนี้ ทำให้เราเริ่มตระหนักได้ว่าโลกอาจจะไปเป็นเหมือน Wall-E ในอีกไม่ช้าก็ได้

ในเรื่อง Wall-E จะไม่เหลือมนุษย์อยู่บนโลกเลยซักคนเดียว เพราะได้มีโครงการพามนุษย์ขึ้นไปบนยานอวกาศและโคจรอยู่นอกโลก จากที่ตั้งเป้าไว้ว่าเพียง 5 ปีจะสามารถกลับเข้ามาอยู่บนโลกได้ แต่สุดท้ายด้วยสภาพย่ำแย่ ยานอวกาศต้องอยู่นอกโลกถึง 700 ปี ทำให้วิวัฒนาการของมนุษย์ก็เปลี่ยนไปด้วย โครงสร้างร่างกายมนุษย์เปลี่ยนไปตามการใช้งาน ความสะดวกสบายที่ได้รับนั่นคือการนั่งอยู่บนเก้าอี้ตลอดเวลา ไม่ต้องขยับตัวเดินไปไหน ทำให้กระดูกหดลง ติดต่อสื่อสารกันผ่านหน้าจอมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างน้อยมาก และมีหุ่นยนต์เข้ามาอำนวยความสะดวกทุกด้าน

จากแผน เดิมที่ จะ ย้ายถิ่น คนไป เพียงแค่ 5ปี แล้ว กลับมา แปลงเป็น ผ่านพ้นไปถึง 700 ปี ! ชีวิต บน ยาน ที่ ไม่มี แม้กระทั้ง ธรรมชาติ จะ มี ก็ แต่ว่า หุ่นยนต์ รวมทั้งระบบ Al ทำให้คน ไม่รู้แล้ว ว่าการ เต้นรำ เป็นอย่างไร? พืช ต้นไม้เป็นอย่างไร?ดิน เป็นอย่างไร? แล้วก็ จำต้อง ศึกษา เอาจาก ข้อมูล ใน ระบบ Al ที่บันทึกเอาไว้

อาจเป็นเรื่องเวอร์วังที่เรายังไม่เห็นภาพมากในขณะนั้น แต่เมื่อผ่านมาเพียง 10 ปี ทำให้คนเริ่มตระหนักมากขึ้นถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คนเป็นต้นเหตุ นั่นทำให้เราต้องรีบใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบตัวกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้โลกเป็นไปตามที่แอนิเมชันหรือหนังหลาย ๆ เรื่องทำไว้ เพราะเราอาจจะไม่ได้โชคดีหาพืชเจอแบบ Wall-E หรือไม่ได้โชคดีหาดาวดวงใหม่เจอได้อย่างใน Interstellar ก็ได้

ดูหนังออนไลน์

Saving Private Ryan เป็นภาพยนตร์สัญชาติอเมริกันออกฉายในกลางปี ค.ศ. 1998

Saving Private Ryan เป็นเรื่องราวของทหารในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

Saving Private Ryan

Saving Private Ryan เป็นเรื่องราวของทหารในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อครั้ง บุกโจมตี ในวันดีเตย์ ซึ่ง หลังจากที่ บุกขึ้นหาด

ทราย ได้เสร็จ สามวันให้ ข้างหลังหน่วย เหนือได้เรียก ร้อยเอก จอห์น มิลเลอร์ไปพบ เพื่อ มอบหมาย ภารกิจพิเศษ ให้ มันก็คือการ

ตำหนิ เรียกตัว พลทหาร เจมส์ ไร อันซึ่ง เป็น ลูก คน สุดท้อง ของ เชื้อสาย กลับไปอยู่บ้านด้วยเหตุว่า พี่ชาย ของ เขา ทั้งยัง สาม

คน จำต้อง เสียชีวิต จากการรบ ใน เวลา ไล่เรียกัน ทางกองทัพ ปรารถนาตอบแทนคุณ แม่ของ ไร อัน ด้วยการ ส่ง ลูกชาย คน สุด

ท้อง คืน สู่ อ้อมอก เพื่อทดแทน การที่ จะต้อง สุญเสียลุกชายไป พร้อมถึง สามคน ร้อยเอกจอห์น ไม่ลเลอร์ ก็เลยได้นำ กลุ่ม ของ

เขา เข้า ทำ ภารกิจนี้ ซึ่งนับ เป็น ภารกิจ ที่ เสียงภัย มากมาย และก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิด ปัญหา ใน กลุ่มของ จอห์น ว่าเพราะเหตุไร

ถึง ต้องเสียสละ คน ส่วนมาก เพื่อช่วยเหลือ คน เพียงผู้เดียว ทั้งที่ พวกเขาเอง ก็ จำต้อง เอาชีวิตรอด จาก การสู้รบ กลับ ไปพบ

ครอบครัว แบบเดียวกัน พวกเขา จำต้อง พบกับ เหตุ เยอะมาก อีกทั้ง จะต้อง ต่อสู้ กับ ศัตรู รวมทั้งยังคง จำาต้อง ต่อสู้ กับความ

สับสน ในใจ ของตัวเอง

โครงเรื่อง    

เรื่องนี้ มี เค้าเรือง แบบอย่าง Classical Design หนังเรื่องนี้ เป็นที่สุด แล้วของ หนังสงคราม มีครบ ทุกรส อีกทั้งมัน ซึ้ง สนุกสนาน

ระทด ดราม่า โดย มี เนื้อหาสาระเกี่ยวกับ การสิ้นไปของ กำลัง ทหาร แล้วก็ ชีวิตคนเรา ใน ตอน สงครามโลกครั้งที่สอง บอกให้เห็น

ถึง ความโหตร้ายทารุณ ของ การสู้รบ โดยเฉพาะ ใ ฉาก เปิดเรื่อง ที่ยาว กว่า 10 นาที ที่ เป็นการบุก หาดทราย โอมา ฮ่า ที่ได้รับ

การกล่าวขาน ว่าเป็น สมรภูมิ ที่ สูญเสีย ที่สุดของกอง กองทัพสหรัฐ อเมริกา

 ความขัดแย้ง

ความขัดแย้งในเรื่องนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างมนุษย์ด้วยกันเกิดจากสงครามที่ยืดเยื้อมานานของ กองทัพสหรัฐอเมริกา กับ เยอรมัน

ภาวะวิกฤต

กองทัพ สหรัฐได้ส่งจดหมาย แสดง ความเศร้าใจ มา แก่ คุณนาย ไร อัน แต่ ในการพิมพ์จดหมาย นั้น เจ้าหน้าที่ ผู้พิมพ์จำหน่าย เจอ

ถึง การสิ้นไป ของ ตระกูล ไร อัน แล้ว 3 คน ซึ่ง ยังเหลือ เพียงแต่ลูกชาย คน สุดท้อง หมายถึง พลทหาร เจมส์ ไร อัน (แมตต์ เด

ม่อน) ที ตก อยู่ ในแนวศัตรูโตย ไม่เคยรู้ ชะตาชีวิต ก็เลย ได้ รายงาน ต่อ ผู้ปังคับปัญชา (เตนนิสฟารีนา) ซึ่ง ได้ตัดสินใจ ให้ พา

พลทหารไร อัน กลับบ้านมา อย่างปลอตภัย

ภาวะคลี่คลาย

ภารกิจ นำ พลทหาร ไร ฮัน กลับไปอยู่บ้าน ก็เลย ตก แก่ กองกำลังของร้อยเอก มิลเลอร์ ซึ่งมี ผู้ใต้ปังคับบัญชา 7 คน โดยที่ แต่ละ

คน ไม่รู้เรื่อง ว่า เพราะอะไร จะต้อง เสียงอันตราย คน ส่วนมาก เพื่อ ชีวิต คนๆ เดียว ด้วย โดย ที่ กลางทาง พวกเขา จะต้อง เผชิญ

กับ การสั่นไป มหาศาลซึ่งในสุดท้าย คนไม่ใช่น้อย ได้เสีย ชีวิต รวมถึงร้อยเอกมิลเลอร์ด้วย เมือก่อนตาย เขาได้บอก แก่ ไร อันว่า

ดำรงชีวิต ให้คุ้ม ซึ่งไร อัน ได้ จำ และ สำนึก ใน พระคุณ ของมิลเลอร์ไปตลอด

 การตัดต่อ

หนัง ถ่ายทำ ตามสดับ เหตุการณ์ ตั้งแต่ต้น จนกระทั่ง หมดเรื่อง ส ตีเว่น ส ปี้ ลเบิ ร์ก ผู้กำกับมีความรู้สึกว่า การถ่ายทำ ธีแขบนี้ จะ

ช่วยทำให้นักแสดง อิน กับ เรื่องราวรวมทั้ง เรื่อง ได้มาก ขึ้นโดยยิ่งไปกว่านั้น การสูญเสีย เพื่อนฝูง ทหารไป กลางทาง ที่ เต็ดมากๆ

ซึ่งมัน ช่วยทำให้เหล่าคาราหนัง รู้เรื่อง ความรู้สึก หงุดหงิด ที่ นักแสดง มีต่อ”ไร ฮัน” ที่ ไม่ได้ร่วม เดินทาง เสียงตายด้วยกันได้

หนัง hd

ภาพยนต์ Sunset Boulevard ชีวิตคือละคร ซ้อนด้วยมายา

Sunset Boulevard

Sunset Boulevard

Sunset Boulevard นับได้ว่าเป็นเพชรนิลจินดาเม็ดสวยของหนังสไตล์ฟิล์มนัวร์(1) ผสมกับ หนังแบบ โศกการละครของฮอลลี่วู้ด ที่

สำคัญมันเป็นหนังที่ปลอกลอก เสียดสี แวดวง ฮอลลีวู้ตได้อย่างแสบๆ คันๆ เหมือนกันกับ เรือง The Player (1992) ของ Robert

AItman ภาพยนตร์ ขาวดำความยาว 110 นาทีหัวข้อนี้ถูกนำออกฉายในปี 1950 แล้วก็ผู้กำกับจะเป็น ใครกันแน่ไปมิได้เด็ดขาด เว้น

เสียแต่ Billy Wilder (2)คนออสเตรียเชื้อสายชาวยิว ผู้หลบภัยรุกรามจากฮิตเลอร์มาตั้งหลักแหล่งในอเมริกาในปี 1933 แม้ว่า

ภาพยนตร์แนวฟิล์มนัวร์ทีชื่อ DoubleIndem nity (1944) หนังเรื่องสำต้บที่สาม ของเขาใน ฮอลลีวู้ด จะยอดเยี่ยมเปียมด้วยพลัง

จนถึงเข้าถูก เสนอช็อเข้าชิรางวัลออสก้หลาย สาขา แม้กระนั้น พลาดทุกสาขา จนเขา จะต้อง รอคอย ให้หนังเรื่อง ที่ห้าคือ The

Lost Weekend (1945) เก็ยวกับ ชีวิต ของ ชายหนุ่มใหญ่ (แสดงนำ โดย Ray Milland) ผู้พากเพียรต่อสู้ กับ การปกคลุม งำ ของ

เหล้าออกฉายฮอลลี่วัด ก็เลย หันมา ยิ้ม ให่”ไวล์เตอร์ พร้อมทั้ง มอบรางวัลออสก้า ให้ ถึงสี สาขา โดย หนึ่ง ในนั้นคือสาขา

ภาพยนตร์เยี่ยม

จากนั้นก็มีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องของไวล์เดอร์ที่ได้รับเสียงยกย่องจากนักวิจารณ์และคนดูทั่วโลกด้วยธีมที่ค่อนข้างหลากหลายไม่

ว่า Stalag 17 (1953) หนังเกี่ยวกับพวกเชลยศึกในค่ายนาซีอันโหดเหี้ยมที่ต้องสืบหาสปายผู้บอกข้อมูลให้กับนาซีเกี่ยวกับการหลบ

หนีของพวกเขา ,Sabrina (1954) ที่ให้ Audrey Hepburn กลายเป็นซินเดอริลล่ายุคใหม่ในสังคมไฮโซของอเมริกา, Seven Year

Itch (1955) เรื่องของพ่อบ้านที่ลูกเมียเดินทางไปตากอากาศนอกเมืองและต้องใจหวั่นไหวเมื่อพบสาวสวยมาพักที่อาพาร์ทเมนท์

เดียวกัน ,Some Like It Hot (1959)เรื่องของนักดนตรีหนุ่มสองคนที่ต้องปลอมตัวเป็นผู้หญิงเพื่อหนีการปองร้ายของแก๊งสเตอร์ใน

ทศวรรษที่ยี่สิบ และ The Apartment (1960)เรื่องของมนุษย์เงินเดือนหนุ่มที่ต้องสละอาพาร์ทเมนท์เพื่อให้บรรดาเจ้านายนำสาวๆ

มากก นับเป็นหนังตลกเสียดสีสังคมทุนนิยมของอเมริกาที่แสบลึก

Sunset Boulevard มีพล็อตเรื่องหลักที่คาบลูกคาบดอกยิ่งนักในช่วงทศวรรษที่ห้าสิบที่กองเซ็นเซอร์ของฮอลลีวู๊ดเคร่งครัดศีล

ธรรม มันเป็นเรื่องของJoe Gillis หนุ่มนักเขียนบทภาพยนตร์เกรดบีที่กำลังตกทุกข์ได้ยากจนต้องขับรถหนีเจ้าหนี้ที่ตามมายึดรถอัน

เป็นสมบัติอันล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวที่เขามีอยู่ แต่เพราะยางเจ้ากรรมดันมาแตก กิลลิสก็เลยพลัดหลงเข้าไปในคฤหาสน์ทึม ๆ ซึ่งมีรูป

ทรงที่นิยมในทศวรรษที่ยี่สิบย่านซันเซท บูเลวาร์ดของฮอลลี่วู๊ด (อันเป็นที่มาของชื่อหนังเรื่องนี้) ที่นั่นเองเขาต้องเข้ามาพัวพันกับ

เจ้าของสถานที่แห่งนั้นคือ Norma Desmond ราชินีหนังเงียบในทศวรรษที่ยี่สิบอย่างไม่ตั้งใจ ด้วยหนังพูดได้เป็นเรื่องแรกของโลก

คือ Jazz Singer (1927)ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของวงการฮอลลีวู๊ดอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ดาราหนังเงียบจำนวนมากต้อง

ตกงานเพราะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบบันทึกเสียง คนเหล่านี้รวมไปถึงตัวเดสมอนด์ด้วย เธอจึงต้องอำลาจากวงการมานั่ง ๆ

นอน ๆ กินบุญเก่าอยู่ในคฤหาสน์อันใหญ่โตของตัวเองพร้อมกับคนใช้หัวล้านท่าทางประหลาด นามว่า Max von Mayerling

ท่ามกลางความฝันถึงอดีตอันหอมหวน เมื่อเดสมอนด์รู้ว่ากิลลิสประกอบอาชีพอะไร เธอจึงพยายามใช้เขาให้เป็นประโยชน์โดยจ้าง

ให้ปรับปรุง เรียบเรียงบทภาพยนตร์ที่เธอเคยเขียนเองขึ้นมาเสียใหม่ ด้วยความสัมพันธ์อันเก่าแก่ระหว่างเดสมอนด์กับผู้กำกับหนัง

อันทรงอิทธิพลเช่น Cecil B.DeMille ที่เคยสร้างหนังระดับตำนานเช่น Ten Commandments หรือ The Greatest Show on Earth

หากภาพยนตร์เรื่องนี้(ที่แน่นอนว่ามีเธอเป็นนางเอกเท่านั้น)ออกมาสู่สายตาชาวโลก การก้าวกลับมาเป็นราชินีจอเงินอันยิ่งใหญ่ย่อม

ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ อีกต่อไปสำหรับเดสมอนด์ ส่วนกิลลิสก็ตอบรับโดยดีเพราะความหิวกระหายเงิน

จะด้วยความเหงาของเดสมอนด์หรือความเป็นหนุ่มหน้าตาดีของกิลลิสก็ตามแต่ เดสมอนด์เริ่มรุกล้ำเข้ามาในโลกส่วนตัวเองของกิล

ลิสขึ้นเรื่อย ๆ จนเกินขอบเขตของความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างวัยห้าสิบเศษ ๆ กับลูกจ้างวัยสามสิบกว่า (ท่ามกลางการสังเกตการณ์

และการช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ จาก คนใช้ผู้ซื่อสัตย์วัยหกสิบต้น ๆ ) จนในที่สุดกิลลิสพบว่า เขาได้ตกอยู่ในวังวนของความหลุ่มหลงที่

เดสมอนด์มีให้กับเขาโดยการทุ่มเท ปรนเปรอของมีค่าที่ในชีวิตเขาไม่เคยได้มาก่อน ถึงแม้ชายหนุ่มจะพยายามขบถ หลบหนีออก

จากคฤหาสน์ที่เดสมอนด์จัดงานเลี้ยงเพื่อเขาและเธอเพียงสองคนในคืนฝนตก แต่แล้วกิลลิสก็ต้องกลับมาหาหล่อนอีกครั้งหนึ่งด้วย

ความสงสารกลัวว่าเธอจะฆ่าตัวตายอีกครั้งหาใช่ความรักไม่ กระนั้นเขาก็ได้แอบไปสร้างความสัมพันธ์กับนักเขียนบทภาพยนตร์สาว

ผู้มีอายุน้อยกว่าเขาเกือบสิบปี นามว่า Betty Schaefer ที่สำคัญเธอยังเป็นคู่หมั้นกับเพื่อนรักที่สุดของเขา แต่แล้วเดสมอนด์ก็สืบพบ

กับความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคนจึงหันไปอาละวาดเบ็ตตี้ด้วยความหึงหวง เรื่องจึงดูเหมือนจะบานปลายขึ้นเรื่อยๆ กิลลิสจึงต้อง

ตัดสินใจว่าจะเลือกใครดีระหว่างนายจ้างสาวใหญ่ผู้มีทุกสิ่งทุกอย่างให้แต่ลดคุณค่าของเขาแค่เครื่องเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งกับนัก

เขียนสาวน้อยซึ่งมีฐานะไม่ต่างกับเขาในตอนต้นเรื่อง

ด้วยบทสนทนาอันแสนคมคายพร้อมกับตลกร้ายเล็กๆ ที่หนังมีให้คนดูไปพร้อมกับความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ กับชะตากรรมของกิลลิส

เช่นเดียวกับภาพเรืองแสงแม้จะเป็นหนังขาวดำก็ตามทำให้ Sunset Boulevard ดูมีเสน่ห์อันน่ากลัวยิ่งกว่าหนังฟิล์มนัวร์ทั่วไป หนัง

เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยคำบรรยายความคิดและความรู้สึกของตัวกิลลิสเองแต่ที่สำคัญคือตอนที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว หนังเรื่องนี้จึงเป็นเรื่อง

แรก ๆในประวัติศาสตร์ฮอลลีวู๊ดเองที่ให้คนตายเป็นผู้บรรยายเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วจึงย้อนระลึกกลับไปในอดีต แน่นอนว่าหนัง

ดังๆในทศวรรษที่เก้าสิบอย่างเช่น American Beauty หรือ Casino ย่อมรับเอาเทคนิคนี้มาใช้เต็มๆ นอกจากนี้ภาพในตอนต้นเรื่องที่

ทำให้คนดูรู้สึกทึ่งก็คือภาพจากข้างล่างของสระน้ำซึ่งหันขึ้นไปมองศพของกิลลิสที่กำลังคว่ำหน้าอยู่อยู่เหนือน้ำ สำหรับการถ่าย

ภาพจากใต้น้ำหากเป็นสมัยนี้เหมือนกับเรื่องปลอกกล้วยเข้าปาก แต่เมื่อห้าสิบปีที่แล้วไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย กระนั้นฉากนี้ย่อมทำให้

คนดูเดาได้ว่าตอนจบเป็นอย่างไรตามประสาหนังฟิล์มนัวร์ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญหากเป็นคำถามที่ว่าทำไมกิลลิสต้องกลายเป็นศพ

ขึ้นอืดบนสระน้ำต่างหากเป็นเรื่องที่คนดูอยากรู้ หนังจึงมีพลังเหลือเฟือในการนำคนดูท่องไปกับชีวิตของกิลลิสหลังจากนั้นอย่างไม่

เบื่อหน่าย

 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้อื้อฉาวคือความสัมพันธ์ระหว่างเดสมอนด์กับกิลลิสซึ่งฝ่ายหลังอยู่ในฐานะอะไรไม่ต่างกับ “นาย

บำเรอ”หรือ gigolo ของฝ่ายแรก ว่ากันว่ามันกลั่นมาจากประสบการณ์ของไวล์เดอร์ตัวผู้กำกับเองที่ต้องรับอาชีพนี้ในช่วงกำลังตกทุกข์ได้ยากในกรุงเบอร์ลิน (ในปี 1960 เขาได้พัฒนามันในเรื่อง The Apartment โดยให้นางเอกตกเป็นภรรยาน้อยของประธาน

บริษัท) และมันได้ทำให้เกิดปัญหาว่าไม่มีดาราหนุ่มคนไหนจะกล้ามารับบทของกิลลิส เพราะกลัวว่าภาพพจน์ของตัวเองจะเสียไม่ว่า

Montgomery clift หรือ Fred MacMurray (ผู้เคยรับบทนำใน Double Indemnity) จนในที่สุดไวล์เดอร์ได้ดาราหนุ่ม Billy

Holden เจ้าของฉายาไอ้หนูทองคำหรือ Golden Boy ของวงการฮอลลี่วู๊ด ผู้ที่ไวล์เดอร์ไม่เคยประทับใจผลงานของเขามาก่อน แต่

เมื่อทั้งคู่ได้มาร่วมมือกันในหนังเรื่องนี้ดาราหนุ่มก็สามารถชนะใจผู้กำกับจนทั้งคู่ก็ได้เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่บัดนั้นและโฮล์เดนยัง

ได้แสดงในหนังของไวล์เดอร์อีกหลายเรื่องเช่น Sabrina และ Stalag 17 (ซึ่งทำให้ฮอล์เดนได้รางวัลออสก้าเป็นตัวแรก)

 

ส่วนตัว”นางเอก”นั้นก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะมีดาราที่มีลักษณะเข้าข่ายเหมือนกับเดสมอนด์ไม่ว่า Mae West หรือ Pola

Negri แต่ต่างก็ปฎิเสธกันหมด เป็น George cukor ผู้กำกับหนังชื่อดังอีกคน (3) ที่ช่วยแนะนำให้ไวล์เดอร์รู้จักกับเพื่อนของเขาซึ่ง

เคยเป็นซูปเปอร์สตาร์หนังเงียบทศวรรษที่ยี่สิบมาก่อนคือ Gloria Swanson ผู้มีลักษณะทั้งหลายทั้งปวงคล้ายคลึงกับเดสมอนด์จึง

ไม่ต้องสงสัยว่าในหนัง บุคลิกของเดสมอนด์จะมีส่วนลึกมาจากตัวตนข้างในของแสวนสันเอง เธอจึงได้คำชมเชยอย่ามากมายเพ

ราะเดสมอนด์เป็นตัวละครที่แสดงยากและซับซ้อนที่สุดในเรื่องนั่นคือมีบุคลิกของคนที่ละเมอเพ้อพกถึงอดีต และไม่รู้สึกรู้สาว่าอดีต

กำลังเข้ามาครอบงำตัวเองจนแยกไม่ออกระหว่างความจริงกับภาพลวงตา ปะดังประเดด้วยความสิ้นหวังและความหึงหวงต่อตัวชาย

ที่เธอรัก จนทุกอย่างกลายเป็นความบ้าอย่างสมบูรณ์แบบในตอนจบของเรื่องซึ่งเราจะเห็นเป็นลาง ๆ ได้จากคำพูดอันแสนโด่งดัง

ของเดสมอนด์กับกิลลิสในตอนแรกที่คนทั้งสองรู้จักกัน

ดูหนัง hd