หมวดหมู่: ดูหนังออนไลน์

The White Tiger หนังอินเดียสายดาร์กตลกร้ายที่ไม่มีฉากเต้น

The White Tiger

The White Tiger เน็ตฟลิกซ์ได้คอนเทนต์เพชรเม็ดงามมาฉายอีกครั้ง กับหนังอินเดียที่ดัดแปลงจากหนังสือขายดีของ อาร์วินด์ อดิกา เรื่อง พยัคฆ์ขาวรำพัน  โดยได้การกำกับและเขียนบทของ รามิน บาห์รานิ เจ้าของผลงานอย่าง Fahrenheit 451 (2018) ที่เคยเข้าชิงรางวัลเอมมี่ไพรม์ไทม์สาขาหนังทีวียอดเยี่ยมมาแล้ว และนี่ก็เป็นการมาร่วมงานกับเน็ตฟลิกซ์โดยมีโพรดิวเซอร์มือรางวัลอย่าง เอวา ดูเวอร์เนย์ ที่เคยกำกับผลงานชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาแล้วกับ Selma (2014) มาช่วยอำนวยการสร้างให้ด้วย แต่เหนือกว่ารายชื่อทีมงานที่น่าสนใจแล้ว ก็คือ หนังเล่าเรื่องสนุกมาก

เรื่องราวของเด็กฉลาดเฉลียว ชนิดที่เรียกว่า 1 ใน 1,000 ซึ่งไม่ต่างจากโอกาสเกิดของเสือขาว เขาเกิดมาในวรรณะต่ำจากย่านชนบทขาดความเจริญ ถูกให้ออกจากโรงเรียนทั้งที่จะได้ทุนไปเรียนต่อเพราะฐานะทางบ้านยากจน มีเจ้าของที่ดินมาเฟียคอยขูดรีดทุกรูปีของคนในหมู่บ้าน แล้วเงินเล็กน้อยที่เหลือรอดมายังบ้านของพลรามก็ยังถูกธรรมเนียมเรื่องย่าเป็นใหญ่คอยขูดรีดจากสมาชิกในบ้านไปอีก เมื่อไม่มีเงิน ย่าก็ขูดรีดโอกาสของพวกลูกหลานในบ้านแทน เฉกเช่นที่พลรามอดเรียนต้องมาใช้แรงงาน และพี่ชายที่เมื่ออายุถึงก็ถูกบังคับแต่งงานเพื่อเอาสินสอดจากบ้านผู้หญิง

การพยายามไต่เต้าเอาชนะโชคชะตาทุกวิถีทางของพลราม (จนบางทีการกระทำเขาก็ดูเทา ๆ) จึงเป็นการต่อสู้กับอุปสรรคของสังคมอินเดีย ทั้งเรื่องวรรณะ ความเชื่อ จารีต และที่สำคัญที่สุดคือความเป็นทาสที่ฝังลึกอยู่ในกมลสันดานของคนจน เช่นเดียวกับที่พลรามเปรียบเปรยว่าหลายครั้งที่คมคาย ทั้งคำพูดที่ว่า อย่าเป็นคนจนในระบบประชาธิปไตย, อินเดียมีแค่ 2 วรรณะคือคนจนกับคนรวย และ คนจนอินเดียเป็นไก่ในกรง ที่ไม่คิดแหกกรงหนี และมีความเป็นทาสที่ยินดีรับใช้นายในทุกโอกาส

The White Tiger

พลรามเหมือนระเบิดแสนซื่อที่ยังไร้ดินปืน จนกระทั่งเขาถูกกระทำระยำตำบอนจากคนที่เขาให้ใจที่สุดทั้งเจ้านายหัวฝรั่งผู้เมตตา และครอบครัวที่ผูกพันทางสายเลือด นั่นทำให้เขาพูดว่า ตนเองตรัสรู้ หรือรู้แจ้งเห็นชัดแล้วว่า คนจนจะเปลี่ยนวรรณะเป็นคนรวยได้ก็มีเพียง 2 เส้นทาง ไม่อาชญากรรม ก็การเมือง ซึ่งเราจะได้เป็นประจักษ์พยานการเติมดินปืนใส่หัวพลราม ที่สุดท้ายจะกลายเป็นเจ้าพ่อซิลิกอนวัลเลย์แห่งอินเดีย ตามที่ตัวตนเขาในอนาคตได้บอกผู้ชมมาตั้งแต่ต้นเรื่อง

อโศก ลูกชายคนเล็กของนายใหญ่ กับพิงกี้ ภรรยาหัวทันสมัย ที่กลับมาจากอเมริกาและไม่เห็นด้วยกับการมองเหยียดวรรณะคน

เอาจริงคือบรรยากาศเนื้อเรื่องและโพรดักชันต่าง ๆ ชวนนึกถึงหนังออสการ์อย่าง Slumdog Millionaire (2008) ของ แดนนี่ บอยล์ อยู่ไม่น้อยเลย และก็พอให้หายลงแดงได้ไม่น้อยเลยทีเดียวด้วย แต่บรรยากาศที่ว่าก็คล้ายสลัมด็อกฯ แค่ครึ่งเรื่องแรก โดยตัดความแฟนซีโรแมนติกออก เหลือเพียงตลกร้ายและการเสียดสีอย่างเมามัน

ก่อนจะกลายเป็นคัมมิงออฟเอจแบบเรียล ๆ ในครึ่งหลัง ที่เราจะเห็นการก่อกำเนิดของเสือขาวที่เหี้ยมโหดพอจะรับมือโลกที่เลวร้ายได้ทัดเทียมกัน ซึ่งแม้ดาราดัง ๆ อย่าง ปริยังกา โจปรา โจนัส ที่ไปโผล่ในหนังฮอลลีวูดหลายเรื่องแล้วจะเล่นในเรื่องนี้ แต่บอกเลยว่าไม่มีใครแจ้งเกิดเกิน อาดาร์ช กอราฟ พระเอกหน้ามนที่น่าจดจำทั้งลูกเซ่อและลูกเจ้าเล่ห์แต่ก็เกลียดไม่ลง นึกไปถึงครั้ง เดฟ พาเทล ที่ทำสำเร็จโกอินเตอร์มาก่อนหน้านี้ด้วยเลย หนังอาจให้ข้อคิดผ่านตัวละครต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจว่าเราเป็นตัวละครไหนในสังคมนี้อยู่หรือไม่ และหนังก็บันดาลความสะใจในบทสรุปได้อยู่ไม่น้อยทีเดียว

หนังทิ้งประโยคเด็ดที่เราคิดมาตลอดระหว่างชมเมื่อพลรามหันมาถามคนดูว่า แล้วประเทศคุณมันมีอะไรบัดซบแบบนี้บ้างไหม? แทบจะส่ายหัวแบบคนอินเดีย (ที่แปลว่าใช่) ใส่จอทีเดียวเชียว

La La Land : นครดารา

La La Land

La La Land

La La Land เกริ่นก่อนเลยว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังแนวมิวสิเคิล ซึ่งค่อนข้างจะแหวกแนวไปเป็นอย่างมาก หากใครไม่ชอบฟังเพลงหรือเป็นคนที่อ่านซับไทยไม่ทัน อาจจะไม่ชอบก็เป็นได้
แต่เดียวก่อน! ถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะดำเนินเรื่องด้วยการร้องเพลง สลับฉากปกติ แต่หนังมีพลังในการสื่อเข้าถึงอารมณ์เป็นอย่างมาก บางฉากไม่มีบทพูดแม้แต่บทเดียว แต่สามารถสื่ออารมณ์ผ่านบทเพลงที่กินใจและเรื่องราวที่กระแทกใจสุด ๆ

เป็นคำถามแรกที่ผุดเข้ามาในหัวผม เมื่อแฟนชวนไปดูหนังแนวมิวสิเคิลเรื่องนี้ จินตนาการแรกของผมคือ มันคงเหมือนการ์ตูนดิสนี่แลนด์ที่เหล่าตัวละคร ร้องเพลง เต้นไปมา บลา ๆ (ปัญญาอ่อนฉิบ..)

แต่ผิดคาด!

หนังสื่อถึงตัวละครที่มีความฝันและความตั้งใจอย่างแรงกล้า 2 คน โคจรให้มารักกัน และเดินทางทำตามความฝันของตัวเองที่ดำเนินเรื่องไปด้วยความรักและเสียงเพลง

แต่เมื่อหนังดำเนินเรื่องไปเรื่อย ๆ มันก็ยิ่งกระแทกใจ และกระแทกชีวิตจริงวัยทำงานที่มีคนรักสุด ๆ โดยเฉพาะฉากที่ พระเอก เซอไพรส์นางเอกด้วยมื้อค่ำเนื่องจากทำงานจนไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน แต่สุดท้ายก็จบลงตรงที่การทะเลาะกันบนโต๊ะอาหาร

“ชีวิตจริงของผู้ชายที่แคร์ผู้หญิงที่เขารัก ผู้ชายจะแสวงหาความมั่นคง เพื่อให้ผู้หญิงมีชีวิตที่ดี และหล่อเลี้ยงครอบครัวได้ในอนาคต “

บทสนทนาที่กระแทกใจผมที่สุดก็คือ

“คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือ ที่อยากให้ผมมีหน้าที่การงานที่มั่นคง”

คำพูดนี้หลุดออกมาจากปากพระเอกเพราะพระเอกได้ยินที่นางเอกคุยกับแม่ผ่านทางโทรศัพท์ว่า พระเอกยังมีการงานที่ไม่มั่นคง ทำให้พระเอกตัดสินใจละทิ้งความฝันของตัวเอง เพื่อไปทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ แต่ทำได้ดี และทำให้ชีวิตมีความมั่นคง (โคตรเรียล ในชีวิตของใครหลายคน)
แต่สุดท้ายเมื่อผู้ชายมั่นคง เขากลับขาดเวลาที่มีให้ต่อผู้หญิงที่เขารัก
และเธอเริ่มเรียกร้อง…

“จะไปทำงานนานแค่ไหนจนกว่าเราจะได้กลับมาเจอกัน 1 เดือน? 1 ปี ? หรือเป็นแบบนี้ตลอดไป? “

เจอประโยคนี้ของนางเอกเข้าไป ผมแทบอยากจะกราบคนเขียนบทจริง ๆ ว่าทำไมถึงเขียนบทได้ so real ตรงชีวิตกรูมาก ๆ โฮๆ ( T ^T)

ทั้ง ๆ ที่ พระเอกเองก็ทำตามที่นางเอกต้องการแล้ว แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการ

“ผู้หญิงส่วนใหญ่ แท้จริงแล้วเพียงต้องการแค่ได้อยู่ใกล้กับคนที่เธอรัก เธอไม่สนหรอกว่าชีวิตมันจะดีร้ายแค่ไหนยังไง”

เมื่อถึงเวลา เธอก็จะพูดว่า “ช่างแม่ง! ช่างหัวความคิดของคนอื่น!” แบบที่พระเอกชอบพูดปลอบนางเอก (ไม่มั่นใจว่า พระเอกใช้คำว่า Whatever หรือคำว่าอะไร แต่ดูแล้วจับใจความแบบภาษาไทยได้เป็นแบบนี้)

เนื้อเรื่องมันค่อนข้างที่จะเข้มข้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเวลาที่นางเอกกับพระเอกเลิกกัน และมีโทรศัพท์มาหาพระเอกให้ตามนางเอกไปคัดนักแสดง

ผมชอบตรงที่พระเอกบอกนางเอกว่า

“เธอมันเด็กน้อยจริง ๆ”

ถ้าดูผิวเผิน มันอาจจะเหมือนคำพูดชวนกระแซะทั่วไป กับการกระทำที่นางเอกแสดงออกมาในขณะนั้น
แต่ลองนึกในมุมมองของพระเอกดูครับ…
พระเอกละทิ้งความฝันของตัวเขาเอง เพื่อที่จะอยู่ให้ได้ในชีวิตความเป็นจริง แต่นางเอกที่ทำตามความฝันของตัวเธอเองมาโดยตลอด กลับล้มเลิกเมื่อโอกาสที่หามาแทบทั้งชีวิตอยู่ตรงหน้า…

คำว่า “เธอมันเด็กน้อยจริง ๆ” ของพระเอกที่พูดออกมาในตอนนั้น ผมรู้สึกว่ามันมีพลังมากจริง ๆ

ไม่หมดเพียงแค่นั้น ตัวหนังเก็บรายละเอียดได้ดีมาก ๆ ในฉากนี้หากใครสงสัยว่าพระเอกหาบ้านนางเอกเจอได้อย่างไร นั่นก็เพราะว่า ในฉากต้นเรื่องแรก ๆ ที่พระเอกกับนางเอก นางเอกพูดถึงบ้านของเธอเพียงแค่ครั้งเดียว นั่นหมายความว่าพระเอกตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรก และใส่ใจให้ความสำคัญกับเธอ ถึงแม้ชีวิตช่วงหลัง ๆ จะไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน แต่พระเอกยังรักและจดจำรายละเอียดทุกอย่างได้เป็นอย่างดี

“ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะจดจำรายละเอียดของคนที่ตกหลุมรักได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะคิดว่าตัวเธอเองไม่สำคัญ เมื่อผู้ชายไม่มีเวลาให้… ถึงแม้ว่าผู้ชายจะยังคงรักเธอก็ตาม”

ตอนจบที่แสนเจ็บปวด
(ไม่อยากอ่านสปอยล์ก็ข้ามไปครับ)

“I still love you”

ผมไม่รู้ว่าคำ ๆ นี้ของผู้หญิงตอนบอกเลิกกันมันมีความหมายของคำว่า Still Love You แบบไหนนะครับ แต่สำหรับผู้ชายที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ มันเป็นเหมือนการปักธงของความหวัง และอาจจะเป็นแรงผลักดันไปสู่เป้าหมายอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ทำชีวิตให้ตัวเองดีขึ้น มีฐานะการเงินที่ดีขึ้น หรือทำตามความฝันให้สำเร็จอย่างจริงจัง ลึก ๆ ก็เพราะว่า

“หากสักวันหนึ่ง ได้กลับมารักกัน ชีวิตมันคงจะดีขึ้นกว่าตอนที่เคยรักกัน”

ฉากย้อนเรื่องราวของตอนจบเป็นอะไรที่ชวนน่าคิดมาก ๆ ในชีวิตของคน ๆ หนึ่ง ฉากนี้เป็นฉากที่ผมชอบมาก ถึงแม้มันจะไม่มีบทพูดเลยก็ตาม แต่การแสดงมันสื่อถึงเรื่องราวของวันเก่า ๆ ที่พระเอกสื่อออกมาจากบทเพลงและความคิดของตัวเอง ในคอนเซปต์ของคำว่า

“ถ้าหากวันนั้น”

เราลองมาคิดดูครับว่า หลายครั้งในชีวิตของคนเรา พอเรานึกย้อนไป ถ้าหากวันนั้น ฉันทำแบบนั้น มันอาจจะเป็นการเติมเต็มชีวิตคู่ หรือเป้าหมายของการมีชีวิตที่ได้อยู่กับคนรักหรือสิ่งที่ตัวเองรักอย่างจริงจัง  ชีวิตมันอาจจะเดินไปในอีกทางหนึ่ง เป็นรูปแบบใหม่ ที่อาจจะไม่ประสบความสำเร็จที่สุด อาจจะไม่รวยที่สุด อาจจะไม่ได้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

…แต่เป็นทางเลือกที่มีความสุขที่สุด…

นครดารา

ภาพยนตร์จาก Netflix เรื่อง Moneyball

Moneyball

Moneyball บิลลี่ บีน (แบรด พิตต์) ผู้จัดการทั่วไปของทีม “โอคแลนด์ เอ” ได้ท้าทายระบบและฝ่าฝืนความคิดที่มีมาช้านาน เมื่อเขาถูกบังคับให้สร้างทีมขึ้นมาใหม่ด้วยงบประมาณที่น้อยนิด ทั้งๆ ที่ถูกต่อต้านจากพวกหัวโบราณ สื่อมวลชน แฟนเดนตาย และแม้แต่ผู้จัดการภาคสนามทีมเดียวกันเอง (ฟิลิป ซีย์มัวร์ ฮอฟฟ์แมน) ทว่า บีนที่ได้รับความช่วยเหลือจากนักเศรษฐศาสตร์หนุ่มศิษย์เก่าจากเยลผู้ชำนาญเรื่องตัวเลข (โจนาห์ ฮิลล์) ได้เปลี่ยนความคิดวิธีการเลือกตัวผู้เล่นและนำมาซึ่งหนทางใหม่ในการแข่งขันไปตลอดกาล

Moneyball

นำแสดงโดย : Brad Pitt; Jonah Hill; Philip Seymour Hoffman; Robin Wright
Biography; Drama; Sports

ดูหนังออนไลน์

เรื่อง The Theory of Everything

The Theory of Everything

The Theory of Everything ภาพยนตร์ชีวประวัติของ “สตีเฟ่นฮอว์กิ้ง” นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งป่วยเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม(หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง)ตั้งแต่อายุ21ปีและแพทย์วินิจฉัยว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีก2ปีแต่ด้วยความรักกำลังใจและความมุ่งมั่นของ“เจน”แฟนสาวผู้ไม่เคยหวั่นไหวทั้งสองจึงแต่งงานกันโดยที่สตีเฟ่นไม่ย่อท้อในการต่อสู้กับโรคร้ายทั้งคู่สร้างครอบครัวและเริ่มต้นสร้างผลงานใหม่ทางด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์พวกเขาสร้างความสำเร็จได้มากกว่าที่พวกเขาเคยนึกฝันไว้ นั่นก็คือการอยู่มาจนถึงศตวรรษที่21ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากบันทึกความทรงจำเรื่องTravelling to Infinity: My Life with Stephen ที่เขียนโดย เจน ฮอว์กิ้ง

The Theory of Everything

ประเภทหนัง : ดราม่า, อัตชีวประวัติ

ประเด็นการเรียนรู้ :  ความรัก, กำลังใจ, มุมมองต่อชีวิต, การดูแลเอาใจใส่, ชีวประวัติสตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง, การเผชิญปัญหา

         การก้าวผ่านความเจ็บปวด  ดูหนังออนไลน์

ภาพยนตร์ “อ้าย..คนหล่อลวง”

อ้าย..คนหล่อลวง

อ้าย..คนหล่อลวง ภาพยนตร์ โรแมนติกคอมเมดี้ “อ้าย..คนหล่อลวง” ฝีมือการกำกับของผู้กำกับ ไอฟาย..แต๊งกิ้ว.. เลิฟยู้ “เมษ ธราธร” ค่าย จีดีเอช นำแสดงโดยพระเอกสุดฮอต “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และนางเอกมากฝีมือ “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ร่วมด้วย “แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์”, “แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช”, “เผือก-พงศธร จงวิลาส”

อ้าย..คนหล่อลวง

“อ้าย..คนหล่อลวง” เรื่องราวของ “ทาวเวอร์” (ณเดชน์ คูกิมิยะ) นักต้มตุ๋นคอลเซ็นเตอร์สุดแพรวพราว ที่ดันพลาดท่าถูก “อินา” (ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) อดีตสาวแบงค์สุดเพี้ยนที่จับไต๋ได้ อินาจึงยื่นข้อเสนอเพื่อแลกกับการไม่แจ้งตำรวจจับ นั่นคือการให้ทาวเวอร์คิดแผนต้มตุ๋น “เพชร” (แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์) แฟนเด็กที่หลอกให้อินาเปย์ค่าเทอมหลายแสนแล้วชิ่งหนี จนอินาเป็นหนี้ท่วมหัว

ภารกิจถูกยกระดับ เมื่อทาวเวอร์ตัดสินใจเปลี่ยนแผนจากต้มเงินแสน เป็นตุ๋นเงินล้าน งานนี้จึงต้องหาผู้ร่วมทีมอย่าง “ครูนงนุช” (แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช) ครูสมัยประถมของอินาที่ต้องปลอมตัวเป็นนักธุรกิจสาว และ “พี่โจร” (เผือก-พงศธร จงวิลาส) พี่ชายของทาวเวอร์มิจฉาชีพรุ่นเก๋าที่เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น

ย่างทาวเวอร์ เหมือนชีวิตวนมาเจอแฟลชแบ็ก หรือจะเป็นโชคร้ายของอินา ที่ต้องมาเจอผู้ชาย “หล่อลวง”
ภารกิจหลอกเงินต้องเดินหน้า แต่อินาจะห้ามใจไม่ให้รักนักต้มตุ๋นไหวหรือเปล่า! ดูหนังออนไลน์

ภาพยนตร์ดราม่าครอบครัว Penguin Bloom

Penguin Bloom

Penguin Bloom เพนกวิน บลูม ละครครอบครัวนี้กำกับโดย Glendyn Ivin และดัดแปลงและดัดแปลงโดย Naomi Watts, Andrew Lincoln และ Jackie Weaver ชีวประวัติตนเองเรื่อง Penguin Bloom: Saving a Strange Bird of Family Penguin Bradley Trevorff ผู้กำกับสคริปต์ของ Shaun Grant และ Harry Cripps จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์แบบ จำกัด ในวันที่ 21 มกราคม จนถึงวันที่ 27 Net Flix ได้ถูกซื้อไปทั่วโลกโดยสตูดิโอภาพยนตร์ของออสเตรเลีย Roadshow Films เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของจุดพลิกผันในชีวิตของครอบครัวแม่คนหนึ่งประสบอุบัติเหตุเป็นอัมพาต จนกระทั่งฉันพบว่าชีวิตแห่งความสุขกลับมาสร้างความหวังให้กับ

ครอบครัวของฉันอีกครั้ง ถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะดูเหมือนหนังดราม่าชีวิตธรรมดา แต่ก็เป็นการดัดแปลงจากชีวิตจริงของครอบครัวบรูมที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อพวกเขาเดินทางมาประเทศไทย จนกว่านกจะรับเลี้ยงนกจะนำความสุขมาสู่ทุกคนดังนั้นพวกเขาจึงมีช่องของตัวเองบน YouTube แสดงความน่ารักของคุณและกดไลค์นาโอมิ วัตส์ นักแสดงหญิงเจ้าฝีมือที่ฝากผลงานภาพยนตร์ดัง ๆ มาแล้วมากมาย มารับบท แซม หญิงวัยกลางคนที่ชีวิตเต็มไปด้วยความทุกข์ระทมจากอุบัติเหตุ จนไม่กล้าเข้าสังคม หรือออกสู่โลกภายนอก และจมอยู่กับฝันร้ายและความหวาดกลัวราวกับอยู่ในมหาสมุทรไร้ทางขึ้นสู่ผิวน้ำ

แอนดรูว์ ลินคอล์น นักแสดงชายที่เรารู้จักกันดีในบทของ ริค ตัวเอกของซีรีส์ The Walking Dead ที่มาถ่ายทอดเรื่องราวของครอบครัวบลูม ผ่านตัวละคร คาเมรอน บลูม ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่พยายามจะรวมใจทุกคนไว้ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้าหาครอบครัว และ แจ็คกี้ วีเวอร์ นักแสดงสมทบที่เราคุ้นหน้าตามาจาก The Grudge (2020) ในบทที่ปรึกษาดวงซวยที่ถูกคำสาปของวิญญาณร้ายและ Silver Linings Playbook (2012) พร้อมด้วยคะแนนวิจารณ์ที่อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ อาจจะไม่ได้เป็นที่ชื่นชมมากแต่ก็ชวนให้ติดตามว่าภาพยนตร์จะถูกถ่ายทอดออกมายังไง ยิ่งได้นาโอมิ วัตส์มาแสดงนำแบบนี้ ไม่ธรรมดาแน่นอน

“ครอบครัวคนเลี้ยงผึ้งชาวออสเตรเลีย บลูม ต้องเผชิญหน้ากับจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์ ระหว่างการท่องเที่ยวในประเทศไทย เมื่อ แซม ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจนเป็นอัพพาตครึ่งตัว และต้องอยู่แต่ในบ้าน แซมหมดความหวังที่จะใช้ชีวิตท่ามกลางความน่าสลดของตัวเอง เช่นเดียวกับ ครอบครัวที่นำโดย แคเมอรอน ก็พยายามหาทางที่จะทำให้ชีวิตทุกคนเหมือนเช่นในปกติ ทุกคนแบกรับ

ความรู้สึกผิดมาตลอด จนกระทั่ง “เพนกวิน” เจ้านกกางเขนตัวหนึ่งที่บาดเจ็บอยู่ใกล้ ๆ บ้าน และ โนอาห์ ลูกชายของบ้านเป็นคนบังเอิญและเก็บมาเลี้ยง ทุกคนไม่รู้เลยว่าเจ้านกตัวนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและมอบบทเรียนครั้งสำคัญ ในการสร้างความหวังที่จะมีชีวิตข้างหน้า ด้วยพลังบวกและความรักของกันและกัน”

ล้มแล้ว ก็ลุกขึ้นใหม่ 

Penguin Bloom

ภาพยนตร์เดินเรื่องผ่านมุมมองของตัวละครลูกของแซม อย่างโนอาห์ที่เล่าเรื่องให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ก่อนหนังจะค่อย ๆ ใส่ผลที่ตามมาหลังอุบัติเหตุของแซมที่ประเทศไทย จากความประมาทของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีปัญหาแต่ไม่ได้รับการให้ความสนใจ จนกระทั่งมีผู้ประสบเหตุอย่างแซม เธอต้องรู้สึกสิ้นหวัง ไร้อิสระภาพและไม่มีแม้แต่ความสุข นอกจากต้องพยายามใช้ชีวิตไปวัน ๆ กับครอบครัวที่มอบความรักให้กับเธอ แต่เธอก็ไม่สามารถเดินได้อยู่ดี เธอผลักไสทุกคนออกไปและคิดว่าสักวันตัวเองอาจจะไม่มีชีวิตอยู่

กระทั่งมีเจ้านกกางเขนที่บาดเจ็บและบินไม่ได้มาคอยส่งเสียงร้องอย่างน่ารำคาญ จนสามารถเรียกความสนใจ และความห่วงใยจากเธอ ผู้ไม่ยอมเปิดรับใคร เมื่อเป็นเช่นนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างคนที่สิ้นหวัง กับ นกที่บินไม่ได้ ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่ารักน่าชัง ราวกับเจ้าเพนกวินเป็นตัวละครหลักสำคัญของเรื่องที่พูดไม่ได้ แต่มักจะสื่อสารอะไรบางอย่างให้คนได้รับรู้ ในขณะเดียวกันปมตัวละครอื่น ๆ ก็ช่วยเพิ่มมิติให้เรื่องราวมากขึ้น โดยเฉพาะปมสำคัญของเรื่องที่ค่อย ๆ ใส่เข้ามา สลับกับฉากที่แสดงถึงความรักและความอบอุ่น ซึ่งหนังก็ทำออกมาได้รื่นไหล แม้บทจะไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเกินความคาดเดามากนัก อาจเพราะเป็นหนังที่สร้างจากชีวิตจริง

นกกับคนไม่ต่างกัน

หนังใช้ภาพของทะเลแทนความเศร้าที่ตัวละครจมดิ่งลงไป ตัวละครอย่างแซมที่ต้องพยายามแหวกว่ายอยู่ในความมืดมิด ไร้แสงสว่างหรือแม้แต่อากาศจะหายใจทุกคืนก็ฝันร้าย และได้แต่รำพึงว่าตัวเองจะไม่มีวันกลับมาเดินได้ กระทั่งลูกชายอย่างโนอาห์ที่เอานกมาเลี้ยง แม้มันจะสร้างความน่ารำคาญเพราะด้วยความที่เป็นนก เธออยากจะไล่มันไป แต่แล้วด้วยความที่ทั้งคู่ต่างมีสิ่งที่ขาดหายไปเหมือนกัน เธอเดินไม่ได้ ส่วนเพนกวินบินไม่

ได้ แต่มันก็พยายามที่จะช่วยเหลือทุกคน และมอบความสุขในแบบของมัน แม้ว่าเธอจะต้องเจ็บปวด แต่สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไป เธอจึงรู้ว่าการเปิดใจให้กับสิ่งเล็ก ๆ อาจเป็นหนทางหนึ่งของการมีความสุข โดยไม่หลงลืมตัวตนของตัวเองไป และกล้าที่จะออกมาเผชิญโลกกว้างที่มีสิ่งสวยงามรอให้เธอค้นพบอยู่

ความสัมพันธ์ของครอบครัวอันซาบซึ้ง

 

หนังสะท้อนภาพของการพยายามข้ามผ่านปัญหาของครอบครัว ไม่ใช่แค่ แซมที่ต้องค้นหาแรงบันดาลใจในชีวิต ตัวละครลูก ๆ ก็มีปมปัญหาในใจที่ทำให้ไม่คุยกับแซม แคเมอรอนที่ไม่เข้าใจว่าแซมต้องการอะไร มันมักจะจบด้วยการขึ้นเสียงใส่กันก่อนเพราะความไม่เข้าใจ แล้วจบลงด้วยการพูดคุยอย่างมีเหตุผล หากครอบครัวไหนที่เลือกจะเปิดใจให้กัน ก็ย่อมที่จะหาทางเดินหน้าไปพร้อม ๆ กัน แม้แต่นกตัวหนึ่งที่อาจจะไม่ได้พิเศษสำหรับ

ใคร ๆ มันอาจมีความหมายมากพอที่จะสร้างความรู้สึกที่เลือนหายไปอีกครั้ง และเป็นคนเดิมที่ใหม่ไม่ยึดติดกับอดีตหรือความผิดของตัวเองหรือคนอื่น ขอเพียงแค่เราเชื่อมั่นและสามารถมองเห็นปัญหาจากความไม่เข้าใจ เราก็จะพบกับคำตอบที่ตามหามาตลอดก็ได้

องค์ประกอบระดับออสการ์

งานภาพเรียกได้ว่า มันสวยงาม มีความประณีต และให้อารมณ์ที่แตกต่างตามสถานการณ์ มีมุมกล้องหลายแบบ ไม่ว่าจะมีความสุขหรือทุกข์ สอดคล้องกับดนตรีที่ใส่เข้ามาก็ชวนให้คล้อยตาม แถมติดหูด้วย ชอบเพลงประกอบของมันมาก ๆ ทำให้น้ำตาซึมได้พอ ๆ กับหนังเลย นาโอมิ วัตส์ สามารถแสดงให้เห็นถึงน้ำตาและความเจ็บปวดที่ส่งออกมาในบทของหญิงอัมพาตที่ไร้ทางช่วยเหลือตัวเอง ซีนแต่ละซีนที่ออกมา เป็นธรรมชาติ และคลาดสายตาแทบไม่ได้ กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เพราะเธอเลย  เช่นเดียวกับ แอนดรูว์ ลินคอล์น ที่แม้จะไม่ได้โชว์อะไรมาก แต่ก็ทำให้เห็นว่าเขาก็เป็นนักแสดงที่มีฝีมืออีกคน

นักแสดงอื่น ๆ ก็เหมือนกัน เล่นได้เป็นคนที่ดูไม่มีอะไรแต่สามารถทำให้เรารู้สึกอึ้งได้ โดยเฉพาะซีนปะทะอารมณ์ช่วงท้าย และที่ขาดไม่ได้เลย คือเจ้านกกางเขน เพนกวินที่แสดงออกมาได้ราวกับรู้ฉากรู้มุมกล้อง และแทบจะนำพาตัวละครทุกตัวไปสู่เรื่องราวแสนอบอุ่น เรียกได้ว่าเป็นดาราเจ้าบทบาทเลยก็ว่าได้ ทั้งซีนสุข เศร้า เหงา แอ็คชั่น (ใช่ มีแอ็คชั่นด้วยครับ) แต่บทก็ติดกรอบเดิมคือมันไม่ได้มีอะไรใหม่ อาจจะให้ความอบอุ่นได้ แต่ออสการ์อาจจะเมินเฉยในด้านบท แต่การแสดงของนาโอมิ มันก็มากพอที่จะทำให้เธอได้เข้าชิงแล้วล่ะครับ

ควรชมหรือข้าม?

ถ้าคุณชอบหนังดราม่าและนาโอมิ วัตส์ คุณจะไม่ผิดหวัง หรืออยากดูพี่ริค หรือ พี่แอนดรูว์ในบทบาทโชว์ฝีมือ คุณก็ต้องชอบ แถมด้วยความอบอุ่นของทั้งเจ้านก และความสัมพันธ์ของครอบครัวอีกด้วย แต่ถ้าคิดว่าหนังจะมีอะไรที่แปลกใหม่กว่าหนังดราม่าเรื่องอื่น ๆ ที่เคยมี ก็คงต้องผิดหวัง เพราะมันเรียบง่าย และไม่มีอะไรที่ตราตรึงใจอะไร นอกจากเรื่องราวของเจ้านกเพนกวินที่เปลี่ยนชีวิตของครอบครัว ไม่ได้มีเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนหรืออะไร

มากมาย แต่ในช่วงเวลาที่สิ้นหวัง ถ้าอยากหาอะไรดี ๆ ดู ผมแนะนำครับ ความยาวหนังไม่มาก ชั่วโมงครึ่ง นี่คือหนังดราม่าที่ดูได้ทั้งครอบครัว ถ้าหากเบื่อหนังแนวอื่น ๆ ลองเปิดใจดูหนังดราม่าดู อาจจะได้เห็นแง่มุมในชีวิตที่เราอาจจะมองข้ามไปก็ได้ เพราะงั้นอย่าพลาด หรือข้ามเลยนะครับ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนัง2021 :  อีเรียมซิ่ง คอมเมดี้ ที่ยังฮาไม่สาแก่ใจคนดู

รีวิวหนัง2021 :  อีเรียมซิ่ง คอมเมดี้ ที่ยังฮาไม่สาแก่ใจคนดู

รีวิวหนัง อีเรียมซิ่ง - รีวิวหนัง ชื่อดังจากทั่วโลกที่ชื่นชอบ ที่น่าสนใจและมียอดผมชมมากที่สุด baanmoviereviews

ความจริงชื่อของอีเรียมซิ่งผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่ในโปรแกรมมาตั้งแต่ต้นปี 2020 แล้วและนี่น่าจะเป็นหนังไทยตกค้างมาจากช่วงการระบาดของโควิด19เมื่อตอนต้นปีที่อยู่ในการรับรู้ของคนไทยมากที่สุดแล้ว และหลังจากที่เลื่อนไปมาจนลงตัวในที่สุดเราก็จะได้เห็นเบลล่า ราณี แคมเปน ในมาดอีเรียมวีรสตรีแห่งบางน้ำกร่อยกันแล้ว

เมื่อโจรปากแดงสุดโฉดออกล่าพรหมจรรย์สาว ๆ เพื่อความเป็นอมตะ และจุดหมายของมันคือ อีเรียม (ราณี แคมเปน) สาวแสบแห่งบางน้ำกร่อยที่ต้องรวบรวมความกล้าและของดีของหลวงพ่อไปช่วยแม่และแรม (ณปภา ตันตระกูล) พี่สาวกุลสตรีแสนเรียบร้อยของนาง แต่งานนี้อีเรียมไม่ได้สู้เพียงลำพังเพราะยังมีพรรคพวกสุดแสบทั้งฟักทอง (เดียร์ริส สุภัทรภณ กสิกรรม) เพื่อนกะเทยร่วมเรือน, ศรฆ้อนมหากาฬ (น้าค่อม ชวนชื่น), โตโล่บิน (โรเบิร์ต สายควัน) และ หมอ (บอล เชิญยิ้ม) หมอยาสมุนไพรวิเศษ งานนี้อเวนเจอร์แห่งบ้านบางน้ำกร่อยจะช่วยครอบครัวจากโจรร้ายได้หรือไม่

สิ่งที่ทำให้คนดูสนใจในตัวหนังอย่าง อีเรียมซิ่ง คงหนีไม่พ้นบรรดามุกกาว ๆ สไตล์หนังผจญภัยตลกและการได้เห็นเบลล่า ราณีมาทำหน้าเป็นและเล่นมุกสไตล์ตลกคาเฟ่พร้อมเสริมทัพด้วยบรรดานักแสดงตลกขาประจำทั้งน้าค่อม คุณโรเบิร์ต สายควันและคุณบอล เชิญยิ้มที่เห็นหน้าก็การันตีได้เลยว่าหนังต้องสนุกสนานและสร้างเสียงหัวเราะได้แน่นอน แต่ผิดคาดเราไม่แน่ใจว่าด้วยความที่หนังออกฉายช้าหรือตัวหน้งจริงมีปัญหาการถ่ายทำอะไรหรือเปล่าถึงทำให้มันออกมาเป็นต้มยำที่ไม่จี๊ดจ๊าดและดูจืดชืดเกินไปหน่อย

ปัญหาแรกต้องยอมรับเลยว่าตัวบทหนังดูจะยังไม่สามารถทำให้เรารักอีเรียมได้มากพอจะเอาใจช่วยนางเท่าไหร่นัก คือจากตัวอย่างเราเห็นเรียมเปิ่นฮาและก๋ากั่นยังไงตัวหนังจริงก็ไม่ได้ให้อะไรเรามากกกว่านั้นสักเท่าไหร่ และยิ่งการให้เบลลาเล่นมุกตลกแบบรวมฮิตทั้งมุก “ท่านเกียรติผู้มีแขก” มุกปักตะไคร้ หรือบรรดามุกสังขารต่าง ๆ ก็ทำให้เบลลาดูเป็นหุ่นยนต์ก๊อปปี้มุกตลกมากกว่าจะสร้างเสน่ห์ให้เธอเหมือนอย่างบทแม่การะเกดในบุพเพสันนิวาส แม้ว่าต้องยอมรับว่าเธอก็เล่นตลกแบบไม่ห่วงสวยจนสร้างความครื้นเครงให้หนังได้อยู่บ้างก็ตาม

ส่วนปัญหาต่อมาแม้ว่าหนังจะมีคอนเซ็ปต์การเป็นหนังผจญภัยสไตล์นิยายเพชรพระอุมาที่มีทั้งจระเข้ยักษ์ งูเห่าเพลิง มีคาถาอาคมแต่ด้วยคุณภาพงานสร้าง CG ต่าง ๆ ที่ทำได้ไม่ถึงพอมันอยู่ในหนังก็ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นอะไรนักและด้วยจังหวะหนังที่เหมือนถูกบังคับท่าไม้ตายให้เป็นหนังตลกหรือเปล่าก็ไม่ทราบมันเลยถูกนำเสนอแบบขอไปที แถมยังต้องเจียดเวลาของหนังมาให้น้าค่อม โรเบิร์ตสายควันและบอล เชิญยิ้ม ได้เล่นมุกสังขารปากบวมตัวบวมอะไรอีก จนฉากผจญภัยที่ควรสร้างความตื่นเต้นหมดพลังไปอย่างน่าเสียดาย

แต่กระนั้นตัวหนังก็ยังมีจุดที่ทำให้เราได้สนุกไปกับมันอยู่บ้างโดยเฉพาะการมีอยู่ของแพท ณปภา ตันตระกูล ที่สามารถฉายเสน่ห์ในมุกโดนวางยาว่านราคะที่ทั้งเซ็กซี่และฮาสุด ๆ รวมไปถึงมุกบีตบ็อกซ์ที่ต้องยอมรับเลยว่าขโมยซีนเบลลาเห็น ๆ แถมการปรากฎโฉมของแพทในชุดเกาะอกแบบไทย ๆ ยังน่าจะได้ใจหนุ่ม ๆ ได้ไม่ยากเลยทีเดียว คอมเมดี้

รีวิวซีรีย์ Shadow And Bone ตำนานกรีชา  ซีรีส์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ที่สมราคาจริงๆ 

รีวิวซีรีย์ Shadow And Bone ตำนานกรีชา ของ Netflix  ซีรีส์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ที่สมราคาจริงๆ 

รีวิวซีรีส์] Shadow and Bone ตำนานกรีชา -  ซีรีส์แฟนตาซีที่มีนักแสดงทำเอาใจบางมากที่สุด | #beartai

Shadow and Bone ตำนานกรีชา ซีรีส์ Netflix แนวแฟนตาซีฟอร์มยักษ์ที่สร้างจากนิขายขายดีทั่วโลก เรื่องราวของหญิงสาวที่มีพลังแสงสว่างอยู่ในโลกที่มีดินแดนเงามืดแบ่งแยกประเทศออกเป็นสองฝั่ง ซึ่งพลังที่เธอมีสามารถลบล้างดินแดนแห่งนี้ลงได้ แต่ก็กลายเป็นภัยร้ายกับเธอด้วยเช่นกัน เมื่อทั้งโลกหันตามล่าเธอ

ซีรีส์แฟนตาซีเรื่องนี้เนรมิตรโลกขึ้นมาใหม่หมด แต่เลือกโฟกัสมาที่ประเทศราฟกา ซึ่งมีเขตแดนเงามืดที่เรียกว่า “แดนพยับเงา” (The Shadow Fold) ขวางกลางประเทศแบ่งเป็นตะวันออกกับตะวันตก ต่างฝ่ายต่างไม่ถูกกัน แต่ก็พยายามลักลอบข้ามดินแดนมาหากันอยู่บ้าง เพียงแต่ต้องเสี่ยงอันตรายถึงตายเพราะในแดนพยับเงาเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดดุร้ายรูปร่างหน้าตาเหมือนค้างคาวยักษ์ที่ถูกเรียกว่า “โวลครา” ซึ่งก็คือจุดกำเนิดของเรื่องนี้ในตอนแรก เมื่อนางเอก “อาลีนา สตาร์คอฟ” หญิงสาวสังกัดหน่วยวาดแผนที่ทางทหารกองพลที่ 1 ของราฟกาฝั่งตะวันออก หาทางตาม “มัล” เพื่อนชายที่สนิทตั้งแต่วัยเด็กในบ้านเด็กกำพร้าเข้าสู่แดนพยับเงา และเรือถูกโจมตีจากโวลคราจนแทบเอาชีวิตไม่รอด แต่แล้วอาลีนาก็แสดงพลังปาฏิหาริย์ออกมาโดยไม่รู้ตัวเป็นแสงสว่างออกจากตัวที่สลายความมืดมิดในดินแดนแห่งนี้ได้ และก็ทำให้โวลคราตายไปด้วย เธอจึงกลายเป็นเหมือนตำนานมีชีวิตที่เล่าขานกันมานานถึงผู้มีพลังสุริยะ ที่จะมาทำลายแดนพยับเงาให้หมดสิ้นไป และถูกดึงเข้าสู่หน่วยกองพลที่ 2 ของประเทศราฟกา ที่มีแต่ผู้มีพลังพิเศษที่เรียกว่า “กรีชา” (Grisha) เท่านั้น โดยกองพลนี้มีผู้นำคือ “นายพลคิริแกน” ผู้มีพลังควบคุมความมืดได้ และเชื่อกันว่าเขาคือลูกหลานของตระกูลที่สืบเชื้อสายมาจากเจ้าแห่งความมืดที่สร้างแดนพยับเงานี้ขึ้นมาในอดีต จากอุบัติเหตุความผิดพลาด และพยายามหาทางแก้ปัญหาที่ต้นตระกูลสร้างไว้ โดยหวังนำพลังของนางเอกมาเพื่อใช้ในการนี้

ในอีกด้านเป็นเรื่องราวของราฟกาฝั่งตะวันตก ตัวเอกเป็นกลุ่มอาชญากร 3 คน ซึ่งจุดนี้ไม่ได้มีในนิยายดั้งเดิม Shadow and Bone แต่ดัดแปลงจากนิยาย Six of Crows ในชุดเดียวกัน นำมาใส่รวมเป็นเนื้อหาใหม่ในซีรีส์ ซึ่งทั้งสามคนนี้ประกอบไปด้วย “คาซ” เจ้าของคลับคาสิโนขาเป๋ที่เป็นมันสมองของทีม “เจสซี่” มือปืนคุมคลับที่แม่นสุดๆ แต่นิสัยรักสนุกติดการพนันอย่างหนัก “อิเนจ” สาวมือปามีดที่ตกเป็นทาสในซ่อง ก่อนที่คาซจะซื้อตัวมาใช้งานร่วมเป็นทีมเดียวกัน ซึ่งทั้ง 3 คนนี้รับภารกิจข้ามแดนไปลักพาตัวอาลีนากลับมาเพื่อเงินรางวัล 1 ล้าน ซึ่งต้องลอบเข้าพระราชวังที่เป็นที่รวมทหารกรีชาของฝ่ายตะวันตกไว้ให้ได้

ส่วนจุดหมายสุดท้ายของเรื่องคือ การทำลายแดนพยับเงาของนางเอก ซึ่งการจะทำได้ต้องตามหาตัวช่วยชยายพลังกรีชา ในที่นี้คือกวางในตำนานที่นางเอกมักฝันถึงอยู่เสมอ แต่การทำลายแดนพยับเงานี้ก็มีอุปสรรคหลายอย่าง เพราะมีทั้งฝ่ายที่ต้องการให้มันคงอยู่ต่อไป และยังมีคนที่หวังคิดใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้อีกด้วย

เรื่องราวของกรีชา

ในโลกแห่งนี้ใส่ตำนานกรีชาของนางเอกไว้เป็นเหมือนพระเจ้ามาจุติ แต่โดยทั่วไปกรีชาคือมนุษย์ที่มีพลังพิเศษปะปนอยู่ทั่วไป มีทั้งรู้ตัวเองหรือไม่รู้ตัว ซึ่งในประเทศราฟกาจะมีการลงมาสำรวจหาผู้มีพลังกรีชา และดึงไปเป็นกองพลที่สองของประเทศ โดยพลังกรีชาแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ควบคุมธาตุต่างๆ ในธรรมชาติ / ควบคุมร่างกายมนุษย์ได้ / ควบคุมวัตถุเล่นแร่แปรธาตุสร้างเครื่องมือได้ อย่างเช่นเสื้อที่กรีชาใส่เป็นเสื้อกันกระสุนไปในตัว

ประเทศหรือดินแดนในเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากประเทศจริงๆ อย่างประเทศราฟกาในเรื่องนี้จำลองมาจักรวรรดิรัสเซีย ทศวรรษ 1800 ซึ่งจะเห็นเลยว่าเครื่องแต่งกายต่างๆ รวมถึงชุดทหารมีเค้าโครงมาจากรัสเซียทั้งนั้น หรือ “แดนพยับเงา” ในเรื่องก็แอบคล้ายกำแพงเบอร์ลิน มีการแบ่งประเทศออกเป็นสองส่วนตะวันตกกับตะวันออก ประเทศชูฮันที่เป็นเชื้อชาติของนางเอกก็คือจีน นางเอกในเรื่องเป็นลูกครึ่งชูฮันกับราฟกา ส่วนนักแสดง Jessie Mei Li เป็นลูกครึ่งฮ่องกง อังกฤษ นอกจากนี้ยังมีดินแดนอื่นๆ ในเรื่องที่เทียบเคียงกับประเทศต่างๆ ในโลกแต่ยังไม่ปรากฎให้เห็นในซีซั่นแรกด้วย

รีวิว Shadow and Bone ตำนานกรีชา

ซีรีส์เรื่องนี้สร้างมาจากนิยายขายดีของนิวยอร์คไทม์ที่จัดอยู่ในกลุ่มนิยายแฟนตาซีวัยรุ่นยุคใหม่ ซึ่งตัวละครหลักในเรื่องอยู่ในช่วงวัยรุ่นแทบทั้งนั้น และก็เน้นประเด็นเชื้อชาติ ชนชั้น ฐานะ ความรักวัยรุ่น ตรงกับพื้นฐานแนวนิยมของคนดูเน็ตฟลิกซ์ส่วนใหญ่มาตั้งแต่แรก การที่เน็ตฟลิกซ์ได้สิทธิ์สร้างเรื่องนี้ก็เหมือนการันตีว่าจะเป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่มีฐานแฟนจำนวนมากทั่วโลกอยู่แล้ว และหลังได้รับชมก็ยืนยันได้เลยว่านี่จะเป็นซีรีส์ที่ติดขึ้นหิ้งอันดับต้นๆ ของเน็ตฟลิกซ์แน่นอน อีกทั้งยังมีวัตถุดิบมากมายจากนิยายชุดนี้ที่มีถึง 7 เล่ม (ในตอนนี้) กลายเป็นซีรีส์ที่การันตีว่าได้ดูกันยาวๆ อีกหลายซีซั่นกันตั้งแต่แรก

จุดเด่นของเรื่องคือการครีเอทโลกที่มีมนุษย์พลังพิเศษที่เรียกว่า กรีชา ออกมาแตกต่างจากแนวแฟนตาซีทั่วไปมาก ด้วยการสร้างสมดุลย์ของคนมีพลังพิเศษกับกลุ่มคนปกติที่มีอาวุธและการฝึกฝนมาดีก็สามารถต่อสู้เอาชนะได้เช่นกัน ซึ่งตัวเรื่องอธิบายตรงนี้ว่าการมาของปืนกับกองทัพทหารจำนวนมาก ทำให้กลุ่มคนที่มีพลังพิเศษก็ไม่อาจจะข้ามเส้นสมดุลย์ในโลกนี้ได้ และก็ต้องอยู่แบบพยายามไม่ให้มนุษย์ปกติเพ่งเล็งมาก ถึงแม้จะเป็นอย่างนี้ก็ยังมีกลุ่มล่ากรีชาเกิดขึ้นมาเป็นอริกับกรีชาโดยตรง โดยพวกเขามองว่ากรีชาเป็นพวกนอกรีต เหมือนแม่มดต้องจับมาลงโทษประหาร แบบเดียวกับในประวัติศาสตร์จริง ทำให้ตัวละครกรีชาในเรื่องแม้จะมีพลังพิเศษ แต่ก็ไม่ได้เหนือกว่าความสามารถของมนุษย์จัดการได้ กลายเป็นกรีชาเองที่รู้สึกว่าอ่อนแอ ต้องหาทางปกป้องพวกเดียวกันให้ได้ มีอคติกับมนุษย์ปกติ และก็กลายเป็นฝ่ายตัวร้ายในเรื่องซะเป็นส่วนใหญ่

นางเอกในเรื่องคือลูกครึ่งชูฮันที่เทียบเคียงก็คือจีน ที่ถูกคนในสังคมรังเกียจมาตลอด (แอบเหมือนปมเหยียดเอเชียในอเมริกา แต่จริงๆ คือมีตั้งแต่ในนิยายแล้ว) และเธอเองก็พยายามทำตัวโลวโปรไฟล์มาตลอดเพื่อให้ได้อยู่กับมัลเพื่อนรัก แต่แค่เปิดเรื่องเธอก็กลายมาเป็นคนสำคัญของโลกทันที ตัวเรื่องจึงเดินหน้าในแนวการเปลี่ยนแปลงของนางเอกไปสู่การเข้าสังคมใหม่ จนเริ่มหลุดตัวตนเพราะโดยสปอยล์เอาใจเยอะ เรียกว่าใจแตกก็ว่าได้ ซึ่งคนดูคงรู้สึกไม่ค่อยชอบนิสัยนางเอกในช่วงนี้ไปสักพักใหญ่ถึงกลางเรื่อง ก่อนที่เธอจะกลับมาเป็นแนวเดิมในตอนแรกอีกครั้ง นอกจากนี้ช่วงแรกก็เป็นช่วงฝึกพลังนิดๆ หน่อยๆ ของเธอ เพื่อให้เรื่องช่วงหลังเธอเริ่มใช้พลังแสงนี้ได้สมเหตุผลมากขึ้น ดูหนังออนไลน์

รีวิวซีรีย์เกาหลี Kingdom : Ashin Of The North 2021 ที่ลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่อง

รีวิวซีรีย์เกาหลี Kingdom : Ashin Of The North 2021 ที่ลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่อง

Bukan "Kingdom Season 3", Penulis Naskah Kim Eun Hee Berbagi Detail Tentang  "Kingdom: Ashin Of The North" - iniKpop

ซีรีส์ Kingdom (킹덤) เป็นซีรีส์เกาหลีของ Originals Netflix ซีซั่นแรกได้เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2019 และจบลงด้วยความตื่นเต้นที่ยิ่งใหญ่จนคุณจะต้องตกตะลึงกับฉากจบของมัน แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าซีรีส์สร้างมาจากการ์ตูนคอมมิคเรื่อง The Kingdom of the Gods ที่เขียนโดยคิมอึนฮีและวาดภาพโดยยางคยองอิล โดย “Kingdom” หรือชื่อภาษไทย “ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด” เป็นเรื่องราวที่ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์สมัยโชซอนของเกาหลีที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อซอมบี้และมีผู้คนจำนวนหนึ่งที่พยายามหยุดยั้งไม่ให้เกิดโรคระบาดซอมบี้แพร่ไปทั่วโชซอน ซึ่งด้วยคุณภาพของตัวซีรีส์และความนิยมจึงทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีซีซั่นที่ 2 ซึ่งลงจอเมื่อเดือนมีนาคม 2020 และคาดว่าจะมีซีซั่นที่ 3 ในปี 2021 นี้ แต่อาจจะเป็นภาคแยก Kingdom: Ashin of the North ที่มีตัวหลักเป็นนักแสดงสาวชอนจีฮยอนซึ่งเคยปรากฏตัวมาแล้วในซีซั่น 2 ค่ะ

ซีรีส์ Kingdom เป็นซีรีส์แนวการเมืองอิงประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ เป็นซีรีส์ที่มีแค่ 6 ตอนแต่สามารถมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ชมต้องการได้ หลายคนบอกว่าเมื่อดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนกับ Game of Thrones ในเวอร์ชั่นของ Netflix ด้วยภาพที่สวยงาม การออกแบบเครื่องแต่งกาย การสร้างโลกที่แปลกประหลาด การวางอุบายทางการเมืองไปจนถึงฉากแอ็คชั่นและการเดินทางผจญภัยกับอันตรายที่น่ากลัว อย่างไรก็ตามซีรีส์เรื่องนี้ก็มีความแตกต่างจาก Game of Thrones เพราะ Kingdom มีความใกล้เคียงกับประวัติศาสตร์แบบสมจริงมากขึ้น และมีการใช้องค์ประกอบของสมัยโชซอนรวมถึงบอกเล่าถึงภัยพิบัติทางประวัติศาสตร์ที่กวาดล้างผู้คนนับหมื่นในเวลาเพียงสิบวัน การออกแบบเครื่องแต่งกายและชุดทั้งหมดมีพื้นฐานมาจากเสื้อผ้าในประวัติศาสตร์จริงในยุคนั้น ช่วยยกระดับการแสดงให้เหนือกว่าซีรีส์แฟนตาซีส่วนใหญ่ที่เราเคยเห็นในปัจจุบัน แต่ในเวลาเพียง 6 ตอน Kingdom พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า Kingdom เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Netflix

ทำไมต้องดู Kingdom : ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด ?

1. มีดาราชั้นนำมาร่วมแสดงอย่างคับคั่ง

ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่ซีรีส์อิงตามประวัติศาสตร์ปกติ ถ้าคุณชอบ Game of Thrones ที่ผสมผสานระหว่าง Train to Busan ซีรีส์เรื่องนี้เหมาะสำหรับคุณ มันมีส่วนผสมที่ลงตัวของคนที่หิวโหยอำนาจกับซอมบี้ผสมผสานกันเล็กน้อย เมื่อคุณได้ดูมันจะทำให้คุณประทับใจและสร้างความประหลาดใจให้คุณไม่น้อย นอกจากนี้ซีรีส์เรื่องนี้ยังมีเหล่านักแสดงที่น่าประดับใจมากมาย

  • จูจีฮุน (องค์ชายลีชาง) ในการกลับมาครั้งนี้จูจีฮุนได้กลับมารับบทเป็นเจ้าชายอีกครั้ง เป็นเจ้าชายที่ไม่ได้ฝักใฝ่ในอำนาจแต่เขามุ่งมั่นจะตามหาความจริงและไม่มีซอมบี้คนใดสามารถหยุดเขาได้ การต่อสู้ของเขาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คุณจะเห็นว่าความพ่ายแพ้ไม่เคยอยู่ในคลังคำศัพท์ของเขา สำหรับจูจีฮุนเขาเคยขโมยหัวใจสาวไทยไปในซีรีส์เรื่อง Princess Hours แต่ขอบอกเลยว่าในเรื่องนี้เราจะได้เห็นบทบาทเขาในเรื่องที่ไกลตัวออกไปจากตอนที่เราเห็นเขาครั้งแรกใน Princess Hours แอบบอกอีกนิดสำหรับใครที่ยังไม่ทราบเขาก็คือพระเอกที่แสดงในเรื่อง Itaewon Class ด้วยนะคะ
  • แบดูนา (ซอบี) แบดูนาเป็นนักแสดงหญิงชาวเกาหลีใต้ที่มีชื่อเสียงมาก เธอมีชื่อเสียงมากจากการปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่อง Cloud Atlas และ Jupiter Ascending ใน Kingdom เธอรับบทเป็นซอบี ผู้ช่วยแพทย์ที่ดูแลโรงพยาบาลชุมชนสำหรับผู้ยากไร้ในหมู่บ้านของเธอ เหตุการณ์พลิกผันอย่างมากเมื่อเกิดโรคระบาดที่แปลกประหลาดและลึกลับ เหตุการณ์นี้บังคับให้เธอต้องหนีเอาชีวิตรอด
  • รยูซึงรยอง (โจฮักจู) ในเรื่องนี้เขารับบทเป็นพ่อที่รักลูกมาก เขาพร้อมจะให้ทุกอย่างเพื่อลูกสาวของเขา ด้วยการแสดงที่โดดเด่นของเขาจะทำให้คุณอารมณ์เสียได้เลย เพราะเขาแสดงได้สมบทบาทเกิน หากคุณเคยหลงรักเขาในเรื่อง Miracle in Cell No. 7 คุณคงเกลียดเขาในเรื่อง Kingdom แน่ ๆ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นนักแสดงที่ไม่ดี แต่เป็นเพราะเขาทำได้ดีมากจนคุณเกลียดเลยแหละ

ข้างต้นเป็นเพียงนักแสดงที่มีบทบาทค่อนข้างเยอะ แต่ก็ยังมีบทบาทและนักแสดงที่มีคุณภาพอีกมากมายที่เราไม่ได้กล่าวถึง บทบาทหนึ่งที่เราขอชมเชยเลยคือบทบาทของราชินีที่แสดงโดยคิมฮเยจุน ขอบอกเลยว่าผู้เขียนไม่เคยเกลียดใครมากขนาดนี้จนกระทั่งได้พบบทบาทของเธอ การแสดงของเธอนั้นดูเรียบ ๆ แต่มันจะทำให้คุณรู้สึกหมั่นไส้เข้าสู่โสตประสาทเลย หากมีคนแบบเธอจริง ๆ บนโลกเธอจะเป็นคนที่คุณจะไม่ยุ่งด้วยอย่างแน่นอน

2. ภาพและการถ่ายทำที่น่าสนใจ

ในซีรีส์ Kingdom เกือบทุกเฟรมให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูภาพวาดโดยมีภาพขนาดใหญ่ สีสันสดใสสวยงามและมีการจัดเฟรมที่ยอดเยี่ยม ในการถ่ายทำที่มีเอกลักษณ์จะช่วยเพิ่มความน่ากลัวและความยิ่งใหญ่ของฉาก นอกจากนี้ยังนำเสนอความสวยงามของเสื้อผ้าและสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของเกาหลีโบราณ แต่ยังคงความน่ากลัวไว้อย่างมีประสิทธิภาพ

สาเหตุหนึ่งที่หลายคนชอบซีรีส์เรื่องนี้เพราะฉากที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะใครจะคิดว่าซอมบี้จะมีอยู่ในยุคโชซอน? ใครจะคิดว่าจะมีความเป็นไปได้ที่มนุษย์กินเนื้อจะมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น? เหตุผลนี้ทำให้เรื่องราวแตกต่างจากเรื่องราวซอมบี้ทั่วไปที่เราเคยเห็น การจัดระดับสีของซีรีส์ได้รับการตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยความหรูหราเมื่อมาถึงฉากที่น่าขนลุกตัวซีรีส์จะมีเฉดสีสดใสของฤดูใบไม้ร่วงที่สดใสเช่น สีแดง ส้มและเหลือง ส่วนในฉากทั่วไปจะมีเฉดสีบลูส์และสีน้ำตาลอมเทาเพื่อบอกถึงอารมณ์ของฉาก นอกจากนี้ยังกระตุ้นอารมณ์ของผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยซาวด์แทร็คที่เข้ากับแต่ละฉาก

3. มีเหล่าซอมบี้ที่ดูน่ากลัวชวนลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่อง

ขอบอกเลยว่าซีรีส์เรื่อง Kingdom คัดเลือกนักแสดงที่มาเป็นซอมบี้ได้ดีจริง ๆ เพราะว่าซอมบี้ในเรื่องนี้ไม่มี CG เลย ใช้คนแสดงล้วน ๆ ตัวละครแต่ละตัวสวมเสื้อผ้าทีเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเลือด นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งผิวหน้าและสวมใส่คอนแทคเลนส์สีขาวให้เหมือนกับซอมบี้จริง แม้ว่าซอมบี้พวกนี้จะถูกมองว่า “ติดเชื้อ” แต่เราก็สามารถเรียกง่าย ๆ ว่า “สัตว์ประหลาด” ก็ได้ ซอมบี้ในเรื่องนี้สามารถวิ่ง กระโดดและกัดได้เป็นการช่วยเพิ่มองค์ประกอบที่ทำให้คนดูหัวใจหยุดเต้นและบีบหัวใจมาก

ซอมบี้ในเรื่องสามารถกำจัดได้ด้วยการตัดหัวและการเผาแบบดั้งเดิม แต่หากไม่กำจัดมันมันจะไล่ล่าคุณตลอด สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความระทึกใจและความตื่นเต้นให้กับเรื่องราวของผู้รอดชีวิต ในซีซั่นแรกซอมบี้ต้องหลบหนีความร้อนของดวงอาทิตย์และคลานไปใต้ร่มเงาที่มืดมิดเพื่อซ่อนตัวรวมถึงใต้พื้นไม้ยกพื้นของบ้านแบบดั้งเดิมในยุคนั้น หรือใต้ก้อนหินขนาดมหึมาที่ขนาบข้างถนนและทางเดินเพื่อหลบหนี สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือการแพร่กระจายของเชื้อจะแพร่กระจายทันทีหลังจากโดนกัดด้วย แต่ในซีซั่นที่ 2 จะมีเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป นั่นเป็นเพราะความจริงของซอมบี้ถูกเปิดเผยว่าได้รับเชื้อมาได้อย่างไรและมีวิธีจัดการอย่างไร อีกทั้งในซีซั่นที่ 2 จะมีความโหดอยู่ที่ว่าซอมบี้นั้นสามารถออกล่าได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มันจะไม่กลัวแสงแดดอีกต่อไป Kingdom

รีวิวซีรีส์ : Sell Your Haunted House | Great Real Estate (2021) 

รีวิวซีรีส์ : Sell Your Haunted House | Great Real Estate (2021) 

เรื่องย่อซีรีส์ : Sell Your Haunted House | Great Real Estate (2021)

ชื่อเรื่อง : Sell Your Haunted House | Great Real Estate | Daebak Real Estate 대박부동산

ประเภท :  คอมเมดี้ , แฟนตาซี

จำนวนตอน :  16  ตอน

ผู้กำกับ: Park Jin Suk

นักเขียนบท: Ha Soo Jin, Lee Young Hwa, Jung Yeon Seo

ออกอากาศช่อง :   KBS

ฉายเมื่อ :   14 เมษายน 2021 – 3 มิถุนายน 2021

วัน-เวลาอากาศที่เกาหลี :  วันพุธและพฤหัสบดี  เวลา 21:30 น. KST

เรื่องย่อ : เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่ขับไล่ภูติผีออกจากที่พักอาศัยของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วหรือมีดวงวิญญาณวนเวียนอยู่ เพื่อเก็บกวาดให้สะอาดก่อนที่จะส่งต่อให้กับผู้เข้ามาอาศัยใหม่

จางนารา รับบทเป็น ฮงจีอา : บอสใหญ่ของสำนักงานอสังหาริมทรัพย์ Daebak Real Estate และเธอยังเป็นหมอผี แม้เธอดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบเมื่อมองจากภายนอก จากความสวยและความฉลาด แต่ว่าจริง ๆ แล้ว เธอเป็นคนอารมณ์ร้อนที่ได้รับการสืบทอดความสามารถการขับไล่ผีมาจากแม่ของเธอ

จองยงฮวา รับบทเป็น โออินบอม  : นักต้มตุ๋นหนุ่มที่แอบอ้างว่าตัวเองเป็นหมอผี เขาหาประโยชน์จากความเชื่อของคนเพื่อหาเงินแม้ว่าตัวเองจะไม่เชื่อเรื่องผีเลยก็ตาม เขาเป็นตัวละครที่มีความคิดที่ฉับไว พร้อมด้วยทักษะช่างสังเกต อีกทั้งยังมีความสามารถเชิงตรรกะ ทำให้เขากลายเป็นนักต้มตุ๋นที่สมบูรณ์แบบ

เป็นเรื่องราวการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ธรรมดา ที่จะมีภูตผีปีศาจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ฮงจีอา(นำแสดงโดยจางนารา)สาวสวยสุดแสนจะไม่ธรรมดาเป็นนายหน้าขาย อสังหาริมทรัพย์ และเธอนั้นก็มีความสามารถพิเศษในการมองเห็นผีและปราบผีได้ได้มาพบกับโออินบอม(นำแสดงโดยจางยงฮวา)นักต้มตุ๋นที่แอบอ้างตัวเองนั้นเป็นหมอผี และจับผลัดจับพลูได้มาทำงานกับฮงจีอา ดูหนังออนไลน์