เดือน: มิถุนายน 2021

ลีดส์,เอฟเวอร์ตันแกนนำแย่งชิงตัวมาร์เชโล่

ลีดส์ ยูไนเต็ด กับ เอฟเวอร์ตัน อยู่แถวหน้าในการแย่งชิงตัว มาร์เชโล่

ลีดส์ ยูไนเต็ด กับ เอฟเวอร์ตัน

ลีดส์ ยูไนเต็ด กับ เอฟเวอร์ตัน อยู่แถวหน้าในการแย่งชิงตัว มาร์เชโล่ แบ็กซ้ายตัวเก๋าที่มีข่าวว่าไม่อยู่ในแผน คาร์โล อันเชล็อตติ เจ้านายใหม่ที่ เรอัล มาดริด

เดลี่ มีร์เรอร์ สื่ออังกฤษ รายงานว่า อันเชล็อตติ ไม่ต้องการเก็บ มาร์เชโล่ เอาไว้ใช้งานในทีม เรอัล มาดริด ฤดูกาลหน้า และพร้อมปล่อยตัวในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมีหลายทีมให้ความสนใจ

รายงานข่าวระบุว่า ลีดส์ ยูไนเต็ด มองถึงโอกาสในการคว้าตัว มาร์เชโล่ มาเสริมแบ็กซ้ายที่เป็นปัญหาของทีมมานาน โดยช่วงที่ผ่านมาต้องใช้กองกลาง เอซเกียน อาลิออสกี้ หรือ สจ๊วร์ต ดัลลาส มาเล่นแบ็กซ้ายจำเป็น จึงต้องการตัวเลือกที่เหมาะสม ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเป็นทีมเก่าของ อันเชล็อตติ ถูกยกให้เป็นทีมเต็ง

สำหรับ มาร์เชโล่ ยังเหลือสัญญากับ เรอัล มาดริด อีกหนึ่งปี จึงคาดว่าค่าตัวของกองหลังวัย 33 ปี จะอยู่ที่ราวๆ 5 ล้านปอนด์ และนักเตะต้องการสัญญาระยะเวลาสองปี ซึ่งไม่ใช่ปัญหาสำหรับ ลีดส์ และ เอฟเวอร์ตัน

หนัง The Lobster โสด เหงา เป็น ล็อบสเตอร์

เรื่องย่อ THE LOBSTER

เรื่องย่อ THE LOBSTER

เรื่องย่อ THE LOBSTER หลังจากภรรยาหลบหนีไปกับชู้ David (Colin Farrell จาก Total Recall, True Detective) จึงกลายเป็นคนโสดและถูกพาไปยัง The Hotel ซึ่งเป็นสถานที่ที่กักกันคนโสดให้มาอยู่รวมกันเป็น community ดูแลโดยผู้จัดการโรงแรม (Olivia Colman จาก The Iron Lady)

ที่ The Hotel คนโสดทุกคนจะต้องหาคู่ให้ได้ภายใน 45 วัน มิเช่นนั้นจะต้องถูก transform ให้กลายเป็นสัตว์ตลอดไป โดยแต่ละวันพวกเขาจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนา การเต้นรำ นันทนาการ และการออกล่าคนโสดหรือ The Loners ที่อาศัยอยู่ในป่า ถ้าจับ The Loners ได้ 1 คน ก็จะได้ยืดอายุของการเป็นมนุษย์ได้อีก 1 วัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสาว Maid (Ariane Labed) มาบริการคอยช่วยกระตุ้นอารมณ์ความเป็นชายให้ทุกวัน โดย ณ ที่นี่ การช่วยตัวเองก็เป็นเรื่องต้องห้าม

David ได้เพื่อนใหม่คือ ชายพูดไม่ชัด (John C. Reilly) ที่คิดไว้แล้วว่าตัวเองจะเป็นนกแก้ว และ John ชายขากะเผลก (Ben Whishaw จาก Spectre, Skyfall, Cloud Atlas) ที่ตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมกลายเป็นสัตว์เด็ดขาด จึงพยายามตามจีบสาวที่เลือดกำเดาไหลตลอดเวลา (Jessica Barden) มาเป็นคู่ตุนาหงัน

ตัว David เองก็ไม่ได้กระตือรือร้นอะไรเลย เขาไม่สนใจจะหาคู่และไม่เหลียวแลมนุษย์ป้าบิสกิต (Ashley Jensen) ที่มาตามอ่อยเขาด้วย เขาใช้ชีวิตไปวันๆ อยู่กับ Bob พี่ชายของเขาที่ตอนนี้กลายเป็นสุนัขสัตว์เลี้ยงของเขา เขาตั้งใจว่าเขาจะเป็นล็อบสเตอร์ เพราะกุ้งชนิดนี้อายุยืนเป็นร้อยปี มีเลือดสีน้ำเงินเหมือนเลือดผู้ดี และเขาเองก็ชอบทะเลเป็นการส่วนตัว

จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเกิดไปสปาร์คและแต่งงานกับสาวใหญ่ไร้หัวใจ (Angeliki Papoulia) แต่ต่อมาก็ฝืนกันไปไม่รอด David หนีออกจาก The Hotel เข้าป่าไปอยู่กับพวก The Loners และได้รู้จักกับสาวสวยสายตาสั้น (Rachel Weisz จาก The Mummy)

แต่การอยู่กับกลุ่ม The Loners ก็ไม่ได้ง่าย เพราะหัวหน้ากลุ่ม (Léa Seydoux จาก Spectre, Blue Is the Warmest Color, The Grand Budapest Hotel, Mission: Impossible) ตั้งกฎไว้ว่าห้ามจีบ ห้ามรัก และห้ามมีเพศสัมพันธ์กันเด็ดขาด (แต่สามารถช่วยตัวเองเมื่อใดก็ได้) ดังนั้นความสัมพันธ์ของ David กับสาวสวยสายตาสั้นจึงเป็นรักต้องห้ามเช่นกัน

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ THE LOBSTER

ช่วงหลังๆ มานี้ พวกเราอาจจะได้ดูหนังแนวโลกดิสโทเปียกันหลายเรื่อง ตั้งแต่ The Hunger Games, The Maze Runner, หรือ Divergent แต่จะเห็นได้ว่าพวกนั้นล้วนแต่เป็นหนังไตรภาคยาวๆ แบ่งมนุษย์เป็น class หรือ faction มากมาย (The Hunger Games ก็มี Capitol + 13 Districts ส่วน Divergent ก็มีกัน 4 factions + factionless) และเน้นแต่วัยรุ่นวัย YA (Young Adults)

The Lobster ก็เป็นสังคมดิสโทเปียเช่นกัน แต่แบ่งคนเป็นแค่สองกลุ่มใหญ่ๆ คือคนมีคู่กับคนไม่มีคู่ อ้างอิงจากสังคมปัจจุบันที่ชอบคาดหวังให้คนคนนึงต้องมีคู่ (เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน บลาๆๆ) และในเรื่องนี้จะแทบไม่มีเด็กเลย มีก็แต่วัยหนุ่มใหญ่สาวใหญ่ ซึ่งแต่ละคนมักมีความแปลกประหลาด ไม่สมประกอบ ขาดๆ เกินๆ เช่น ขากะเผลก, พูดไม่ชัด, เลือดกำเดาไหลตลอดเวลา, สายตาสั้น ฯลฯ

นอกจากนี้คนมีคู่จะได้อยู่ในเมืองหรูหรา ชีวิตดี๊ดี มีอิสระ ในขณะที่คนโสดเหมือนคนแปลกแยก เป็นเสมือน “คนชายขอบ” ของสังคม ถูกกักกัน ถูกบังคับให้ทำนู่นทำนี่ราวกับไม่ใช่คน และสุดท้ายก็ต้องกลายเป็นสัตว์ หรือไม่ก็เป็นคนเร่ร่อนตามชายป่า

เราชอบพล็อตอันแยบยลและการสร้างโลกดิสโทเปียให้คนโสดใน The Lobster มาก กล่าวคือหนังเขาเอาเรื่องของความรัก ความสัมพันธ์ และชีวิตคู่ มาผูกโยงกับเรื่องความเป็น ความตาย และการเป็นสัตว์ ดังนั้น The Lobster จึงเป็นหนังตลกร้ายที่ตอกย้ำคนโสดและจิกกัดคนมีคู่ได้อย่างเจ็บแสบที่สุดเรื่องหนึ่งที่เราเคยดูมาเลยทีเดียว

เมนไอเดียของชีวิตคู่ที่เห็นได้บ่อยครั้งที่สุดใน The Lobster คือการพยายาม “หา” คนที่เหมือนกับคนที่เราเป็น และพยายาม “เป็น” คนที่เหมือนกับคนที่เราหมายปอง (“A wolf and a penguin cannot live together,”)

กล่าวคือ ตัวละครในเรื่องจะพยายามจับคู่ตัวเองกับคนที่มีปมด้อยคล้ายๆ กัน เช่น คู่ขากะเผลก คู่เลือดกำเดา หรือคู่สายตาสั้น ซึ่งบางที… อะไรแบบนี้มันก็มาพร้อมกับการโกหกเสแสร้ง ซึ่งแน่นอนว่า มันย่อมไม่จีรัง วันนึงก็ต้องมีคนใดคนหนึ่งจับได้ หรือไม่ก็ต้องมีวันนึงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลิกพยายามที่จะฝืนตัวเอง

แล้วในเมืองนี้ ความเป็นกลางและความพอดีที่ไม่มีอยู่จริง คนโสดต้องมีคู่ แล้วต้องระบุชัดเจนเลยว่าจะเอาผู้หญิงหรือเอาผู้ชาย เพราะจะไม่มีชอยส์ Bisexual ให้เลือกสำหรับยุคนั้นแล้ว แม้กระทั่งที่ The Hotel ก็จะไม่มีรองเท้าไซส์ครึ่ง เช่น 44.5 ให้เลือกใส่ ผู้ใส่ต้องเลือกระหว่าง 44 หรือ 45 เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ต้องเลือกใส่รองเท้าไซส์หลวมมากกว่าไซส์คับ

การเลือกคู่ชีวิตก็คงเหมือนการเลือกรองเท้า เพราะเราต้องใส่รองเท้าเดินไปไหนมาไหนตลอดทุกวัน เราต้องเลือกรองเท้าทั้งแบบที่เราชอบ ทั้งที่ใส่สบายและไซส์พอดีกับเราที่สุด ซึ่งบางทีมันอาจจะไม่ได้พอดีเป๊ะๆ แต่เราก็จำเป็นต้องใส่รองเท้า เพราะการใส่รองเท้ามันดีกว่าและปลอดภัยกว่าการเดินเท้าเปล่า

ที่ The Hotel ผู้จัดการจะแบ่งแยกชนชั้นคนโสดกับคนมีคู่อย่างชัดเจน เช่น กิจกรรมกีฬา คนโสดก็ต้องเล่นแต่กีฬาเหงาๆ เช่น ตีกอล์ฟ หรือว่ายน้ำ และจะไม่สามารถเข้าไปในโซนกีฬาประเภทคู่ อย่างเช่น เทนนิส ของคนมีคู่ได้เลย (คือก็เข้าใจนะว่ามันเป็นกิจกรรมที่ต้องทำเป็นคู่ แต่นี่คือ ถึงแม้ว่าจะมีเพื่อนไปด้วยก็เข้าไปเหยียบสนามไม่ได้ ใจร้ายที่สุด!)

นอกจากนี้ผู้จัดการโรงแรมยังพยายามทำให้คนโสดเห็นว่า โอเคค่ะ… เป็นโสดไม่ตาย… แต่การเป็นโสดคือ insecurity และ uncomfortableness และการมีคู่จะ more secure และ more comfortable มากกว่า เช่น การทานอาหารด้วยมือข้างเดียว การทายาแก้ปวดในส่วนที่มือเอื้อมไม่ถึง หรือการเดินคนเดียวในยามราตรีที่แสนเปลี่ยว เป็นต้น โดยแทบไม่เมนชั่นเลยว่าการมีคู่ จริงๆ แล้ว ก็มีปัญหาให้รับมือเช่นกัน

ดังนั้น การที่จะมีชีวิตรอดอย่างมีความสุขที่เมืองแห่งนี้ บางทีเราอาจจะต้องใส่รองเท้าที่หลวมบ้างคับบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเห็นว่าเรามักเลือกคู่ที่หลวมมากกว่าคู่ที่คับ เพราะมันน่าจะเจ็บน้อยกว่า และหวังว่าวันนึงจะมีอะไรมาเสริมให้พอดีกว่านี้ โดยถ้าเป็นคู่ชีวิตจริงๆ สิ่งที่มาเสริมให้พอดีมักมาในรูปแบบของ “เด็ก” นั่นเอง

ที่ The Hotel จะแย่งคู่ข้าวใหม่ปลามันออกไปอีกกลุ่มหนึ่ง และในช่วงทดลองโปร ก็มีบริการเสริมให้ในกรณีที่คู่ใดทะเลาะระหองระแหงกันโดยการแถม “ลูก” ให้ไปเลี้ยงดูร่วมกันหนึ่งคน (“Children can be provided,”) มันทำให้เราเข้าใจเลยว่า นี่นั่นเอง ที่เราได้ยินมาแต่เด็กว่า “ลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจของพ่อแม่”

ประเด็นลูกเป็นกาวใจทำให้เราครุ่นคิดต่อไปอีกว่า สรุปแล้วสิ่งที่ทำให้คู่ชีวิตคู่หนึ่งอยู่ด้วยกันไปตลอดรอดฝั่งมันไม่ใช่ความรักหรอกเหรอ มันคือลูกหรอกเหรอ แล้วบางคู่มีลูกด้วยกันแล้วก็ยังเลิกรากันได้อยู่ดี สรุป… คนเราต้องการอะไรจากความสัมพันธ์ลักษณะนี้กันแน่? แค่มีลูกไว้สืบสายวงศ์ตระกูลหรือมีคนมาเลี้ยงดูดูแลเราตอนแก่เฒ่าเท่านั้นกระนั้นหรือ?

ความพยายามทั้งหลายแหล่ในหนัง The Lobster ทำให้เราเห็นว่า ความสัมพันธ์ของคนหลายคู่ก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักเสมอไป บางคนต้องการมีความรักและตามหาคู่ชีวิตเพียงเพราะ “ไม่อยากอยู่คนเดียว” คิดว่าการอยู่คนเดียวนั้นแสนเหงาและลำบาก

หลายคนจึงเลือกจิ้มๆ คนที่ดูโอเคที่สุดในรัศมีตัวเองแล้วก็จีบๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยลงหลักปักฐานกัน มิหนำซ้ำบางคู่ก็ต้องเสแสร้งว่ารักกันดี เพื่อภาพลักษณ์ของครอบครัวให้ดูดีในสายตาต่อคนรอบข้างหรือกระทั่งให้พ่อแม่สบายใจว่าเราเป็นฝั่งเป็นฝามั่นคง

ในขณะที่สำหรับบางคน… ถึงแม้เขาจะรู้อยู่แก่ใจแหละว่า การอยู่คนเดียวเหงาๆ มันยาก แต่การหาพาร์ตเนอร์ที่เหมาะสมจริงๆ นั้นก็ยากพอๆ กัน มีปัญหาเหมือนกันถึงแม้จะคนละรูปแบบก็ตาม (“It’s so hard to be alone but so hard to find a true partner too,”)

ดังนั้น บางคนเขาก็คงเลือกของเขาแล้วล่ะว่า ความปลอดภัยหรือความมั่นคงในชีวิตไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด หากแต่คือความอิสระและการเป็นตัวเองต่างหากที่เขา value พูดง่ายๆ คือ ถ้าหาคนที่เข้ากันและให้เราเป็นตัวเองด้วยไม่ได้ การอยู่คนเดียวและกลายเป็นสัตว์ มันก็อาจจะดีกว่าสำหรับเขา ถ้าการเป็นโสดตลอดชาติมันจะมีปัญหาจริงๆ ล่ะก็…มันก็เป็นปัญหาของเขาคนเดียวอยู่ดี ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของใคร

เพราะอย่างน้อยการอยู่คนเดียว เขาก็จะมีอิสระ ไม่มีใครมาบังคับให้ทำหรือไม่ทำอะไร เป็นอะไรก็ได้ที่ตัวเองอยากเป็น และได้คงความเป็นตัวเองเอาไว้ ดังนั้นในหนัง เราจะได้เห็นสัตว์นานาชนิดเดินโดดเดี่ยวร่อนไปร่อนมาในหลายๆ ซีน เช่น นกยูง กระต่าย อูฐ นกฟลามิงโก้ ฯลฯ และก็ได้แอบนั่งคิดเล่นๆ อยู่คนเดียวว่า สัตว์หรือคนที่ “หาคนคู่ไม่ทัน” ทั้งหลายเหล่านี้… เขาเป็นคนยังไง และทำไมถึงเลือกเป็นสัตว์ชนิดนี้

เช่น สาวผมสวยนมสวยคนหนึ่งในเรื่อง เธอเป็นคนที่สวยเลยแหละ แต่กลับไม่มีใครเข้ามาจีบและหาคนที่เข้ากับเธอไม่ได้เลย ในขณะที่เพื่อนรักของเธอ ซึ่งสวยน้อยกว่าเธอ แถมยังมีปัญหาบกพร่องทางร่างกาย กลับมีแต่คนมาขอเต้นรำด้วย และสุดท้ายก็ทิ้งเธอ…หลงลืม…ละเลยเธอไปมีคู่ชู้ชื่นสบายอุราอยู่คนเดียว (เออ พวกที่มีแฟนแล้วลืมเพื่อน ควรไปดู) จนกระทั่งวันที่ 45 สาวสวยคนนั้นก็เลือกที่จะเป็นลา (หรือม้าวะ?) ที่ยังคงมีขนบลอนด์สลวยสวยเก๋ที่เธอรักและภูมิใจปกคลุมช่วงต้นคอของเธออยู่ต่อไปชิกๆ

ดังนั้น สำหรับเรา… หลังจากดูหนังเรื่องนี้… เรารู้สึกว่า จริงๆ แล้วคนมีคู่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนที่ประสบความสำเร็จกับความรักเสมอไป คนที่ไม่มีคู่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะเป็นคนที่ล้มเหลวกับความรักเสมอไป คนที่มีความสุขที่สุดคือการได้อยู่กับ “คนที่ใช่” คุยภาษาเดียวกัน และเรายังได้ “เป็นตัวของตัวเอง” ไปด้วย โดยไม่ต้องฝืนพยายามหรือเสแสร้งแกล้งทำต่างหาก

เพราะไม่ว่าจะมีคู่หรือไม่มีคู่ ท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตมันก็ไม่มีอะไรแน่นอนอยู่ดี คนที่เข้ากันได้วันนี้ วันหน้าอาจจะเข้ากันไม่ได้แล้วก็ได้ จริงมั้ย?

สุดท้ายท้ายสุด สิ่งที่เราชอบอีกอย่างหนึ่งของ The Lobster ก็คือ ไม่ว่าคู่ไหนหรือคนไหนจะมีปัญหา เช่น ผู้จัดการโรงแรมทำอย่างไรหลังจากรู้ว่าสามีของเธอโกหกเธอ สาวเลือดกำเดาจัดการอย่างไรกับคุณแฟนหลังจากค้นพบว่าเขาเฟคใส่เธอเรื่องเลือดกำเดาเสมอมา หรือชายหนุ่มจะยอมทำให้ตัวเองตาบอดตามหญิงสาวที่เขาหลงรักด้วยหรือเปล่า ฯลฯ หนังจะไม่เฉลยคลี่คลายปมอย่างชัดแจ้งให้คนดูเลย แต่กลับทิ้งไว้ให้คนดูคิดต่อเองจนกระทั่งนาทีสุดท้าย…

เว็บดูหนังฟรี

บลินด์สะเทือนใจเห็นเอริคเซ่นวูบเหมือนตัวเอง

ดาลี่ย์ บลินด์ กองหลังจอมเก่าชาวดัตช์

ดาลี่ย์ บลินด์

ดาลี่ย์ บลินด์ กองหลังจอมเก่าชาวดัตช์ เปิดใจสุดสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่ คริสเตียน เอริคเซ่น มิดฟิลด์ทัพโคนมหมดสติคาสนามเพราะเคยเกิดขึ้นกับตัวเองมาก่อน

บลินด์ เคยหมดล้มฟุบในสนามระหว่างลงเล่นเกมอุ่นเครื่องให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ พบกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ในช่วงปรีซีซั่นก่อนเริ่มฤดูกาล 2020/21 ซึ่งเป็นเหตุการณ์คล้ายกับเพื่อนรัก คริสเตียน เอริคเซ่น ในระหว่างเกม เดนมาร์ก พบ ฟินแลนด์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 

บลินด์ และ เอริคเซ่น เคยเล่นด้วยกันที่ อาแจ็กซ์ ระหว่างปี 2010 ถึง 2013 ก่อนที่ เอริคเซ่น จะย้ายไปร่วมทีม สเปอร์ส ในซัมเมอร์ 2013 ขณะที่ บลินด์ ย้ายร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2014

“สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกระทบกระเทือนต่อจิตใจผมมากๆ ไม่เพียงแค่ว่า คริสเตียน เป็นเพื่อนที่ผมสนิทมากๆ เท่านั้น แต่เหตุการณ์แบบนี้ยังเคยเกิดขึ้นกับผมเองด้วย

“ผมคิดว่าจะไม่ลงเล่นในเกมนี้ (เจอ ยูเครน) ผมต้องรวบรวมพลังใจอย่างมากเลย (เพื่อลงเล่น)” บลินด์ กล่าว

ทั้งนี้เมื่อปลายปี 2019 บลินด์ ถูกตรวจพบว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาและใช้เวลาพักฟื้น ก่อนกลับมาลงเล่นได้อีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดมา โดยต้องใส่อุปกรณ์ช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจด้วย

หนัง Interstellar เล่าเรื่องราวของกลุ่มนักสำรวจ

Interstellar ทะยานดาวกู้โลก

Interstellar ทะยานดาวกู้โลก

Interstellar ทะยานดาวกู้โลก ความดีงาม ของ intersteIlar เป็น ส่วนประกอบ ของ เรื่องราว ที่ ผูกโยง สถานะการณ์ ต่างๆ เข้าพบ กันได้อย่างน่าที่ง ผสม กับการแทรก ข้อมูล ทาง ฟิสิกส์ อวกาศ สู่ ผู้ชม แล้วก็ ถ่ายทอด ออกมา เป็น ภาพ โดย อิง ตาม แนวคิด วิทยาศาสตร์

เรื่องย่อ : เมื่อ โลก จะต้อง พบเจอ กับ วิกฤการณ์ ทางอากาศ แล้วก็ มีทิศทาง ที่จะ ล่มสลายเร็วทำให้คู เปอ ร์ อดีตกาล นักบิน

อวกาศ ของ ทุ่งนาซ่ที ฝันตัว มา เป็นเกษตรกร จะต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่ ค้นหา ดาวเคราะห์ วง ใหม่ เพื่อ จ้ดแจง ย้ายถิ่น มนุษย์

โลก ไป ยัง ดาว ดวง ใหม่แต่ว่า อุปสรรคที่มีความสำคัญ เป็น พวกเรา ยัง ไม่มีความรู้และก็เทคโนโลยี พอเพียงที่จะ เดินทางผ่านกา

แล็คซี

ช่องทาง ดูเหมือนจะ ริบหรี่ แต่ว่า แล้ว ศ. จ. จอห์น แบรนด์ ผู้ดูแล สถานี ศึกษาค้นคว้า ลับ ของทุ่งนาซ่า ก็แลเห็น ช่องทาง เมื่อเขา

เจอ ดาวพระเคราะห์ สาม ดวง ที่ บางทีก็อาจจะ ย้ายถิ่นผู้คน ไป ดำรงชีวิต ตรงนั้นได้

 

ซึ่ง ดาว ทั้ง สาม ดวง นี้ โคจร อยู่ ใน อีก แกแล็คซี่ นึง จำเป็นต้อง เดินทาง ผ่าน ทาง รู หนอน ที่เกิดขึ้น ใกลักับ ดาวเสาร์ โดย ข้อสันนิษฐาน ของ ศ.จ. จอห์น แบรนด์ คือ รู หนอน นี้ อาจจะเกิดขึ้น

ได้ก็เพราะ การสร้างของ สั่งมีชีวิต ทง ภูมิปัญญา เพื่อ ต้องการ ช่วย ชาวโลกการเดินทาง ใน คราวนี้ ทำให้ คู เปอ ร์ จะต้องจาก ลูกๆของ เขา ไป นาน ยาวนานหลายปี หรือ

บางทีก็อาจจะ มิได้ กลับมา อีก เลยเป็นการเดินทาง ที่ ไม่รู้ว่า จุดหมายปลายทางคืออะไร ? จะ พบ อะไร ระหว่างทาง ?

เรื่องราวต่อจากนี้ โปรดหาคำตอบด้วยตัวท่านเองจากหนัง Interstellar

หมายเหตุผู้เขียน : สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู…ผมขอแนะนำให้ไปหามาดูด่วน เพราะนี่คือหนังคุณภาพที่คุณห้ามพลาด หนังมีความยาว 2 ชั่วโมง 40 นาทีอาจจะนานไปหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแน่นอน

หนังมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมายที่ผู้ชมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับกาลอวกาศ ( Space time ) และด้วยความที่หนังไม่ได้ละเลยหลักการทางวิทยาศาสตร์ แถมทำออกมาได้อย่างชัดเจน ทำให้ interstellar กลายเป็นหนึ่งในหนังไซไฟระดับตำนาน ส่วนหนึ่งเพราะหนังมีที่ปรึกษาเป็น คิป ทอร์น ซึ่งเป็นนักฟิสิกส์ชั้นนำของโลก

ในฐานะผู้ชม…เราสามารถดูหนังเรื่องนี้ได้สนุกโดยไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องฟิสิกส์ แต่ถ้ารู้บ้าง(นิดหน่อย) เราจะดูหนังเรื่องนี้สนุกขึ้นแน่นอน

บทความนี้ขอขยายความคำว่า “รู้บ้างนิดหน่อย”นั้น
โดยดึงเรื่อง “ทฤษฎีรูหนอน”จากในหนังมาอธิบายเพิ่มเติม

รูหนอน (Wormhole)คือ อะไร ?

รูหนอนเปรียบเสมือนทางลัดในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆในกาลอวกาศ ซึ่งอาจเป็นการเดินทางข้ามอวกาศไปยังกาแล็คซี่อื่นที่อยู่ห่างไกล หรือการเดินทางข้ามมิติเวลา

โดยรูหนอนจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างจุดเริ่มต้นกับปลายทาง บางครั้งถูกเรียกว่า ” สะพานของไอน์สไตน์-โรเซน ” (Einstein-Rosen Bridge)
ที่เรียกอย่างนี้เพราะแนวคิดในการอธิบายเรื่องรูหนอนอ้างอิงโดยทฤษฎีและสมการของอัลเบิร์ต ไอสไตน์ กับ ลูกศิษย์ของเขาคือ นาธาน โรเซน

หากจะอธิบายรูหนอนให้เห็นภาพ ขอยกตัวอย่างในแบบเดียวกับที่หนังอธิบายเรื่องนี้ นั่นคือการอธิบายด้วยกระดาษแผ่นเดียว(โปรดดูภาพประกอบ)

จากรูป หากต้องการเดินทางจากจุด A ไปจุด B เราต้องใช้เวลานาน เพราะเดินทางตามระยะทางในแนวระนาบ (รูปที่ 1)

หากเปรียบกระดาษแผ่นนี้เป็นกาลอวกาศ ซึ่งก็คือการรวมตัวกันของเวลาและอวกาศ (เราอยู่ในโลก 4 มิติ คือ มิติของความ กว้าง ยาว สูง และเวลา) และเมื่อเกิดการบิดเบี้ยวของกาลอวกาศจนเกิดรูหนอนขึ้น จุด A และ จุด B ก็จะถูกย่นระยะในกาลอวกาศผ่านทางเชื่อมนี้ (รูปที่ 2)

ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการบิดเบี้ยวนี้ก็คือ แรงโน้มถ่วง แรงโน้มถ่วงหรือความโน้มถ่วงนี้มีผลทำให้เกิดการโค้งงอของพลังงานและมวลสาร รวมไปถึงความบิดเบี้ยวของเวลา

ในหนังดาวแต่ละดวงที่ลงไปสำรวจนั้นจะมีการเดินของเวลาในอัตราที่ต่างกัน เช่น ดาวดวงแรกที่พระเอกลงไปสำรวจ เวลาบนดาวดวงนั้นเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่ากับเจ็ดปีบนโลก

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะดาวได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงมหาศาลรอบหลุมดำ เราจะพบประเด็นเรื่องเวลาและมิติอยู่ในหนังพอสมควร แต่กล่าวถึงมากไม่ได้เพราะจะเป็นการสปอยด์เนื้อหา

แล้วรูหนอนเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

รูหนอนนั้นยังเป็นเรื่องในเชิงทฤษฎีที่ยังมีข้อถกเถียงมากมาย แต่โดยสรุปแล้วรูหนอนก็คือการเชื่อมกันเป็นทางเชื่อมของหลุมดำสองแห่ง

ภาพรูหนอนในแบบ 2 มิติ
หลุมดำนั้นเกิดจากดาวฤกษ์ที่มีมวลมหาศาลได้แตกดับลง และสสารที่เคยประกอบเป็นดาวดวงนั้นถูกบีบอัดจากแรงดึงดูดของตนเองจนเหลือเป็นมวลหนาแน่นที่มีขนาดเล็กมากๆ ซึ่งหลุมดำนั้นมีความโน้มถ่วงในตัวมันสูงมากจนค่าความโค้งของกาลอวกาศบริเวณนั้นมีค่าเป็นอนันต์ เราเรียกจุดนั้นว่า Gravitational-Singularity หรือ ภาวะเอกฐานเชิงความโน้มถ่วง

ภาพหลุมดำจากหนังเรื่อง Interstellar : แสงที่ดูเหมือนวงแหวนนั้นเกิดจากการบิดโค้งของแสงเนื่องมาจากค่าความโน้มถ่วงที่สูงมากรอบๆหลุมดำ
ปัญหาที่เกิดขึ้นในทางทฤษฎีคือ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีอะไรผ่านเข้าไปในหลุมดำได้
เนื่องจากค่าความโน้มถ่วงที่สูงมากนั้นจะทำการดูดทุกสิ่งเข้าไป แม้กระทั่งแสงยังถูกดูดเข้าไปจนมืดสนิท เราจึงเรียกว่าหลุมดำ แต่เมื่อไปถึงจุดที่ค่าความโน้มถ่วงเป็นอนันต์จุดนั้นเวลาจะไม่มีเวลา (ความโน้มถ่วงเป็นอนันต์ เวลาเป็นศูนย์)

ดังนั้นสิ่งที่ถูกดูดเข้าไปก็จะไปต่อไม่ได้
สิ่งนี้มีข้อขัดแย้งกับหลักฟิสิกส์ที่ว่าสสารจะไม่สูญสลายไปไหน มันเพียงแต่เปลี่ยนสถานะเท่านั้น แล้วตกลงสสารที่เข้าไปในหลุมดำมันหายหรือไม่หาย ?
เป็นความขัดแย้งที่ยังคงถกเถียงกันอยู่

เหตุที่เป็นอย่างนี้เพราะความขัดแย้งในทฤษฎีสัมพัทธภาพที่อธิบายเรื่องของสสารขนาดใหญ่ได้ดีแต่กลับอธิบายสสารขนาดเล็กระดับอะตอมได้ไม่ดีนัก ส่วนฟิสิกส์ควอนตัมที่ใช้อธิบายอนุภาคมูลฐานได้ดี กลับใช้อธิบายสสารขนาดใหญ่ไม่ได้

เรายังไม่ค้นพบทฤษฎีที่สามารถอธิบายสสารขนาดใหญ่และเล็กในระดับควอนตัมให้เชื่อมโยงสอดคล้องกันได้ในทฤษฎีเดียว
เพราะเรื่องหลุมดำนี้มีทั้งสองส่วนอยู่ในตัวมันเอง

ภาพรูหนอนจากหนังเรื่อง Interstellar : เป็นรูหนอนทรงกลมซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับลักษณะของรูหนอนในทางทฤษฎีมากที่สุด
ตราบใดที่เรายังไม่สามารถไขความลับในเรื่องหลุมดำ รวมถึงทฤษฎีที่ครอบคลุมทั้งฟิสิกส์ของสสารขนาดใหญ่และควอนตัมฟิสิกส์ได้อย่างสมบูรณ์ เราคงยังไม่สามารถค้นหาวิธีที่จะสร้างรูหนอนได้…

สำหรับรูหนอนในภาพยนตร์ Interstellarนั้น เชื่อว่าถูกสร้างโดยความช่วยเหลือของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิต่างดาว พระเจ้า หรือ มนุษย์ในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งเราไม่อาจทราบได้

เรื่องราวในหนังยังเชื่อมโยงไปสู่มิติที่สูงกว่ามิติที่ 4 ด้วย…แต่เราขอไม่กล่าวถึงในบทความนี้ เพราะภาพในหนังอธิบายได้ดีอยู่แล้วและเพื่อป้องกันการสปอยด์เนื้อหาสำคัญด้วย

หากมีโอกาสจะนำมาเขียนเป็นบทความใหม่ภายหลังแล้วกันครับ (ผู้เขียนมีความสนใจเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก…ชอบอ่านเรื่องแนวนี้ ถ้าอย่างไรคงได้เขียนถึงอยู่บ่อยๆหากมีเรื่องที่น่าสนใจให้นำมาเขียน)

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนดูหนังเรื่องนี้ได้สนุกขึ้น

เว็บดูหนังฟรี

ภาพยนตร์แนวไซไฟ Gravity มฤตยู แรงโน้มถ่วง

ภาพยนตร์ Gravity

ภาพยนตร์ Gravity

ภาพยนตร์ Gravity – มฤตยู แรงโน้มถ่วง ที่ กำลังจะ เข้าฉาย ในบ้านเรา 3 ตุลาคมนี้ เป็น

ภาพยนตร์ ที่รวม สุดยอด ผู้แสดง และ ทีมงาน ผู้อยู่เบื้องหลัง ที่ ผ่าน การการัน ตี ด้วยรางวัล

มากมายก่ายกอง หลายคน ไม่ว่า จะ เป็น นักแสดง เจ้าของรางวัล Academy Award แซน

ตร้า บูลล็อค (“The Blind Side”) และ จอร์จ คลูนีย์ (“Syriana”) รับบท แสตง ในเรื่อง

Gravity เรื่องราว ตื่นเต้น ระทึกขวัญ ที่จะ พา คุณ สู่ห้วงลึก แห่ง จักรวาล ที่ ยากเกิน จะ หา

ขอบเขต ได้ ภาพยนตร์กำกับ ฯ โดย ฮัล ฟอน โซ่ วรอน ผู้เข้าชิงรางวัล Oscar (“Children of Men”)

Gravity – มฤตยู แงโน้มถ่วง เป็นเรื่อง ราว ของ ตร. ไร อัน สโต น (แซนดร้า บุลล็อค)

วิศวกรรม อัจฉริยะด้านการแพทย์ ที่อยู่ ใน ภารกิจ บน ยานอวกาศ เป็นครั้งแรก ร่วมกับ แม็ตต์

โคว้ลสกี้ นุษย์อวกาศ มากประสบกรณ์ (คลูนีย์) แต่ ช่วง ที่ เน สำรวจ อวกาศ ได้เกิด

เหตุ ร้าย ขึ้น ยานอวกาศฟัง สิ้น สภาพ จนกระทั่งส โต น และ โค วัลสกี้ต้อง อยู่ อย่างเคว้ง คว้ง

ไม่สามารถที่จะ ยึดติด กับ สั่งใด ได้ นอกเหนือจาก พวกเขา ที่ ต้อง โคจร ออก ไป ในความมืดมน

ความเงียบ สงัด บอก กับ พวกเขา ว่า หมดทาง ติดต่อ กับ โลก … และ โอกาส ในการ ได้รับ ความ

ช่วยเหลือ แล้ว ขณะที่ ความกล้ว เปลี่ยนเป็น อาการ ขวัญเสีย ห้วง อวกาศที่ กว้างใหญ่ ก็ ทำให้

ออกซิเจน ที่ มีน้อย นิด ค่อยๆ หมดลง แม้กระนั้น จังหวะ เดียว ที่กำลังจะได้ กลับบ้าน คือ การเดิน

ทางสู่ห้วง อวกาศ ที น่ากลัวต่อไป

ภาพยนตร์เรือง Gravity – มฤตยุ แงโน้มถ่วง เขียนขึ้น โดย ฮัลฟอนโซ่ วรอน และก็ โจนั

ส ตัวรอน อำนวยการ สร้าง ฯ โดย อัลฟอนโซ่ ตัวรอน แล้วก็ เวิด เฮย์แมน ( ภาพยนตร์

เรื่อง “Harry Potter” ฮนวยการสร้าง บริหารฯ โดย คริส เดอฟาเรีย, นิกกี้ เพ็นนี่ แล้วก็

สตี เฟ่น โจนส์

คณะทำงาน ผู้อยู่เบื้องหลัง ได้แก่ ผู้กำกับ ภาพ ที่ เข้า ชิงรางวัล Oscar มานับ ไม่ ถ้วน อย่าง

เอ็ม มานู เอล ลูเบ ซกี้ (“Children of Men,” “The New World”; ผู้ออกแบบ ฉาก แอนดื้

นิโคลสัน ผู้สำาตับภาพ อัล ฟอน โซ่ ตัวรอน และ มาร์ค แซน เก อร์ และ ดีไซน์ เครืองแต่ง

กาย โดย เจนี เทมิเม (ภาพยนตร์เรื่อง “Harry Potter” ควบคุมวิชวล เอ็ฟเฟ็กต์ โดย ทิม

เว็บ เบอร์ ผู้เข้าชิงรางวัล Oscar (“The Dark Knight”) ประฟันธ์ดนตรี โดย สตีเฟ่น ไพรซ์

ดูหนังออนไลน์

ปืนเมินแลกทริปเปียร์-ย้ำค่าตัวเบเยริน20ล้านป.

อาร์เซน่อล แจ้งบอกทุกสโมสรที่สนใจคว้าตัว เอ็คตอร์ เบเยริน

อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล แจ้งบอกทุกสโมสรที่สนใจคว้าตัว เอ็คตอร์ เบเยริน แบ็กขวาชาวสเปน ต้องจ่ายค่าตัวไม่ต่ำกว่า 20 ล้านปอนด์เท่านั้น ไม่สนแลกตัวกับ คีแรน ทริปเปียร์

ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า แอตเลติโก มาดริด อยากได้ เบเยริน ไปเป็นแบ็กขวาคนใหม่ ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็หวังปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัว ทริปเปียร์ แบ็กขวาทีมชาติอังกฤษไปร่วมทัพ ทำให้ ตราหมี พิจารณาที่จะสลับฝั่งนักเตะทั้งสองคน

อย่างไรก็ตาม เดอะ ซัน สื่ออังกฤษ รายงานว่า ความคิดดังกล่าวอาจไม่เกิดขึ้น เพราะ อาร์เซน่อล ต้องการค่าตัว เบเยริน จำนวนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านปอนด์ ขณะที่ค่าตัวของ ทริปเปียร์ เชื่อว่าอยู่ที่ 15 ล้านปอนด์

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะคว้าตัว ทริปเปียร์ ไปร่วมทัพมากกว่า อาร์เซน่อล โดยก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า แบ็กขวาวัย 30 ปี ได้บอกกับเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษว่าต้องการย้ายกลับพรีเมียร์ลีก และมาเล่นในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ทีมผู้ดีหูผึ่งรู้ซาบิทเซอร์ขายราคาเซล15ล้านป.

สโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล หรือ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ นั่งไม่ติดเก้าอี้

สโมสร แมนฯ

สโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล หรือ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ นั่งไม่ติดเก้าอี้ เมื่อทราบว่า มาเซล ซาบิทเซอร์ กองกลางกัปตัน แอร์เบ ไลป์ซิก มีราคาขายออกที่ 15 ล้านปอนด์เท่านั้นเพราะนักเตะกำลังเข้าสู่สัญญาปีสุดท้ายโดยไม่เซ็นเพิ่ม

รายงานจาก ‘ดิ แอธเลติค ยูเค’ ว่า ไลป์ซิก กำลังถ่ายเลือดโดยหลังจากสามารถขาย ดาโย่ต์ อูปาเมคาโน่ กับ อิบราฮิม่า โกนาเต้ สู่ บาเยิร์น มิวนิค และ ลิเวอร์พูล ตามลำดับแล้ว รายต่อไปคาดว่าคือกองกลางออสเตรีย 

เนื่องจากกำลังเข้าสู่สัญญาปีสุดท้ายแล้ว ซาบิทเซอร์ ก็อยากหาความท้าทายใหม่หลังจากอิ่มตัวตลอดช่วงเวลา 6 ปีใต้ชายคา เร้ด บูลล์ อารีน่า

 

 

ก่อนนี้ทีมซึ่งพยายามจีบมิดฟิลด์วัย 27 ปีอย่างจริงจังสุดคือ ท็อตแน่ม เกือบจ่ายค่าฉีกสัญญา 43 ล้านปอนด์มาแล้ว แต่เมื่อรอได้ถึงซัมเมอร์ 2021 ทำให้ค่าหัวถูกลงมาเกินครึ่งเหลือแค่ 15 ล้านปอนด์ก็คงเคาะขาย

กว่า 227 นัดที่ ไลป์ซิก ซาบิทเซอร์ ทำไป 52 ประตูและ 42 แอสซิสต์ สไตล์เป็นกองกลางเชิงรุกที่ดูเหมาะกับระบบของ อาร์เซน่อล เช่นกัน

หนังDunkirk | ชายหาดแห่งความสิ้นหวัง

Dunkirk

Dunkirk

Dunkirk จำเป็นต้อง เอา ชื่อ คริส โต เฟอ ร์ โน แลน ขึ้นมาก่อน สิ่งอื่น ใด ครับ เพราะว่า เทียบ หน้า หนัง ก้น

แล้ว ถ้าเอา เป็น หนัง ดราม่า สงคราม ที่ มี ฉาก ชายหาด เป็น โลเกชั่น ยังไง ก็ ต้อง ให้ Saving

Private Ryan (1998) ของ สปี ลเบิ ร์ก มา เป็น อันดับหนึ่ง ถ้า จะ เอา ว่า ดารา ใหญ่มาเล่น ตั้ง

สุด ก็มีเพียงแค่ ทอม ฮาร์ตี้ และ เคน เน็ธ บรา นา จ์ กับเจ้าของ รางวัล ออสการ์ สมทบ ชาย

อย่าง มาร์ก ไร แลน ส์ เท่านั้นเอง แถมที่เหลือ ซึ่ง กุม พื้นที ส่วนใหญ่ ใน หนัง ก็ เปีน เพียง

ดารา วัยรุ่น หน้าใหม่ เสีย แทบทั้งนั้น ด้วย ฮ่อ อาจ ขาย ได้ ว่า เป็นการ เล่น หนังใหญ่ ครั้งแรก

ของ นักร้องไอตอล ระดับโลก จาก วง วันไดเร็กชั่น อย่าง แฮร์รี่ สไตล์ส แต่เอาจริงๆ ว่า คน

ชอบดูหนัง คนไหนกัน จะ มา สน ล่ะ? กล่าว กันตามจริง หนัง ประเด็นนี้ ส่วน ที่ น่าดึงดูด สูงที่สุด

เป็น เป็น หนัง ของ โน แลน ผู้ผลิต การเกิด ทาง ภาพยนตร์แบบ กระเทือน ไป ทั่วทั้งโลก ได้

หลาย ต่อ บ่อย นี่ ล่ะ นะครับ

และขอบอกตรงนี้เลยว่านี่คือหนังชั้นมาสเตอร์พีซของโนแลน และจะกลายเป็นตำนานหนังสงครามที่เยี่ยมที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลกไปอีกหลายสิบปีเลยด้วยครับ

หนังเรื่องนี้จับเหตุการณ์จริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณเมืองดันเคิร์กชายฝั่งของประเทศฝรั่งเศส กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรในขณะนั้นเสียทีให้ฝ่ายอักษะของนาซีจนล่าถอยมาติดค้างอยู่ที่เมืองนี้จำนวนมาก ในครั้งนั้นกองทัพอังกฤษของฝ่ายสัมพันธมิตรจนปัญญาในการอพยพเหล่าทหารของตนที่เมืองนี้ร่วมหลายแสนชีวิตให้ออกจากสมรภูมินรก ทั้งยังการถูกปิดล้อมก็ทำให้เหล่าทหารกลายเป็นเป้านิ่งให้เครื่องบินศัตรูยิงทิ้งเล่น เรียกว่ารอวันที่ฝ่ายอักษะไล่บี้มาถึงเพื่อสังหารทิ้งไม่เร็วก็ช้าเท่านั้นเอง และหากเป็นเช่นนั้นฝ่ายสัมพันธมิตรก็จะสูญเสียกำลังพลครั้งใหญ่ ยังส่งผลให้ฝ่ายอักษะได้รุกคืบสู่เกาะอังกฤษซึ่งเป็นจุดยุทธการสำคัญในสงครามครั้งนี้ของฝ่ายสัมพันธมิตรด้วย เพราะหากเสียอังกฤษเป้าหมายต่อไปย่อมต้องเป็นอเมริกาและแน่นอนหน้าประวัติศาสตร์โลกคงไม่เหมือนอย่างที่เราเห็นในปัจจุบันนี้แน่ ๆ

ในตอนนั้นชาวบ้านและชาวประมงจากอังกฤษต่างถูกเกณฑ์ให้นำเรือบ้าน ๆ ของตน ที่ไม่ได้รับการติดอาวุธใด ๆ ออกสู่ทะเล เข้าสู่สมรภูมิเลือดที่ดุเดือดถึงขีดสุดทั้งบนฟ้าและผืนน้ำ เพื่อนำชีวิตของกำลังพลที่ดันเคิร์กกลับสู่บ้าน ซึ่งตรงนี้กลายเป็นอีกหนึ่งในจุดเปลี่ยนของสงครามที่เกิดขึ้นด้วยพลังของชาวบ้านธรรมดา ๆ ล้วน ๆ เลยครับ

วีรกรรมของชาวบ้านตาดำ ๆ นี้ก็คงโดนใจโนแลนผู้กำกับที่เติบโตมาบนเกาะอังกฤษอย่างจัง เปรียบไปก็คงไม่ต่างจากคนไทยที่ภูมิใจในชาวบ้านบางระจันนั่นล่ะครับ แต่นี่คงแบบยิ่งใหญ่กว่าเยอะ เพราะเป็นสงครามระดับตัดสินหน้าตาของโลกได้เลย

หนังใช้วิธีเล่า 3 ส่วนไปพร้อมกันโดยการดีไซน์ที่ฉลาดมาก ๆ ตั้งแต่ชื่อหนัง ที่มีการใช้ 3 เฉดสีแทนท้องฟ้า ผืนน้ำ และแผ่นดิน ซึ่งแทนถึงสมรภูมิห้ำหั่นของสงครามโลกที่มีทั้งทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก นอกจากนี้หนังยังใช้การเล่าไม่ลำดับเหตุการณ์ที่ทำให้เราคาดเดาและลุ้นไปกับทุกวินาทีของหนังอย่างชาญฉลาดมากจนบางคนน่าจะเอาไปเทียบกับงานเก่าอย่าง Memento และ Inception แต่ขอบอกเลยว่าเข้าใจง่ายกว่าและยังใช้ประโยชน์ของการเหลื่อมเวลาได้อย่างระทึกใจกว่าด้วย

โดยได้แบ่งการเล่าเรื่องเป็นสถานการณ์ 3 ช่วงต่างสถานที่คือ ช่วง 1 สัปดาห์บนบริเวณชายหาดดันเคิร์กที่ ทอมมี่ ทหารเด็กหนุ่มชาวอังกฤษ (ฟิออนน์ ไวท์เฮด) กำลังหาหนทางหลบหนีขึ้นเรือขนผู้บาดเจ็บเพื่อกลับบ้าน ทำให้ระหว่างทางเขาได้พบเพื่อนร่วมหนีทหารอย่าง กิ๊บสัน ผู้เงียบงัน (แอนไนริน บาร์นาร์ด) และทหารไฮแลนด์นาม อเล็กซ์ (แฮร์รี่ สไตล์ส) เหตุการณ์ต่อมาคือช่วง 1 วันของ ดอว์สัน และปีเตอร์ลูกชาย (มาร์ก ไรแลนส์ และ ทอม กลินน์-คาร์นี่ย์) กับเพื่อนของปีเตอร์นาม จอร์จ (แบร์รี่  คีโอกาน) ที่กำลังเอาเรือมูนสโตนออกไปช่วยเหล่าทหารกลับมาอังกฤษ และเหตุการณ์สุดท้ายคือช่วงเวลา 1 ชั่วโมงของทหารเครื่องบินขับไล่นาม ฟาร์ริเออร์ (ทอม ฮาร์ดี้) กับเพื่อนคือ คอลลินส์ (แจ็ก โลว์เดน) ออกปฏิบัติการปราบเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ทำลายเรือขนส่งทหารตลอดจนฆ่าทหารที่อยู่บนชายฝั่ง

และหนังฉลาดดีมากครับที่เลือกดาราหน้าใหม่ และเด็กหนุ่มมาสะท้อนภาพสงคราม เพราะเราได้เห็นความไม่เจนโลก ความหวาดกลัวต่อสงคราม บาดแผลในจิตใจ ตลอดจนการเติบโตเชิงปรัชญาของเด็กหนุ่มผู้ผ่านช่วงเวลาเป็นตายทั้งต่อชีวิตของเขาและต่อศีลธรรมในใจ ฉากที่น่าจะได้รับการพูดถึงมากฉากหนึ่งคือ ฉากที่เหล่าเด็กหนุ่มต้องเลือกผู้เสียสละที่ชวนให้นึกถึงฉากโจ๊กเกอร์วางระเบิดเรือใน The Dark Knight เลยทีเดียว กับอีกฉากก็คือช่วงที่ปีเตอร์เลือกจะตอบคำถามของนายทหารหนีทัพ (ซิลเลี่ยน เมอร์ฟี่) ที่แสดงนัยเชิงปรัชญาได้อย่างเรียบง่ายแต่สะเทือนใจมาก ๆ ครับ

มันยากที่จะเรียกว่าหนังสงครามแบบที่เราคุ้นเคยครับ เพราะตัวละครส่วนใหญ่ไม่ได้มุ่งหมายห้ำหั่นศัตรูแบบตายเป็นตาย หากแต่แสดงภาวะของการดิ้นรนมีชีวิตอยู่ เหมาะกับคำโปรยของหนังที่ว่า “การรอดชีวิตกลับไปได้ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่”

การเขียนบทของโนแลนนี่มันอัจฉริยะจริง ๆ ล่ะครับ ไอ้ที่เราเห็นว่าเหตุการณ์นี้มันคลี่คลายไปแล้ว การเอามาฉายซ้ำเปลี่ยนมุมมองดันทำให้เราไม่ได้สบายใจขึ้นเลย กลับต้องลุ้นเข้าไปอีกทั้ง ๆ ที่เห็นการคลี่คลายของมันในอีกมุมมองหนึ่งไปแล้ว นั่นทำให้ระหว่างที่เราดูมันเต็มไปด้วยการขบคิดคาดเดา แต่ก็คาดอะไรไม่ได้จริง ๆ ครับ ทุกชีวิตพร้อมตายได้ทุกเมื่อ อีกอย่างที่ต้องกราบเลยคือหนังสงครามถูกสร้างมาไม่หวาดไม่ไหวจนเราก็คิดว่ามันไม่เหลือมุมอะไรให้เล่นทำให้เรากลัวได้อีกแล้วล่ะ แต่โนแลนก็หามันพบครับ ดันเคิร์กทำให้เรากลัวเรือดำน้ำเยอรมันอย่างที่ไม่เคยกลัวมาก่อน เรากลัวมากเวลาเสียงเครื่องบินวิ่งผ่านหัว หรือแม้แต่เห็นบินจากระยะไกล เสียงปืนในเรื่องนี้ไม่ต้องกราดรัวใด ๆ แต่ใช้แต่ละนัดแบบเน้น ๆ ทำให้เราหวาดกลัวได้มากจนหายใจแทบไม่ออก ผมเชื่อว่าคอสงครามจะรักหนังเรื่องนี้มาก ๆ เลยล่ะครับ

อีกหนึ่งที่ต้องชมคือการที่ ฮานส์ ซิมเมอร์ ได้ประพันธ์ดนตรีประกอบหนังได้อย่างเด็ดดวง คลุมบรรยากาศอันไม่น่าไว้วางใจ ความหวาดผวาและความเป็นตาย โดยใช้นาฬิกาพกของโนแลนทำเสียงจังหวะขมวดเกร็งที่บีบคั้นเข้ามาเรื่อย ๆ  โดยแทบไม่ต้องพึ่งดนตรีอึกทึกครึกโครมใด ๆ กลับทรงพลังและกดดันผู้ชมกับตัวละครได้ระทึกขวัญยิ่งกว่าหนังผีหนังเครียด ๆ เสียอีกครับ ซึ่งความไร้ปราณีของซิมเมอร์นั้นก็ต้องเรียกว่าเลวเลยล่ะ เพราะแม้สถานการณ์หลายอย่างจะคลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่ดนตรีพี่แกไม่หย่อนความกดดันลงให้เราได้พักเลย จนช่วง 10 นาทีสุดท้ายของหนังนู่นล่ะครับ เราถึงค่อยได้หายใจคล่องขึ้นหน่อย

ด้านงานภาพต้องกราบ ฮอยต์ ฟาน ฮอยเตมา ผู้กำกับภาพคู่บุญคนใหม่ของโนแลนเช่นกัน ที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์อันไม่ธรรมดาในการเล่าเรื่องโดยไม่ต้องใช้คำพูดมากมาย เพียงภาพและสถานการณ์ก็มากพอในการบีบคั้นหัวใจเราให้รู้สึกอินในทุกห้วงเวลาของตัวละครจนนี่อาจเป็นหนึ่งในการทดลองสำคัญทางภาพยนตร์ที่เทียบชั้นการไร้ดนตรีใน No Country for Old Man ของพี่น้องโคเอนเลยทีเดียว นอกจากนี้ฮอยเตมายังสรรค์สร้างการจัดวางที่ใช้ประโยชน์ของสเกลฟิล์ม 70 มม. ที่กว้างกว่าจอปกติได้อย่างคุ้มค่ามาก ๆ นั่นจึงทำให้ประสบการณ์ดูหนังเรื่องนี้ในระบบที่เอื้ออำนวยสูงสุดอย่างไอแม็กซ์ ฟิล์ม 70 มม. ซึ่งปัจจุบันในไทยมีฉายที่เดียวคือที่พารากอนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยสำหรับคอหนังขนานแท้ครับ เพราะหลังจากหนังเรื่องนี้เราก็ไม่รู้ว่าจะได้ดูหนังที่ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 70 มม. นี้อีกเมื่อไรด้วยในโลกที่ดิจิตอลครองทุกผืนทวีปโรงหนังแล้ว

สุดท้ายผมค้นพบว่า หนังเรื่องนี้คือการบรรลุการทดลองนู่นนี่นั่นของโนแลนในผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา โดยดึงสูตรดี ๆ ในหนังเรื่องที่ผ่านทุกเรื่อง เพียงเพื่อได้เอามาใช้สร้างหนังเรื่องนี้เรื่องเดียว ประหนึ่งว่าหนังทุกเรื่องของโนแลนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้หนังสงครามเรื่องนี้เท่านั้นเลยครับ

และความรู้สึกสุดท้ายคือ อิ่ม ดีใจสุด ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ในวันที่หนังเรื่องนี้เข้าโรง ให้ดูซ้ำกี่รอบก็ถือเป็นกำไรชีวิตแบบไม่ต้องคิดมากเลยครับ

ดูหนังออนไลน์

หนัง “Black Swan” ที่สุดแห่งจิตวิทยาสีเทาของมนุษย์

หนัง Black Swan

หนัง Black Swan

หนัง Black Swan ได้ถ่ายทอดเรื่องราว ของ “น่า” (นำแสดงโดย นาตาลี

พอร์ต แมน ) ที่อาศัย อยู่ กับ แม่ ซึ่ง เคย เป็น นัก ปัลเล่ต์ เก่า น่านักปัลเล่ต์ ที่ สั่งกัด บริษัท บัล

เล่ต์ ใน นิวยอร์ก ซึ่ง มีชีวิต เหมือน นัก บัลเล่ต์ ปกติ

แม่ ของ นิน่า พยายาม ผลักต้น และ ทุ่มเท ทุกสั่งทุกอย่าง ให้ กับ เธอ สำหรับการ เต้น บัลเล่ต์

อย่างเต็มเปี่ยม จนกระทั่งเมือ ทางบริษัท บัลเล่ต์ ปรารถา ที่จะ หา นัก ปัลเล่ต์ มา เต้น ใน งาน

เปิด การแสดง คราวต่อมา ใน เรื่อง ‘Swan Lake’ แน่ๆ ว่า นิ น่า ก็ได้ รับ เลือก ให้เป็นเลิศ ใน ผู้

ที่ ถูกค้ด ให้เป็น นักแสดง บท “หงส์ ศ(Black Swan)”

ซ็ง เป็นตัว ละคร เด่น ใน เรื่องนี้ แต่ นิ่ น่า ก็ จะต้องมี คู่แข่ง นัก ปัลเล่ต์ คนใหม่ อย่าง ลิลี่ ที่ ปรากฏ

ตัว ขึ้น และ ยัง เป็นตัว เก็ง สำหรับการ แข่งชัน ครั้งนี้ ด้วย นิ่ น่า ก็เลย พยายาม ฝึกซ้อม ปัลเล่ต์

อย่างมาก เพื่อจะ ได้ ชนะ กรค้ดเล็อก ให้ รับบท เป็น หงส์ ต่ำ (Black Swan) ซึ่ง จาก การซ้อม

ที่ เอาจริงเอาจัง กดต้น และ หักโหม ตนเอง ที่ เริ่ม มากขึ้น

ทำให้เธอไม่รู้ตัว เลย ว่าร่างกาย กับ จิตใจของ เธอค่อยๆ ถูก ความมึด กลิ่น กิน และ กำลังจะ

เปลี่ยน ภาวะ เป็น “หงส์ ศา (Black Swan)” อย่างสมบูรณ์ แบบ โดย ที่ ใครๆ ก็ ไม่คาดฝัน แม้

กระทั้งตัวนิ น่าเอง

ความน่าคีงดูดใจ ของ “Black Swan” ก็คือ ตัวของ นิ น่า หรือ นางเอก ในเรื่องที่ มี

ความรู้การ เต้น บัลเล่ต์ รอบด้าน ประเภท หา ตัว จับได้ ยาก กล่าวได้ว่าไม่ว่า จะ เป็น ละครเวที

อะไรก็ตาม คุณ ก็ จะได้รับ บท เด่น ตลอด จนกว่า ละครเวที เรื่อง “Black Swan” กำลังจะออก

เดินทางมา ถึงเร็วนี้ๆ โน่น ก็เลย นับว่าเป็น จุด เปลี่ยนแปลง ใน ชีวิต ของนางเอก ซึ่ง ทุกคนต่าง

ก็เห็นว่า การเต้น ด้วยลีลา ที่ สุภาพ ของ คุณ เหมาะสม ที่จะ เป็น หงส์ ขาวมาก กว่า หงส์ ดำ

เนืองจาก ผู้ที่ จะได้รับ บท “Black Swan” นั้น จะต้อง เต้น บัลเล่ต์ ให้ เข้าถึง อารมณ์ ของ นัก

แสดง ได้ทั้งยัง หงส์ ขาว รวมทั้งหงส์ ต่ำ ใน คน ผู้เดียว กัน ตัวหงส์ ขาว จะ เต้น ปัลเล่ต์ อย่าง

งอนงาม เฉื่อยชา แต่ว่าตัว หงส์ ต่ำา จะมี อาการ ที่ รวดเร็วทันใจ รวมทั้ง แคล่วคล่องว่องไว ซึ่ง

เป็น คนละ สไตล์ กับ นัก เต้น บัลเล่ต๋ อย่าง นิน่า เลย ยิ่ง พบ คู่แข่งข้น อย่างลิลี่ ด้วยก็ ยิ่ง ทำให้

นางเอก ของ พวกเรา รู้สึก บีบคั้น ตนเอง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง จำเป็นต้อง ฝึกฝน เต้น ไม่ยินยอม

ทำ อะไร สัก อย่าง

จิตใจทุกอย่างของนางเอกตอนนี้จึงมีแต่หงส์ดำเต็มสมองไปหมด คือพยายามบอกว่าตัวเองคือหงส์ดำ ซึ่งแม่ของเธอที่เห็นถึงความผิดปกติไม่ใช่ลูกสาวคนเดิมจึงรู้สึกผิดอยากให้เธอถอนตัวจากละครเรื่อง “Black Swan” แต่นางเอกก็ไม่ยอม สุดท้ายแล้วหงส์ขาวที่อยากเป็นหงส์ดำอย่างนิน่าจึงเกิดบุคลิก 2 บุคลิกขึ้นมาในการดำเนินชีวิต เห็นภาพหลอน และนำพาให้ตัวเธอเข้าสู่มุมมืดที่ใครก็อยากจะห้ามได้

หนังเรื่อง “Black Swan” สื่อให้เราเห็นว่ามนุษย์ทุกคนเปรียบเสมือนตัวละครสีเทา มีทั้งดีและไม่ดีในตัว ขึ้นอยู่กับว่าคนอื่นจะมองเห็นบุคลิกภายในของคุณเป็นอย่างไร หากคุณเอนเอียงไปตามสังคม ไม่ยึดความเป็นตัวเองซึ่งดีอยู่แล้ว มันก็อาจจะไปกระตุ้นให้จิตใจของคุณเปิดเผยนิสัยอีกด้านที่ไม่ดีให้ออกมาจนสุดท้ายเมื่อคุณรู้ตัวก็อาจสายไปเสียแล้วได้

ดูหนังออนไลน์

ปาร์เตย์คุยโค้ชแล้วไม่ได้โดนตะเพิดจากทีมชาติ

โธมัส ปาร์เตย์ กองกลาง อาร์เซน่อล

โธมัส ปาร์เตย์

โธมัส ปาร์เตย์ กองกลาง อาร์เซน่อล ได้ไฟเขียวไม่ต้องลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับ โมร็อกโก วันอังคารนี้ หลังพูดคุยกับโค้ชถึงเหตุผลส่วนตัว ไม่ได้เป็นการถูกไล่ออกจากทีมเพราะมาสาย

ก่อนหน้านี้ “GhanaSoccerNet” สื่อในกานา รายงานว่า ปาร์เตย์ ถูกตะเพิดออกจากแคมป์ทีมชาติกานาที่มีคิวอุ่นเครื่อง 2 นัดพบ โมร็อกโก และ ไอวอรี่ โคสต์ เพราะมาซ้อมสาย

อย่างไรก็ตาม เดลี่ เมล รายงานว่า ปาร์เตย์ ไม่ได้ถูกไล่ออกจากทีม แต่ได้รับอนุญาตไม่ต้องลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกับ โมร็อกโก วันอังคารนี้ หลังพูดคุยกับ ชาร์ลส์ อคอนนอร์ กุนซือของทีมถึงเหตุผลส่วนตัว

ทั้งนี้ คาดกันว่า กองกลาง อาร์เซน่อล จะกลับมารายงานตัวฝึกซ้อมกับทีมอีกครั้งก่อนหน้าเกมอุ่นเครื่องกับ ไอวอรี่ โคสต์ ในวันเสาร์นี้