หุ้นไทย

ปิดบวก 3.04 จุด แกว่งแคบคล้ายภูมิภาค,ถอนตัวจากหุ้น OR หมุนเข้าหุ้นงบฯดี

หุ้นไทย : ปิดบวก 3.04 จุด แกว่งแคบคล้ายภูมิภาค,ถอนตัวจากหุ้น OR หมุนเข้าหุ้นงบฯดี

ตลาดหลักทรัพย์ฯปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,520.07 จุด ลดลง 3.04 จุด (-0.20%) มูลค่าการซื้อขายราว 48,896 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นช่วงเช้าวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,528.58 จุด และระดับต่ำสุด 1,517.04 จุด

นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งแคบ โดยดัชนีเคลื่อนไหวทั้งแดนบวก-ลบคล้ายกับตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียที่แกว่งทั้งแดนบวก-ลบ โดยตลาดบ้านเราเป็นลักษณะของการหมุนตัวเล่น หลังจากหุ้น OR ลดความร้อนแรงเมื่อสะท้อนข่าวดีที่ได้เข้า SET50 แล้วและจะเข้า MSCI ตอนนี้เม็ดเงินเริ่มหมุนออกเปลี่ยนไปดูหุ้นที่มีผลประกอบการออกมาดี อย่างหุ้น STA แต่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกเริ่มลดลง จึงยังไม่แน่ใจว่าผลประกอบการจะผ่านจุดพีคไปแล้วหรือไม่ ทำให้ราคาบวกขึ้นไปไม่มาก อีกทั้งหันมาเล่นหุ้น KBANK ด้วย

อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งในสัปดาห์นี้ และความเห็นของผู้บริหารถึงแนวโน้มผลประกอบการในปีนี้ที่จะมีผลให้ปรับประมาณการของนักวิเคราะห์ฯ ยังมองเป็นเชิงบวก นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในหลายประเทศเวลานี้ จะเห็นผลชัดเจนในช่วงครึ่งหลังปี 64 โดยเฉพาะในสหรัฐฯและยุโรปที่มีการฉีดวัคซีนโควิดค่อนข้างครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่แล้ว ดังนั้นหากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ดีขึ้นก็จะส่งผลบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว และหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ก็ยังมีความน่าสนใจลงทุน

แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายพิชัย กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งออกด้านข้าง โดยมีแนวรับ 1,515-1,520 จุด ส่วนแนวต้าน 1,530 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

EA มูลค่าการซื้อขาย 5,335.29 ล้านบาท ปิดที่ 67.50 บาท ลดลง 1.50 บาท

OR มูลค่าการซื้อขาย 4,368.90 ล้านบาท ปิดที่ 31.50 บาท ลดลง 1.25 บาท

STGT มูลค่าการซื้อขาย 1,609.56 ล้านบาท ปิดที่ 40.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,379.93 ล้านบาท ปิดที่ 145.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท

GPSC มูลค่าการซื้อขาย 1,302.15 ล้านบาท ปิดที่ 79.75 บาท ลดลง 1.25 บาท ufabet

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) (KGI) จะ เสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) จำนวน 3 หลักทรัพย์ อ้างอิง บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) และบมจ.คาราบาวก รุ๊ป (CBG) โดยจะทำการซื้อวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway up ในช่วงที่ปัจจัยต่างๆ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) ของสหรัฐระยะยาวได้ปรับตัวขึ้น ทำให้กังวลอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นด้วย ส่งผลให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ ขณะที่ตลาดสหรัฐมีหุ้นในกลุ่มแบงก์ขึ้นนำ ซึ่งน่าจะส่งโมเมนตัมเชืงบวกต่อหุ้นกลุ่มแบงก์ในตลาดบ้านเราด้วย นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานก็ยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น

อย่างไรก็ดี คืนนี้ให้ติดตามคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะเปิดเผยรายงานการประชุม ต่องจับตาว่ามีมุมมองต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยอย่างไร ส่วนบ้านเรายังต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป และการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่สอง รวมถึงยอดค้าปลีกของสหรัฐที่จะออกมาในคืนนี้ ตลาดคาดว่าจะออกมาดีขึ้น โดยแนะให้เลือกลงทุนหุ้นที่มีงบฯออกมาดี

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (16 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,522.75 จุด เพิ่มขึ้น 64.35 จุด (+0.20%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,932.59 จุด ลดลง 2.24 จุด (-0.06%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,047.50 จุด ลดลง 47.97 จุด (-0.34%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 100.93 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 110.29 จุด ส่วนตลาดหุ้นจีนยังคงปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 11-17 ก.พ.
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (16 ก.พ.)1,523.11 จุด เพิ่มขึ้น 0.39 จุด (+0.03%)
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,224.80 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 64
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มี.ค. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (16 ก.พ.) ปิดที่ 60.05 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 58 เซนต์ หรือ 1%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (16 ก.พ.) อยู่ที่ 2.11 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 29.95/99 แนวโน้มอ่อนค่าหลังดอลล์แข็ง ให้กรอบวันนี้ 29.90-30.05
  • นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าภายใต้กรอบความร่วมมือที่สำคัญให้มากยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนภาคการส่งออกของประเทศ ซึ่งเป็นรายได้หลักให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงต่อจากนี้ หลังจากเห็นทิศทางการส่งออกค่อย ๆ ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจโลก และการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ดังนั้นหากหันมาส่งเสริมเรื่องนี้ได้ดี จะช่วยรักษาโมเมนตัมในการเติบโตของเศรษฐกิจได้ดีขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *